ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ลดผู้ป่วยเชื้อดื้อยาให้ได้ร้อยละ50

ลดผู้ป่วยเชื้อดื้อยาให้ได้ร้อยละ50

นพ.โสภณ เมฆธนยุทธศาสตร์, ดัน, นพ.โสภณ, เชื้อดื้อยา, ร้อยละ50, ผู้ป่วย, เชื้อ, ดื้อยา, ให้, ได้, ร้อยละ, ข้อบ่งใช้

สธ.ดัน 6 ยุทธศาสตร์ลดผู้ป่วยเชื้อดื้อยาให้ได้ร้อยละ50ลดการใช้ยาต้านจุลชีพในคน ร้อยละ 20 ในสัตว์ร้อยละ 30 หวังให้เกิดระบบการกระจายยาให้ดียิ่งขึ้น

วันนี้ (14 มีนาคม 2560) ที่โรงแรมอมารี แอร์พอร์ต กรุงเทพมหานคร นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดสัมมนา เรื่อง “ผู้บริโภคและการรณรงค์วันสิทธิผู้บริโภคสากล”พร้อมปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “อาหารปลอดภัยไร้ยาปฏิชีวนะเพื่อผู้บริโภคกับยุทธศาสตร์การจัดการเชื้อดื้อยา”ว่าปัจจุบันมีเชื้อดื้อยามากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลได้มีมติ เห็นชอบ แผนยุทธศาสตร์การจัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย พ.ศ.2560-2564 ให้เป็นยุทธศาสตร์ชาติ ในเดือนสิงหาคม 2559 ซึ่งแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าวเป็นการร่วมมือหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ เอกชน ประชาชน เพื่อลดการป่วยจากเชื้อดื้อยาให้ได้ร้อยละ 50 ลดการใช้ยาต้านจุลชีพในคน ร้อยละ 20 ในสัตว์ร้อยละ 30 และประชาชนมีความตระหนักรู้เพิ่มมากขึ้นร้อยละ 20 ภายใน 5 ปี

"จะใช้ 6 ยุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน ได้แก่ 1.เฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างบูรณาการ 2.ควบคุมการกระจายยาต้านจุลชีพในภาพรวมของประเทศ 3.ป้องกัน ควบคุมการติดเชื้อและการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในสถานพยาบาลและร้านยา 4.ป้องกัน ควบคุมเชื้อดื้อยาและการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในภาคการเกษตรและสัตว์เลี้ยง 5.การสร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนเรื่องเชื้อดื้อยาและยาต้านจุลชีพ 6.การพัฒนาโครงสร้างและกลไกของการทำงานเชิงบูรณาการ การติดตามประเมินผล และประสานความร่วมมือภายในประเทศและต่างประเทศ"ปลัดสธ. กล่าว

ปลัดสธ. กล่าวอีกว่าทั้งนี้ ในภาคการเกษตรและปศุสัตว์ ประเทศไทยไม่สนับสนุนการใช้ยาต้านจุลชีพเป็นสารเร่งการเจริญเติบโต (Growth promoter) ในการเลี้ยงสัตว์เพื่อการบริโภค จึงมีมาตรการทางกฎหมายทั้งของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย อย. ไม่อนุมัติ ‘ข้อบ่งใช้’ เพื่อเป็น Growth promoter ในการขึ้นทะเบียนยาสัตว์ และปศุสัตว์มีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ห้ามใช้ยาต้านจุลชีพทุกชนิดเป็น Growth promoter

"สำหรับการจัดการอาหารปลอดภัยไร้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งเป็นยาต้านจุลชีพ มี 2 ส่วน คือ 1.การดูแลสุขภาพสัตว์ ไม่ให้เจ็บป่วย รักษาความสะอาดและสุขอนามัยในฟาร์ม 2.การควบคุมการใช้ยาปฏิชีวนะในสัตว์ทุกกระบวนการห่วงโซ่อาหาร ตั้งแต่การผลิตจากฟาร์ม โรงฆ่า การขนส่ง จนถึงการแปรรูปหรือตลาด และส่งถึงผู้บริโภค ไม่ให้มียาปฏิชีวนะตกค้างในอาหารหรือมีเชื้อดื้อยาปนเปื้อนในอาหาร ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะร่วมกันดำเนินการเพื่อให้ผู้บริโภครับประทานอาหารที่ปลอดภัย"นพ.โสภณ กล่าว

ข้อมูลข่าวโดย หนังสือพิมพ์คม-ชัด-ลึก ออนไลน์ ฉบับวันที 15 มีนาคม 2560

สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่คม-ชัด-ลึก ออนไลน์ คลิกที่นี่ค่ะ.....

Posted by STY Staffs/ Nitayaporn M./Bungon J./Thongpet S.

15 มีนาคม 2560

ที่มา คม-ชัด-ลึก

Posted By STY_Lib

Views, 9