ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

พระราชดำรัสในหลวง เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2549

พระราชดำรัสในหลวง เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2549

พระราชดำรัสในหลวง เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2549 ความว่า

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จพระราชดำเนิน ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 4 ธันวาคม พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าฯถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2549 จากนั้นทรงมีพระราชดำรัสต่อคณะผู้เข้าเฝ้าฯดังต่อไปนี้

ขอขอบใจที่ท่านทั้งหลายมาให้พรในวันนี้ และที่นายกฯได้กล่าวคำให้พร ซึ่งนับว่าเป็นคำให้พรที่ให้กำลังใจต้องมีกำลังใจอย่างเสมอ เมื่อครู่นี้ไม่ได้ลุกเพราะว่ากำลังใจอาจจะมีแต่กำลังกายไม่มี ฉะนั้น จึงไม่ลุกขึ้น ถ้าลุกขึ้นก็เสียกำลังกายเปล่าๆ แต่ท่านก็เข้าใจที่ว่าอย่างนี้เพราะว่าจะต้องรักษากำลังกายไว้ให้ดี ซึ่งกำลังกายไม่ค่อยดี ด้วยเหตุว่าการออกกำลังนี้เกินส่วนที่จะมีทางที่จะมีลัง ก็เลยต้องประหยัดกำลัง แต่ในเวลาเดียวกัน ถ้ามีกำลังกายไว้ก็คงเข้าใจว่าจะมีประโยชน์เพราะว่าชาติบ้านเมืองต้องใช้กำลังกาย กำลังจิตใจด้วย อย่างที่ท่านนายกฯต้องออกกำลังกาย และกำลังจิตใจ คนก็ได้เห็นทั้งนั้นว่าได้ประโยชน์ ต้องอธิบายนิดหน่อยแต่การที่มีกำลังใจกำลังกายนี้จะต้องให้ทุกคนได้ร่วมกันช่วยกันร่วมกันออกกำลังกาย กำลังใจเพื่อให้ชาติบ้านเมืองรอดพ้นอันตรายได้

คนก็เอะอะเดี๋ยวนี้ก็โยนให้รัฐบาลต้องทำ ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ค่อยมีกำลัง เพราะว่ารัฐบาลนี้แก่มาก ก็ความจริงความแก่นี่เป็นกำลัง ข้าพเจ้ายังไม่ถึง 79 ยัง 78 พรุ่งนี้ถึงจะเป็น 79 และก็ยังไม่ถึง 80 เอะอะอะไรก็บอกว่า 80 ..80 คนที่อายุ 80 ท่านมีกำลังมาก ฉะนั้น นายกฯยังไม่ 80 นายกฯมีกำลังมาก แต่ข้าพเจ้าไม่กี่วันก็จะเข้าปีที่ 80

