ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

พรบ.สถานพยาบลใหม่คุมเข้มรพ.รัฐ-เอกชน

พรบ.สถานพยาบลใหม่คุมเข้มรพ.รัฐ-เอกชน

กฎหมายสถานพยาบาลใหม่บังคับใช้ ควบคุมทั้งของรัฐ-เอกชน ห้ามโฆษณาเกินจริง ต้องแสดงราคายาเวชภัณฑ์-ค่ารักษา ระบุมุ่งรองรับรพ.รัฐรูปแบบใหม่ร่วมทุนกับเอกชนในอนาคต

นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า พรบ.สถานพยาบาล พ.ศ.2559 ฉบับที่มีการปรับปรุงใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 โดยเนื้อหาสาระสำคัญที่แตกต่างจากพรบ.สถานพยาบาลฉบับเดิม ได้แก่ 1.สถานพยาบาลทุกแห่งจะต้องประกาศอัตราค่ารักษาพยาบาล ค่ายาและเวชภัณฑ์ ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าบริการอื่นๆ ขณะที่ฉบับเดิมแสดงเพียงแค่ค่ารักษาพยาบาลเท่านั้น 2. สถานพยาบาลของรัฐไม่ว่าจะอยู่ในสังกัดใดต้องมีการประกาศมาตรฐาน ซึ่งเดิมกำหนดให้ดำเนินการเฉพาะรพ.เอกชนเท่านั้น โดยจะต้องมีมาตรฐานขั้นต่ำ เช่น มีเครื่องมือชนิดไหนบ้าง เป็นต้น

รองอธิบดีกรมสบส. กล่าวอีกว่า และ3.สถานพยาบาลต้องไม่มีการโฆษณาเกินจริง และหากต้องโฆษณาหรือประกาศใดๆเกี่ยวกับการประกอบกิจการของสถานพยาบาล ต้องได้รับอนุมัติข้อความ เสียง หรือภาพที่ใช้ในการโฆษณาหรือประกาศจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งเมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับใช้ในการโฆษณาของสถานพยาบาลจะต้องได้รับอนุญาตก่อนจึงจะโฆษณาได้ เป็นการควบคุมและป้องกันการโฆษณาตั้งแต่เริ่ม จะไม่เป็นการมาจับกุมการกระทำผิดในเรื่องโฆษณาภายหลังจากมีการโฆษณาออกไปแล้วเหมือนอย่างปัจจุบัน เพราะเป็นการควบคุมการโฆษณาตั้งแต่ก่อนที่จะทำการโฆษณา

นพ.ธงชัย กล่าวอีกว่า การที่ต้องปรับปรุงและออกกฎหมายสถานพยาบาลฉบับใหม่ให้ครอบคลุมการบังคับใช้กับสถานพยาบาลของรัฐด้วยไม่เฉพาะเอกชนเท่านั้น เพราะปัจจุบันสถานพยาบาลของรัฐไม่ได้มีเฉพาะที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุขหรือกระทรวงศึกษาธิการเท่านั้น แต่มีสถานพยาบาลของรัฐบาลรูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้น อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ก็มีการสร้างสถานพยาบาลในสังกัดเช่นกันแต่เป็นการจ้างให้ภาคเอกชนเป็นผู้บริหาร เหมือนที่จ.ภูเก็ต เมื่อเป็นเช่นนี้การดำเนินการก็จะมุ่งผลกำไรขาดทุนแบบเอกชน อาจมีการลดต้นทุนลงมากจนกระทบกับมาตรฐานสถานพยาบาล

“เมื่อเป็นเช่นนี้ก็จำเป็นต้องมีการตรวจสอบ ควบคุมมาตรฐาน ซึ่งการออกกฎหมายใหม่ก็มุ่งที่จะควบคุมดูแลสถานพยาบาลภาคเอกชนและภาครัฐที่เป็นรูปแบบสถานพยาบาลใหม่ๆที่เป็นการ่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชนและเป็นแนวโน้มที่จะเป็นไปในอนาคตที่จะมีการร่วมทุนสภชถานพยาบาลกันเช่นนี้ด้วย ส่วนรพ.รัฐเดิมที่ดำเนินการโดยรัฐเป็นหลักไม่ได้มองเรื่องกำไรขาดทุน ก็จะไม่ได้รับผลกระทบจากพรบ.ใหม่นี้ แต่จะมีการควบคุมเรื่องมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อที่หากพบว่าที่ไหนขาดเครื่องมือพื้นฐานชนิดไหนจะได้จัดสรรงบฯลงไปให้ก่อน” นพ.ธงชัยกล่าว

ข้อมูลข่าวโดย หนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึกออนไลน์ฉบับวันที 10 มกราคม 2560

สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่คม-ชัด-ลึกออนไลน์ คลิกที่นี่ค่ะ.....

Posted by STY Staffs/ Nitayaporn M./Thongpet S./Bungon J.

10 มกราคม 2560

ที่มา คม-ชัด-ลึก

Posted By STY_Lib

Views, 24