ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ทันโลกออนไลน์ สไตล์ ส.ว.

ทันโลกออนไลน์ สไตล์ ส.ว.

ในยุคไทยแลนด์ 4.0 สมาร์ทโฟนกลายเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เป็นปัจจัยที่ 5 ของคนทุกช่วงวัย ไม่เว้นแม้แต่ผู้สูงอายุ ที่เริ่มติดโซเชียลมีเดียกันมากขึ้น สมาคมบ้านปันรักจึงได้ชวนเหล่าผู้สูงอายุผู้เท่าทันโลกไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็น ถ่ายเถา สุจริตกุล กรรมการ สยามซิมโฟนี ออเคสตร้า (ประเทศไทย) และ ณภัสวรรณ จิลลานนท์ ผู้บริหารสยามนุลักษณ์ จำกัด มาร่วมพูดคุยในงานเสวนา “สูงวัยกับไซเบอร์ บาลานซ์อย่างไรให้ลงตัว” เพื่อช่วยผลักดันให้ผู้สูงอายุดำเนินชีวิตอย่างมีคุณภาพ ณ บ้านปันรัก ซอยพหลโยธิน 7

ในช่วงอายุ 84 ปี อาจเป็นช่วงที่ใครหลายคนเริ่มยุติบทบาทด้านการทำงานไปแล้ว แต่กับถ่ายเถา ยังคงรักที่จะทำงานต่อไป นักเขียนนวนิยายชื่อดังคนนี้เริ่มหัดเรียนวิธีใช้คอมพิวเตอร์เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว เพื่อความสะดวกในการเขียนนิยายที่มือไวไม่ทันสมอง เมื่อนิยายประสบความสำเร็จทำให้เริ่มคิดอยากใช้เฟซบุ๊กเพื่อติดต่อสื่อสารกับเหล่าแฟนหนังสือและคนในแวดวง

“กฎเหล็กในการใช้เฟซบุ๊กของเราคือจะไม่รับคนที่ไม่รู้จักเป็นเพื่อน โดยจะต้องส่งข้อความไปถามเสมอว่าคือใคร เพราะหลายคนก็เข้ามาลองภูมิก็มีบ้าง นอกจากนั้นการใช้เฟซบุ๊กจะคิดเสมอว่าจะต้องใช้ให้ดี คือไม่โพสต์เรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยหรือเล่าเรื่องทุกข์ใจ เพราะทุกคนมีเรื่องทุกข์ของตัวเอง ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ การโพสต์เรื่องทุกข์ก็จะมีแต่ทำให้คนเข้ามาสงสาร เราคิดแก้ปัญหาเองดีกว่า กลับกันเราจะโพสต์เรื่องราวในมุมเล็กๆ น้อยๆ ที่น่ารัก อาจสร้างประโยชน์ให้คนได้ฉุกคิดเรื่องต่างๆ ได้” ถ่ายเถาเผย

ถ่ายเถา สุจริตกุล

ขณะที่ น้อย-ณภัสวรรณ อายุ 66 ปี มองว่าคนในรุ่นเดียวกันมักดื้อ เอาแต่ใจ รวมถึงชอบคิดว่าตัวเองอาบน้ำร้อนมาก่อน ชอบพูดคุยแต่เรื่องความเจ็บป่วย และเรื่องที่ชวนหมดกำลังใจ ทำให้ชอบคุยกับเด็กรุ่น ส่วนใหญ่จึงชอบคุยกับคนรุ่นเด็กกว่าที่มีพลัง และนำเอาความคิดใหม่ๆ มาเปิดโลกมากกว่า ซึ่งจะทำให้ไม่แก่และปรับตัวเข้ากับยุคสมัยได้ โดยเฉพาะกับการหาข้อมูลในกูเกิลที่ทำให้รู้ทันคนอื่น

“ผู้สูงอายุหลายคนอาจจะใช้เฟซบุ๊ก ไลน์ แก้เหงา แต่เรามองถึงแง่การประชาสัมพันธ์และแนะนำสิ่งที่มีประโยชน์ให้กับคนอื่นมากกว่าการส่งข้อความ สวัสดีตอนเช้า เช่น การหาความรู้ อย่างการใช้เฟซบุ๊กก็จะใช้เพื่อให้มีเพื่อนที่อยากอยู่กับเราไปนานๆ นอกจากไม่รับคนไม่รู้จักแล้ว ก็จะต้องใช้คำพูดที่ดีเพราะนี่คือสิ่งที่แสดงออกถึงบุคลิกภาพของเรา รวมถึงการโพสต์สิ่งที่ดีๆ ที่น่ามอง ไม่ขายของฝากร้านจนทำให้ผู้อื่นรำคาญ รวมไปถึงไม่กดไลค์พร่ำเพรื่อโดยเฉพาะกับข่าวเศร้า แต่ควรคอมเมนต์ให้กำลังใจมากกว่า” ณภัสวรรณเผย

ณภัสวรรณ

ปิดท้ายด้วย ผศ.ดร.วีรณัฐ โรจนประภา นายกสมาคมบ้านปันรัก เผยว่า จากการวิจัยพบว่าผู้สูงอายุมักใช้สมาร์ทโฟนไปกับการเข้าสังคมแต่ไม่ค่อยได้ใช้หาความรู้มากนัก และก็เหมือนกับวัยอื่นๆ ทั่วไปที่มักจะเสพติดใช้เวลากับโทรศัพท์นาน จึงแนะนำว่าเวลาที่เหมาะสมในการเล่นโทรศัพท์คือครึ่ง ชม.ต่อครั้ง โดยแต่ละครั้งเว้นช่วง 1 ชม.ครึ่ง ถึง 2 ชม. และไม่เกิน 4-5 วันต่อสัปดาห์

นอกจากนี้ ผศ.ดร.วีรณัฐเผยอีกว่า ปัญหาส่วนใหญ่ของผู้สูงอายุคือน้อยใจบุตรหลานที่ไม่ตอบข้อความ การเว้นช่วงในการเล่นโทรศัพท์จะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้เพราะทำให้เราไม่เสพติด รวมไปถึงการแชร์และเข้าถึงข้อมูลผิดๆ ที่จะค่อยๆ เรียนรู้กันไปเช่นเดียวกับทุกวัย และเพื่อให้ท่องโลกไซเบอร์อย่างมีความสุข

“ผู้สูงอายุจึงพึงระลึกหลักพรหมวิหาร 4 ไว้ว่า การอ่านโพสต์ต่างๆ ควรมองด้วยหลักความเมตตา หากใครโพสต์สิ่งที่น่าสงสารหรือรันทด จงใช้ความกรุณาเพื่อช่วยเหลือเขา หากเห็นคนประสบความสำเร็จให้ยึดหลักมุทิตา ไม่อิจฉาแต่ช่วยส่งเสริมเขา อันดับสุดท้ายหากไม่รู้จะช่วยเหลืออะไรแล้ว ก็เน้นหลักอุเบกขาในการวางเฉย ปล่อยวาง ด้วยหลักนี้เราก็จะมีความสุขเอง” ผศ.ดร.วีรณัฐกล่าว

7 July 2560

ที่มา ข่าวสด

Posted By STY_Lib

Views, 24