ในปีที่ 80 นี้นับว่ามากและก็ความจริงคนที่อายุ 80 เชื่อว่ามีกำลังที่จะปฏิบัติงานได้อีกแยะไม่ใช่น้อย ฉะนั้น ที่พูดเพิ่งเริ่มต้นนี้ ดูท่าทางเหมือนว่าน้อยใจว่าอายุมาก แต่ถ้าอายุมากขึ้นแล้วเป็นประโยชน์ได้เปรียบ คนไหนที่อายุน้อยเสียเปรียบเพราะไม่มีความรู้ เรียกว่าคนที่อายุน้อยๆ เป็นคนที่เซ่อ เป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ฉะนั้น คนที่อายุมากๆ เป็นคนที่ได้เปรียบ เพราะว่าถ้าใช้คุณสมบัติของคนที่มีอายุเรียกว่ามีประสบการณ์ ถือว่าเป็นคนที่ได้เปรียบและคนที่อายุน้อยอาจจะดูถูกคนที่อายุมาก เพราะมีปมด้อยนั่นเอง คนที่อายุน้อยๆ นึกว่าไม่มีความสามารถเลยดูถูกคนอายุมาก แต่ขอบอกว่าคนอายุมาก ถ้ารักษาความดี รักษาคุณสมบัติ คุณธรรมก็ได้เปรียบคนอายุน้อย ในประเทศชาติถ้ามีคนที่มีอายุมากได้เปรียบ ถ้ามีแต่คนเด็กๆ ไม่ถือว่ามีความสามารถชาติบ้านเมืองไม่ก้าวหน้า จะต้องพูดอย่างนี้ท่านผู้ใหญ่อาจจะบอกว่า ดีแล้วคนที่อายุมากมีประโยชน์ แต่คนที่อายุมาก แต่ว่าไม่ใช้ความได้เปรียบของความที่อายุมาก ก็เป็นเด็ก เป็นคนที่เยาว์ในความคิด และอันตรายมาก และที่มีคนที่เขาบอกว่าแก่แล้ว แล้วน้อยใจว่าแก่ เมื่อน้อยใจว่าแก่ คนอย่างนี้ เป็นคนที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ และคนที่เป็นผู้ใหญ่ทำให้บ้านเมืองล่มจมได้ มัวแต่ไปน้อยใจว่าอายุมาก แก่ และก็ไม่ใช้ความมีอายุมากเป็นประโยชน์น่าอนาถ ถ้ามัวแต่บอกว่าเราแก่ แล้วก็น้อยใจว่าแก่ ไม่มีดีแน่เพราะว่าแสดงให้เห็นว่าแก่จริงๆ ที่บอกว่าตัวแก่ แล้วไม่ใช้ความแก่ ความชรา ความก้าวหน้า จิตใจที่อายุมาก

ที่มีประสบการณ์มาใช้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและส่วนร่วม ถ้าคนที่อายุมากแล้วใช้ความอายุมากเป็นประสบการณ์ ความมีประสบการณ์ช่วยคนอื่นได้มากกว่าคนที่เยาว์ไม่มีประสบการณ์ ซึ่งทำให้บ้านเมืองล่มจมได้ เพราะว่าคนจะเชื่อว่าคนอายุมากเป็นคนหงำเหงือก เป็นคนไม่มีประสบการณ์ เพราะว่าคนที่อายุมากมีประสบการณ์ จะมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนแต่ก็มีประสบการณ์ เราเรียนมากหรือน้อยแต่ก็มีประสบการณ์

ประสบการณ์นี้ช่วยให้ส่วนรวมก้าวหน้าได้ ในระยะหลังนี้ ดูว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์ แล้วก็แก่ได้ทำให้บ้านเมืองล่มจมไปเยอะ ฉะนั้น ก็ขอให้คนที่เขาว่าว่าแก่ แต่ว่ามีประสบการณ์แล้วมีประสบการณ์ที่ดีทำให้บ้านเมืองดำเนินงานไปได้ ขอให้พวกที่แก่มีความสำเร็จในการงาน เชื่อว่าเป็นสิ่งที่สำคัญ

พูดถึงแก่ อายุมาก อายุน้อย พูดมีคนรู้สึกว่ากระตุกๆ เพราะเขาบอกว่าแก่ ตอนที่รัฐบาลได้มีการตั้งรัฐบาลก็ตั้งมาได้ดี โดยที่ทุกคนตั้งใจที่จะทำงาน ที่จะพยายาม ก็ไม่ทราบว่าได้ตั้งใจจริงๆ หรือไม่ แต่ว่าคนแก่ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ หรือตำแหน่งใหญ่ ก็ไม่ได้ต้องการอะไรของตัว ไม่มีความโลภว่าจะต้องการตำแหน่ง แต่ว่า เห็นว่าต้องมีคนที่อยู่ในตำแหน่งสูง ผู้ที่อายุมากก็ยอมรับเขาจะว่าว่าแก่ ก็ไม่มีใครว่า ผู้ที่ได้มารับตำแหน่งรัฐบาล หรือตำแหน่งที่สำคัญๆ เพราะว่าได้ทำมามากแล้ว ที่เขาว่าแก่ ตรงข้าม ก็คงต้องถือว่าเป็นคนชมเชย ว่า อุตสาห์แก่แล้ว ควรจะพักผ่อนได้ ไม่เอา เขาขอให้เป็นก็เป็น เป็นสิ่งที่น่าชมเชย แต่คนที่ว่า อาจจะเป็นความอิจฉาก็ได้ ก็ช่างเขา เพราะเขาทำไม่ได้ คนที่รับเป็นต้องเข้าใจ เดาใจว่า ถ้าสมมุติทำขึ้นมาแล้วก็ทำไม่ได้ก็บอกว่าทำไม่ได้ เพราะว่าไม่ได้เคยเป็น ไม่เคยทำหน้าที่นั้น ทำเท่าที่ทำได้ แต่เชื่อว่า เพราะเป็นคนมีประสบการณ์

