ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

สธ. จัดประชุมใหญ่ ยุทธศาสตร์20ปี ขับเคลื่อนสุขภาพ

"สธ." จัดประชุมใหญ่ ยุทธศาสตร์20ปี ขับเคลื่อนสุขภาพ

Thursday, March 16, 2017 - 00:00

กรมอนามัยเป็นเจ้าภาพดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่ายเตรียมยกร่างแผนยุทธศาสตร์กระทรวงสาธารณสุข 20 ปี คาดแล้วเสร็จภายใน 6 เดือน โดยจัดประชุมใหญ่ขับเคลื่อน 29-31มี.ค.นี้

วันที่ 15 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า สธ. กรมอนามัย กรมควบคุมโรค และภาคีเครือข่ายได้เตรียมยกร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านสาธารณสุข 20 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 6 เดือนนี้ เพื่อเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นำไปพิจารณาร่วมกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ฉบับใหม่ ที่จะออกหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับใหม่ ทั้งนี้ มีเป้าหมายให้ประชาชนมีสุขภาพดี เจ้าหน้าที่มีความสุข ระบบสุขภาพยั่งยืน แต่จะละเอียดกว่าเดิมโดยผ่าน 4 ยุทธศาสตร์ การส่งเสริมป้องกันโรคเป็นเลิศ การบริการเป็นเลิศ บุคลากรเป็นเลิศ และการบริหารเป็นเลิศ และกำหนดให้ประชาชนมีสุขภาพดี มี 2 เป้าหมาย คือ ให้คนไทยมีอายุเฉลี่ยแรกเกิดถึงตายเพิ่มขึ้นจาก 75 ปี เป็น 85 ปี ภายใน 2579 และมีค่าเฉลี่ยการมีสุขภาพดีเพิ่มขึ้นจาก 66 ปี เป็น 75 ปี และในวันที่ 29-31 มี.ค.นี้จะมีการประชุมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคเป็นเลิศ ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการ

ด้าน นพ.ภานุมาศ ญาณเวทย์สกุล รองอธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวว่า คร.มีการตั้งเป้าว่าภายใน 20 ปี ต้องดำเนินการตามพันธสัญญาต่างๆ ให้ประสบผลสำเร็จ เช่น ลดจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจากเชื้อเอชไอวี วัณโรค และหัด โดยเฉพาะเรื่องวัณโรค ล่าสุดองค์การอนามัยโลกระบุว่าประเทศไทยยังมีปัญหาอยู่มาก มีผู้ป่วยรายใหม่ปีละแสนกว่าราย เสียชีวิตปีละหมื่นกว่าราย อีกทั้งยังมีปัญหาเชื้อดื้อยาด้วย นอกจากนี้ยังจะเร่งแก้ไขปัญหา และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนให้ได้ จากเดิมที่อยู่ในอันดับ 2 ของโลกที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุมากที่สุด

ทั้งนี้ จะนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ควบคุมป้องกันโรค แบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะแรกปี 2560-2564 พัฒนามาตรฐานระบบควบคุมป้องกันโรคและภัยสุขภาพ เสริมสร้างความเข้มแข้งระบบตอบโต้ภาวะฉุกเฉิน และพัฒนากำลังคน ยกระดับข้อมูลสารสนเทศ ระบบเฝ้าระวังโรค ระบบห้องปฏิบัติการ และปรับปรุงบริหารจัดการและความร่วมมือ ระยะที่ 2 ปี 2565-2569 จะสร้างความเข้มแข็ง พัฒนาสมรรถนะด้านการระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยมีระบบงานด้านนี้อย่างเข้มแข็งในระดับภูมิภาค ส่วนระยะที่ 3 ปี 2570-2574 จะพัฒนาทุกอย่างสู่ความยั่งยืนปรับปรุงระบบงานรองรับรับผู้ป่วยโรคติดต่ออันตรายอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และระยะที่ 4 ปี 2575-2579 ระบบควบคุมโรคของประเทศไทยจะเป็นระบบที่ดีที่สุด 1 ใน 3 ของเอเชีย และเป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการควบคุมป้องกันโรคต้นแบบของภูมิภาค.

ข้อมูลข่าวโดย หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ออนไลน์ ฉบับวันที 16 มีนาคม 2560

สนใจรายละเอียดข่าวเพิ่มเติมอ่านได้ที่ไทยโพสต์ ออนไลน์ คลิกที่นี่ค่ะ.....

Posted by STY Staffs/ Nitayaporn M./Bungon J./Thongpet S.

16 มีนาคม 2560

ที่มา ไทยโพสต์

Posted By STY_Lib

Views, 12