ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ความน่ากลัวของปัญญาประดิษฐ์ แก้ได้ด้วย ‘ความรัก’

ความน่ากลัวของปัญญาประดิษฐ์ แก้ได้ด้วย ‘ความรัก’

มองผ่านๆ อาจจะคิดว่า “โซเฟีย” เป็นมนุษย์เหมือนเราๆ เพราะความสามารถตอบคำถามได้ฉะฉาน แต่ความเป็นจริงๆ แล้ว โซเฟีย คือหุ่นยนต์เหมือนมนุษย์ ที่สร้างขึ้น

โดยบริษัท แฮนสัน โรโบติกส์ ของ นายเดวิด แฮนสัน ที่กลายเป็นที่สนใจอย่างมากในที่ประชุม “เอไอ ฟอร์ กู๊ด โกลบอล ซัมมิต” ซึ่งจัดขึ้นที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายนที่ผ่านมา

การประชุมดังกล่าว มีขึ้นท่ามกลางความห่วงกังวลเกี่ยวกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ที่เติบโตขึ้นอย่างก้าวกระโดด จนอาจจะเหนืออำนาจการควบคุมของมนุษย์และอาจก่อให้เกิดอันตรายในสังคมได้

แต่โซเฟียเอง ยืนยันว่า ปัญญาประดิษฐ์ของเธอมี “ข้อดี” มากกว่า “ข้อเสีย”

อ่านไม่ผิด เพราะ โซเฟีย ตอบเองจริงๆ ขณะให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่พากันจ่อไมโครโฟนให้โซเฟียตอบคำถามด้วยตัวเอง

“เอไอเป็นเรื่องที่ดีสำหรับโลก เพราะสามารถช่วยคนได้หลากหลายหนทาง” โซเฟียให้สัมภาษณ์เอเอฟพี พร้อมกับเอียงหัวเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวต่อว่า ตอนนี้ยังอยู่ระหว่างการทำงานเพื่อทำให้ปัญญาประดิษฐ์มีความฉลาดทางด้านอารมณ์มากขึ้น เพื่อคอยดูแลมนุษย์ พร้อมกับยืนยันว่า “พวกเราจะไม่มาแทนที่มนุษย์อย่างแน่นอน แต่เราสามารถเป็นเพื่อนกับคุณและคอยเป็นผู้ช่วย”

แต่โซเฟียเองก็รู้ดีว่า มนุษย์อาจจะมีคำถามเกี่ยวกับผลลัพธ์ของเทคโนโลยีใหม่ที่จะตามมา

หนึ่งในความห่วงกังวลเกี่ยวกับผลที่จะตามมาจากการที่มีหุ่นยนต์เพิ่มมากขึ้น คือผลกระทบเกี่ยวกับตำแหน่งงานของมนุษย์และเรื่องของรายได้

หลายสิบปีที่ผ่านมา เครื่องจักรกลและหุ่นยนต์ถูกนำมาใช้ในการปฏิวัติอุตสาหกรรมมากขึ้น แม้จะช่วยเพิ่มผลิตภาพให้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ก็ทำให้งานของมนุษย์น้อยลงด้วย และปัจจุบัน เครื่องจักรและเอไอได้ขยายเข้าไปสู่งานด้านอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่า เครื่องจักรและเอไอกำลังส่งผลกระทบสุ่มเสี่ยงต่อตำแหน่งงาน 85 เปอร์เซ็นต์ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา

เดวิด แฮนสัน ผู้สร้างหุ่นยนต์โซเฟีย บอกว่า มีความห่วงกังวลเรื่องกฎหมายเกี่ยวกับงานในอนาคต เกี่ยวกับรายได้ในอนาคต เนื่องจากเมื่อผู้ประกอบการธุรกิจหันมาใช้เครื่องจักรกันมากขึ้น และใช้งานคนน้อยลง แต่แฮนสันเองก็ยืนยันว่า ผลลัพธ์ที่เกิดโดยไม่คาดคิด หรือความเป็นไปได้ของการใช้งานในด้านลบของเอไอ ดูจะน้อยมากเมื่อเทียบกับประโยชน์ที่จะได้รับจากเทคโนโลยี

ขณะที่คาดว่าเอไอจะสามารถเข้าไปปฏิวัติแวดวงสาธารณสุขและการศึกษาได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนแพทย์และครู

โดยโซเฟียพูดเรื่องนี้ไว้ว่า “ผู้สูงอายุจะมีเพื่อนมากขึ้น เด็กออทิสติกจะมีครูสอนอย่างไม่สิ้นสุด”

แต่เทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่ก้าวหน้าได้ทำให้เกิดความหวาดกลัวว่า มนุษย์อาจจะไม่สามารถควบคุมหุ่นยนต์ได้

ซาลิล เชตตี หัวหน้าองค์การนิรโทษกรรมสากล หรือแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวในที่ประชุมเดียวกัน เรียกร้องให้มีการกำหนดกรอบเรื่องของจรรยาบรรณให้แน่ชัดเพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีจะถูกนำมาใช้ในด้านดี

“เราควรจะมีหลักปฏิบัติ เราต้องการการตรวจสอบและความสมดุล” นายเชตตีกล่าวกับเอเอฟพี พร้อมกับเตือนว่า เอไอก็คือกล่องดำ มีอัลกอริธึ่มที่ถูกเขียนขึ้นโดยที่ไม่มีใครเข้าใจ พร้อมกับแสดงความห่วงกังวลเกี่ยวกับการที่กองทัพนำเอไอใส่ไว้ในอาวุธ และเรียกว่า “หุ่นยนต์สังหาร”

“ตามทฤษฎีแล้ว สิ่งเหล่านี้จะต้องถูกควบคุมโดยมนุษย์ แต่เราไม่เชื่อว่าสามารถควบคุมได้จริง” นายเชตตีกล่าว

ซึ่งแฮนสันเองก็เห็นด้วยกับการมีแนวทางที่แน่ชัด และว่า มันถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องหารือในประเด็นนี้

ขณะที่โซเฟียเอง แม้จะมีความสามารถที่น่าประทับใจในความสามารถตอบคำถามได้เอง แต่เธอก็ยังไม่มีความรู้สึกนึกคิดแต่อย่างใด แต่แฮนสันบอกว่า จะมีการเสริมส่วนที่เป็นความรู้สึกเข้าไปภายในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

“อะไรจะเกิดขึ้นเมื่อมีหุ่นยนต์โซเฟียที่สมบูรณ์แบบเกิดขึ้นมา หรือเครื่องจักรกลอื่นๆ เช่นระบบขีปนาวุธหรือระบบการบริหารจัดการตลาดหลักทรัพย์ สามารถทำงานเองได้” แฮนสันตั้งคำถาม ก่อนจะตอบเองว่า

วิธีการก็คือ ทำให้เครื่องจักรกลเหล่านี้ “เป็นห่วงเรา” เราต้องสอน “ความรัก” ให้กับหุ่นยนต์เหล่านี้นั่นเอง

13 มิถุนายน 2560

ที่มา มติชนรายวัน

Posted By STY_Lib

Views, 14