วันที่มารับตำแหน่ง มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า มารับตำแหน่งในเวลาที่เป็นระยะที่เดือดร้อน ไม่ใช่เรื่องการเมือง การเมืองเบื่อแล้วไม่อยากพูด แต่ว่าน้ำมันท่วม และที่บอกว่า ที่น้ำท่วม เขาว่าเพราะน้ำลงมามาก แล้ววันนั้นก็บอกว่า ความจริงไม่มากเท่าที่เคย รู้สึกท่านรัฐมนตรีต่างๆ ก็ทำหน้าเหรอว่าจริง น้ำไม่น้อย น้ำลงมา ฝนลงมาไม่น้อย แต่ไม่มากเท่าที่เคย มา 2-3 วันนี้คนที่เขารู้เรื่องน้ำ บอกว่าจริง ปีนี้ที่ลงมานั้น น้ำที่หล่นจากฟ้าน้อยกว่าปี 38 น้อยกว่าจริงๆ เราก็พูดเพราะมีประสบการณ์จำได้ว่าน้ำปี 38 มากจริงๆ ปีนี้ไม่มากเท่าปี 38 เพิ่งมาบอกว่าจริง ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่มาดูเกี่ยวข้องกับน้ำลง น้ำน้อยกว่าปี 38 แต่ว่าปีนี้ร้ายแรงกว่า เพราะว่าบริหารน้ำไม่ดี คำว่าบริหารน้ำหมายความว่า ถึงเวลาจะปล่อยน้ำลงไป ถึงเวลาที่จะกักน้ำไว้ไม่ทัน ปีนี้ถ้ากักไว้ หรือปล่อยในเวลาที่ถูกจังหวะ ก็เชื่อว่าไม่ท่วมเท่าที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ แต่ยังไม่ช้าเกินไป อีก 2, 3 วันข้างหน้านี้จะเป็นเวลาที่ต้องบริหารน้ำให้ดีขึ้น

วันนี้ไม่มีข้อมูล 2-3 วันข้างหน้าว่าน้ำจะมากแค่ไหน น้ำขึ้นลงมากกว่าปี 38 แต่ว่าที่ดูในปีนี้แก้ไขได้คือบริหารน้ำให้ไม่ท่วมได้ เพราะว่าเรามีอุปกรณ์ที่สมัยใหม่ที่จะทำให้น้ำลดลงไป หายไปได้ดีกว่าปี 38 ปีนี้หลายแห่งก็ทำได้โดยเฉพาะที่แม่น้ำเจ้าพระยาด้วย ปลายๆ แม่น้ำเจ้าพระยา ถึงเวลาน้ำขึ้นก็กั้นเอาไว้ไม่ให้น้ำขึ้นมาท่วม ที่พูดถึงโดยเฉพาะกรุงเทพฯ ถึงเวลาก็ปล่อยได้ และโดยเฉพาะแห่งเดียวที่เป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้วคือที่พระประแดง ที่มีอุปกรณ์ที่เวลาน้ำขึ้นกักเอาไว้ แล้วเวลาน้ำลงปล่อยให้ลง ลงที่คลอง ฮืม คนแก่จำไม่ได้แล้วอยู่ที่... ได้ทำโครงการ ทำโครงการที่จะปล่อยน้ำออกไปได้เวลาน้ำลง และก็เวลาน้ำขึ้นปิดเอาไว้ ตรงนั้นคลอง 600 เมตร หากเปิดมันก็ทะลักเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าปิดน้ำจะพร่องไปก่อนเปิด พร่องไป

