ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

รู้จักและทำความเข้าใจกับโรคซึมเศร้า

รู้จักและทำความเข้าใจกับโรคซึมเศร้า

โดย สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต

รู้จักและทำความเข้าใจกับโรคซึมเศร้า

โรคซึมเศร้า

คุณทราบหรือไม่ว่า

- ลักษณะที่สำคัญของโรคนี้คือ ผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า เป็นอาการเด่นชัด ร่วมกับอาการอย่างอื่น เช่น มีความรู้สึกเบื่อหน่าย และหมดความสนใจในสิ่งต่างๆ เบื่ออาหารหรือรับประทานอาหารมากกว่าปกติ นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ไม่มีสมาธิ รู้สึกไร้ค่า และมีความคิดอยากตาย

- โรคซึมเศร้าพบได้บ่อยมากในประชากรทั่วไป โดยมากพบในผู้ใหญ่โอกาสที่ผู้หญิงจะเป็นโรคนี้เท่ากับร้อยละ 5-9 ส่วนผู้ชายร้อยละ 2-3 อายุเฉลี่ยเมื่อเริ่มเป็นโรคคือ 24 ปี

1. สาเหตุ

1.1 พันธุกรรม-ซึ่งเป็นปัจจัยโน้มเอียงที่มีอยู่โดยกำเนิด

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า

1 ) ญาติสนิทของผู้ป่วย มีโอกาสเป็นโรคด้วยสูงกว่าประชากรทั่วไป 1.5-3 เท่า และมีโอกาสเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังสูงด้วย

2) คู่แฝดเกิดจากไข่ใบเดียว ถ้าคนหนึ่งเป็นโรค อีกคนมีโอกาสเป็นด้วยร้อยละ 54

3) คู่แฝดเกิดจากไข่คนละใบ โอกาสเป็นด้วยร้อยละ 24

4) บุตรบุญธรรมที่เกิดจากบิดาและมารดาแท้ๆ เป็นโรคทั้งสองคน

1.2 ปัจจัยที่เร่งให้เกิดอาการ

ความผิดปกติทางชีวเคมีของสมอง

- ในปัจจุบันมีสมมติฐานว่า อาการซึมเศร้ามีสาเหตุมาจากความบกพร่องของสารสื่อประสาท

1.3 สาเหตุทางด้านจิตใจ

- จากการศึกษาพบว่าโรคซึมเศร้ามักเกิดภายหลัง ผู้ป่วยมีปัญหาทางด้านจิตใจอย่างรุนแรง เช่น การเสียชีวิตของบุคคลผู้เป็นที่รัก หรือการหย่าร้าง ปัจจัยทางด้านจิตใจจึงเป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งของโรคนี้

1.3 พฤติกรรมการเรียนรู้ผิดปกติ

- มีข้อสันนิษฐานว่าผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้ามักมีแนวความคิดเกี่ยวกับตัวเองในปัจจุบัน อดีต และอนาคต ไปในทางลบและไม่มีคุณค่า ซึ่งเป็นผลให้ผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้า

2. อาการ

2.1 ผู้ป่วยจะมีอารมณ์เศร้าหรือหมดความสนใจ ในสิ่งต่างๆ เป็นเวลาติดต่อกันอย่างน้อย 2 สัปดาห์ในเด็กและวัยรุ่นอาจมีอารมณ์หงุดหงิดง่ายแทนที่จะมีอารมณ์เศร้า

1). อารมณ์เศร้า (อารมณ์)

ตัวอย่าง

- ความรู้สึก ซึ่งแสดงถึงอารมณ์เศร้ามีหลายอย่าง เช่น ใจคอหดหู่ ไม่มีชีวิตชีวา รู้สึกไม่แจ่มใสไม่เบิกบาน หรือใจคอเศร้าหมอง บางรายอาจมีอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายด้วย ในเด็กและวัยรุ่นอาจมีอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายหรือเจ้าอารมณ์ แทนที่จะมีความรู้สึกเศร้า รู้สึกช่วยตนเองไม่ได้ จนแต้มและรู้สึกผิด ไม่สนใจในสิ่งที่เคยสนใจ

2) หมดความสนใจหรือความสุข (พฤติกรรม)