อันนี้วิธีที่จะบริหารน้ำให้ดีก็วิธีที่ทำจะให้ทราบว่าเวลาไหนน้ำกำลังขึ้น ปล่อยให้ออกไป พร่องไปก่อนเปิด ซึ่งกว่าจะถึงตรงปลายน้ำก็ลง เพราะน้ำขึ้นเป็นเวลา น้ำลงเป็นเวลา แต่ว่าเวลาน้ำขึ้นมันมีเวลาของเขา จำเอาไว้ว่าขึ้นเวลานั้น สูงบางทีถึง 2 เมตรกว่า เวลาน้ำลงเขาก็ลงไป ทำให้เป็นจังหวะ ถ้าไม่ได้จังหวะ เปิดประตูน้ำเวลาน้ำขึ้นมันก็ทะลักเข้ามา ก็เข้ามาอาจจะท่วมได้น้ำอาจจะขึ้นไปสูงกว่า 2 เมตร น้ำขึ้นๆ 2 เมตร 20, 2 เมตร 30 แต่ถ้าเราปิดในเวลานั้นน้ำก็ไม่ทะลักมาในถนนในกรุงเทพฯ เวลาน้ำลงก็ปล่อยมา ก็หมายความต้องทำให้ถูกต้อง มันเป็นเวลา ถ้าทำเป็นเวลาแล้วน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ แต่ถ้าไม่ทำให้ถูกต้อง ถูกเวลา ถ้าฝนตกลงมาด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ฝนตกไม่มาก แต่ถ้าฝนตกน้ำท่วม ถ้าน้ำท่วมรถแล่นไปก็จมน้ำ ฉะนั้น ผู้ที่มีหน้าที่ไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้ก็ต้องทำต้องบอกเขาให้ปล่อยน้ำเวลาน้ำลง น้ำขึ้นก็กักเอาไว้ มีทุกอย่างมีแห่งเดียวที่มีอุปกรณ์อยู่แล้วที่อื่นก็ควรจะทำ รอมาหลายปีแล้วให้ทำแถวสมุทรสาครควรจะทำได้ แต่ก็ต้องลงทุนไม่ใช่น้อย

ข้อสำคัญต้องลงแรง ตามคลอง ชายทะเลก็เคยมี ในปี 38 นั้นส่งราชองครักษ์ไปดูโดยมากเป็นตอนกลางคืนไปเห็นคนนอนหลับสบายมีชายทะเล บางทีไป ไปทักทาย เพราะว่าได้ไปพบว่าจะเปิด ไม่เปิดแน่ เพราะว่าเขาไม่ได้บอกให้เปิดก็ไม่เปิด เขาไม่ได้บอกให้ปิดก็ไม่ปิด น้ำก็ทะลักท่วมในคลองท่วมหมดจากชายทะเล แต่ถ้าทำถูกจังหวะน้ำไม่ท่วม

ตอนที่ทำทางโน้น ทางฝ่าย กทม.นั้นก็ไม่รู้เรื่องว่ามันเป็นยังไง ไอ้คนที่ติดชายทะเลนอนสบาย เขาบอกว่า คุณมาจากไหน รู้เรื่องได้อย่างไร น้ำมันท่วมจริงๆ นะ เขานึกว่าทำไมมาบอก รู้ว่าขึ้นก็ไม่ปิด ทำไมรู้ว่ามันลงก็ไม่เปิด เขาก็ถามว่า อยู่ตำแหน่งอะไร เขาบอกว่าเป็นนายพล เป็นนายพลมาจากไหน มาจากในวังก็เลยชัดเจนรู้ ก็เลยเข้าใจว่าทำไมรู้เรื่องนี้เขาก็เชื่อ แต่ว่านายไม่เชื่อ นายผู้ใหญ่ต่างๆ เขาไม่ได้สั่งว่าเวลานั้นเวลานั้นต้องเปิดต้องปิด ที่ต้องเปิดต้องปิดเวลานี้เพราะเขาว่าน้ำมันไม่คอยใคร น้ำขึ้นน้ำลง ท่านเป็นทหารเรือ ผู้ที่เป็นทหารเรือต้องรู้เรื่องน้ำขึ้นน้ำลงเวลาไหน แล้วก็ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำท่วม

อันนี้ไม่กระทบตัวเขานอนสบาย ไม่ท่วม แต่ว่าคนที่อยู่ข้างในท่วม ฉะนั้น เดี๋ยวนี้ยังมีเวลาแก้ไข ไม่งั้นเดี๋ยวปีใหม่น้ำก็ท่วมอีกก็เลยบอกว่า ท่านที่มีหน้าที่ให้ไปดู ที่ไปเมื่ออาทิตย์ 2 อาทิตย์สมเด็จพระเทพฯไปดูตอนมืด มืดแล้วเราต้องไป เพราะเขาไม่เห็น แต่ยังไงก็น่าจะไป หรืองานข้าพเจ้าหมดแล้ว 2-3 นี้ก็จะน่าจะหมดก็จะไปดู พระเทพฯท่านก็ไป ไปดูเพราะว่ายังจำเป็นที่จะดู แต่ว่าจนถึงวันนี้ข้าพเจ้าไปไม่ได้ ไม่ไหวปวดหลังก็เลยไม่ได้ไป ที่ไปดูตรงนี้สมเด็จพระบรมฯ สมเด็จพระเทพฯก็ไป แต่ว่าบอกว่ายังไม่รู้เรื่องว่าควรจะเปิด ปิดยังไง เพราะมันต้องมีการตั้งเวลาให้เหมาะสม ให้ถูกต้อง แต่ตอนนี้ก็เปิด ทางชลประทานเขาว่า เขาไล่ที่ไปหมดแล้ว ปลายปียังมีอีกเดือนที่จะสกัดแม่น้ำเพราะน้ำฝนก็ยังลง เลยให้ทำให้ถูกต้องเพราะเชื่อว่าจะดีไม่ช้าเกินไป นี่ทำไมจวนจะหมดฤดูกาลแล้วถึงมาพูด

แต่ว่ามาพูดเพราะว่าที่ผ่านมาพูดไม่ค่อยได้ยิน เพราะเสียงมันแหบ วันนี้ได้ใช้อย่างที่บอก ยาที่บอกนี่มีคนให้ก็จะกินต่อไป ต้องจิบทีละนิด วันนี้เสียงนับว่าดี ได้แจ้งให้ทราบว่าต้องทำอย่างไรสำหรับน้ำท่วม แต่ว่าการที่พูดเราก็ไม่ได้พูดมากเพราะว่าคนพูดมากเกินไปน้ำท่วมทุ่ง กลัวเดี๋ยวน้ำท่วมทุ่ง ท่วมตลอดจากอ่างทองเลยมาถึงนนทบุรี น้ำท่วมทุ่งก็คือคนพูดมากเกินไป คนพูดมากเกินไปทำน้ำท่วมทุ่ง ท่วมที่นาเขาท่วมหมด ก็เลยไม่ค่อยอยากพูดมากเกินไป พูดมากแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่สำคัญ คนอื่นๆ ที่ไม่ได้พูด เรื่องอื่นๆ ที่พูดเราเอาไว้ปีหน้า ปีหน้าน้ำไม่ต้องท่วม เพราะว่านายกฯไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าปีหน้าจะไม่อยู่ อาจจะอยู่ก็ได้ พูดอย่างนี้เดี๋ยวฝรั่งเขาหาว่า เดอะ คิง นั้นสั่งนายกฯ ไม่ ไม่สั่ง สั่งไม่ได้ พลเอกสุรยุทธ์ใครจะมาสั่งให้ทำอะไรสั่งไม่ได้ เพราะว่าท่านแข็ง เพราะท่านก็ไม่ได้ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า อยู่ในหลักในเกณฑ์ ฉะนั้น ก็ปีหน้าสั่งอะไรไม่ได้แล้ว ปีหน้าท่านก็สบาย แสดงให้เห็นว่า ทำอะไรที่ดี เรียบร้อย ก็เชื่อว่าจะสำเร็จ ก็มีบางอย่างที่ทำแล้วรู้สึกไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือไม่ถูก แต่ยังไงก็เชื่อว่าทำด้วยความตั้งใจดี ทำด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ก็คงต้องผ่านอีกปี ข้ามปี แล้วก็ไม่ต้องพูดมาก เชื่อว่าถ้าทำต่อไปการปกครองก็จะได้ทำประโยชน์ ได้ทำตัวอย่างแล้ว แต่ถ้าคนไม่เอา ไม่ต้องการตัวอย่างก็ช่างหัวเขา คนที่ตำหนิติเตียนไม่เชื่อคนที่ทำด้วยความตั้งใจดี ไม่มีผลประโยชน์ของตัว เป็นของสำคัญ แต่ยังไงก็ตาม เชื่อว่าถ้าหากทุกคนที่มีตำแหน่งที่สำคัญ ต้องทำด้วยความตั้งใจดี ทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ก็เชื่อว่าบ้านเมืองจะผ่านพ้นอันตรายได้