ตัวอย่าง

- เป็นอาการซึ่งพบในผู้ป่วยเกือบทุกรายไม่มากก็น้อย เช่น ความสนใจในงานอดิเรกลดลง หรือไม่รู้สึกสนุกสนานในการมีกิจกรรมซึ่งเคยมีความสุข ครอบครัวจะสังเกตพบว่าผู้ป่วยแยกตัวเอง หรือละเลยกิจกรรมซึ่งเคยชื่นชอบ การมีกิจกรรมทางเพศหรืออารมณ์รักใคร่ในผู้ป่วยบางรายจะลดลงอย่างมากด้วย

3) อาการเบื่ออาหาร/รับประทานมากเกินไป (ด้านร่างกาย)

ตัวอย่าง

- ผู้ป่วยมักเบื่ออาหารหรือฝืนใจรับประทานอาหารบางรายอาจรับประทานจุและอยากอาหารหวาน พฤติกรรมดังกล่าว จะส่งผลให้น้ำหนักลดหรือน้ำหนักเพิ่ม

4) นอนไม่หลับ (ด้านร่างกาย)

ตัวอย่าง

- เป็นอาการที่พบบ่อยมาก โดยอาจตื่นนอนตอนดึก และหลับต่อยากหรือตื่นนอนเช้ากว่าธรรมดา ผู้ป่วยบางรายเข้านอนแล้วหลับยาก และบางรายอาจนอนหลับมากในเวลากลางคืนหรือกลางวัน

5) เชื่องช้าลงหรือกระวนกระวาย (ความคิด)

ตัวอย่าง

- ผู้ป่วยอาจเชื่องช้าทั้งความคิดและการเคลื่อนไหว พูดน้อยลง น้ำเสียงเบาลง หรืออาจมีอาการพลุ่งพล่านกระวนกระวาย นั่งไม่ติด

6) อ่อนเพลียง่ายและไม่มีแรง (ด้านร่างกาย)

ตัวอย่าง

- ผู้ป่วยอาจรู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลาแม้ไม่ได้ออกแรง การทำงานเล็กน้อยก็ทำให้อ่อนเพลียมาก เช่น การแต่งตัวตอนเช้าก็ทำให้อ่อนเพลียและใช้เวลานานกว่าจะทำเสร็จ

7) ความรู้สึกไร้ค่าหรือรู้สึกผิด (อารมณ์)

ตัวอย่าง

- อาจมองดูตัวเองทางด้านลบไม่สมเหตุสมผลหรือรู้สึกตัวเองไร้ค่าหรือตำหนิตัวเองอย่างมาก โดยที่ทำความผิดเพียงเล็กน้อย ความคิดดังกล่าวอาจเข้าขั้นอาการหลงผิด เช่น มีความคิดว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำ

8) ไม่มีสมาธิหรือความลังเลใจ (ความคิด)

ตัวอย่าง

- ผู้ป่วยจะขาดสมาธิและลืมง่าย ทำให้ประสิทธิภาพทางด้านการเรียนหรืออาชีพการงานลดลง

9) มีความคิดอยากตาย หรือคิดฆ่าตัวตาย (ความคิด)

ตัวอย่าง

- ผู้ป่วยอาจคิดว่าควรตายไปเสียดีกว่าหรือครุ่นคิดถึงการฆ่าตัวตายตลอดเวลา

3. การวินิจฉัยโรค หลักการวินิจฉัยมีดังต่อไปนี้

3.1 มีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 5 อย่าง หรือมากกว่าติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ และต้องมีอาการดังนี้อย่างน้อย 1 อย่าง คือ 1) อารมเศร้า 2) หมดความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมต่างๆ และมีอาการต่างๆ อีกดังต่อไปนี้คือ

1). อารมณ์เศร้า เด็กหรือวัยรุ่นอาจเป็นอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย

2). หมดความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมต่างๆ

3). เบื่ออาหารและน้ำหนักลดหรือกินจุน้ำหนักเพิ่ม

4). นอนไม่หลับหรือหลับมาก

5). ความคิดและการเคลื่อนไหวเชื่องช้าหรือพลุ่งพล่านกระวนกระวาย

6). อ่อนเพลียง่ายหรือไม่มีแรง

7). รู้สึกไร้ค่าหรือรู้สึกผิดมากผิดปกติ

8). สมาธิเสียหรือมีความลังเลใจ

9). มีความคิดอยากตาย คิดฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย

3.2 อาการดังกล่าวไม่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยอาการแบบผสม

3.3 อาการดังกล่าวทำให้ผู้ป่วยมีความทุกข์ใจหรือมีปัญหาทางด้านกิจกรรมเกี่ยวกับสังคม อาชีพการงานหรืองานในหน้าที่สำคัญอย่างอื่น

3.4 อาการไม่ได้เกิดจากโรคทางกาย ยารักษาโรคหรือสารเสพติด

4. การดำเนินโรค

4.1 ผู้ป่วยมีอาการเพียงเล็กน้อยมาก่อนหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนระยะเวลาของการเป็นโรคแตกต่างกันมาก ผู้ซึ่งไม่ได้รับการรักษาจะมีอาการประมาณ 4 เดือนหรือมากกว่านั้น และส่วนใหญ่จะหายเมื่อได้รับการรักษาแต่อีกร้อยละ 20-30 ยังคงมีอาการซึมเศร้าหลงเหลืออยู่บ้างนานเป็นเดือนหรือปี

4.2 โรคนี้มักเป็นซ้ำๆ โดยพบว่าร้อยละ 60 ของผู้ป่วยที่เป็นครั้งแรกจะป่วยซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ร้อยละ 70 ผู้ป่วยมีอาการป่วย 2 ครั้ง จะป่วยซ้ำครั้งที่ 3 ร้อยละ 90 ผู้ป่วยมีอาการป่วย 3 ครั้ง จะป่วยซ้ำครั้งที่ 4 ร้อยละ 90 เช่นกัน

4.3 ผู้ป่วยร้อยละ 5-10 ของผู้ป่วยที่เป็นครั้งแรกในเวลาต่อมาจะเป็นโรคอารมณ์แปรปรวนหรือไบโพลาร์ (โรคอารมณ์สองขั้ว)

5. การรักษา

5.1 จิตบำบัด แนวทางการรักษามีดังต่อไปนี้

1). อธิบาย ให้ผู้ป่วยและครอบครัวทราบธรรมชาติของโรค รวมทั้ง วิธีรักษาและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

2). สนับสนุนให้กำลังใจผู้ป่วยว่าโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้โดยการรับประทานยา

3). แนะนำผู้ป่วยในการแก้ปัญหาชีวิตที่ถูกต้อง เช่น ปัญหาเกี่ยวกับชีวิตสมรส ครอบครัว การศึกษาหรืออาชีพการงาน

5.2 พฤติกรรมบำบัด

- เนื่องจากผู้ป่วยมักมองชีวิตตัวเองทางด้านลบและไม่มีคุณค่า ดังนั้น แพทย์ต้องช่วยให้ผู้ป่วยมีวิธีคิดที่ถูกต้องโดยมองตัวเองทางด้านบวกหรือมีคุณค่ารวมทั้งดำเนินชีวิตอย่างมีความหวังและมีอนาคตที่ดีงาม

5.3 ครอบครัวบำบัด

- เนื่องจากอาการของผู้ป่วยอาจทำให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับชีวิตสมรส เช่น ท่าทีเฉยเมย ซึ่งเกิดจากอาการของโรคหรืออารมณ์หงุดหงิด โกรธง่าย แพทย์จึงมีส่วนร่วมเข้าไปแก้ไขให้เกิดความเข้าใจดีต่อกันรวมทั้งให้คู่ครองเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วยในการรักษา

6. สรุปสาระสำคัญ

- อาการของโรคนี้เกิดจากความผิดปกติของอารมณ์เป็นหลัก

- ประมาณ 2 อาทิตย์ต่อไปผู้ป่วยจะเข้าไปอยู่ในเหวของความเศร้า ไม่มีทางออก มืดมิดหมด ทำให้จิตใจหดหู่ เกิดการเบื่อหน่าย ไม่มีชีวิตชีวา ขาดการริเริ่มทำกิจกรรมทุกอย่าง สามารถรักษาได้ด้วยยาและจิตบำบัด

7. การป้องกันการเกิดอาการที่สามารถปฏิบัติได้ง่ายคือ

- ลดสิ่งกระตุ้นพวกสารเสพติดทุกชนิด

- ออกกำลังกาย โดยการวิ่งจ๊อกกิ้ง/เดินเร็ว เป็นเวลา 30 นาที 3 วัน/สัปดาห์ เพื่อปรับสมดุลของสารเคมีในสมอง

*******************************************

ที่มาของข้อมูล: โดยสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิต

17 กรกฎาคม 2549

By สมาคมผู้บกพร่องทางจิต

Views, 8606