ก็มีคนไทยหลายคนอาจจะถาม ทำไมต้องพูดอย่างนี้ ที่พูดเพราะคนที่ทำมีความตั้งใจดี แต่มีคนที่ไม่ดี ไม่มีความตั้งใจดีก็มี หรือถ้ามีแต่ตั้งใจดีแต่ไม่รู้เรื่องก็อาจจะเสียหายได้ เพราะฉะนั้น ก็หวังว่าทุกคนที่รู้หน้าที่จะได้ทำตามหน้าที่ จะได้อายุ 80 ปีแบบสบายใจ อายุ 80 ปี พี่สาวได้เคยบอกว่า เวลาอายุ 80 ปี ไม่ไหว ท่านอายุ 84 ปี ท่านไม่ค่อยสบายก็เลยต้องพูดถึงท่าน ขอให้ท่านสบาย ขอให้สำเร็จในการรักษาตัว เดี๋ยวนี้เขาเป็นผู้ใหญ่ ข้าพเจ้าเหลือคนเดียว คือพี่สาว คนอื่นไม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

แล้วที่ท่านมาให้กำลังใจในวันนี้จะทำให้ข้าพเจ้าทำงานทำการต่อไปได้ วันนี้มีความรู้สึกว่า คนที่มานั่งฟังเป็นเด็กๆ ทั้งนั้น นอกจากคนแถวนี้ แก่ๆ กันทั้งนั้น แต่ส่วนมากก็เด็กกว่าเรา ประหลาด ไม่เคยนึก มีคนเดียวที่แก่ คนเดียวที่แก่กว่า แต่ว่าท่านก็ไม่ยอมแก่ ก็เลยนึกว่า คนที่แก่แต่ไม่ยอมแก่ทำงานเข้มแข็งก็ดี ทั้งคนที่แก่แต่ไม่ยอมแก่ เพราะฉะนั้น ก็หวังว่าทุกคนที่ทำงานด้วยความตั้งใจ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความรู้ตัวว่า ทำงานด้วยความแก่ที่ดีให้สำเร็จ มีความสำเร็จ ก็ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในงานของคนแก่แต่ว่างานที่ถูกต้อง คนที่ทำคือไม่ถูกต้องไม่ได้ ไม่ให้พร วันนี้ก็ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในงานการของคนแก่ ให้ส่วนร่วมได้สามารถที่จะปฏิบัติเป็นคนดี อย่างคนแก่ หรือที่ถือว่าเป็นคนแก่แต่ก็ทำงานด้วยความตั้งใจ ก็ขอให้ประสบความสำเร็จเรียบร้อยทุกประการ

*******************************************

ที่มาของข้อมูล : มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 05 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ปีที่ 29 ฉบับที่ 10496 หน้า 2

5 ธันวาคม 2549

By DMH Staffs

Views, 4862