ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ครรภ์ไข่ปลาอุก

ครรภ์ไข่ปลาอุก เกิดจากในครรภ์มารดากลายเป็นเนื้องอกผิดปกติ ส่วนมากจะเป็นเนื้องอกชนิดธรรมดา (Benign tumor) ที่ไม่มีอันตรายร้ายแรง ส่วนน้อย(ประมาณร้อยละ 2) ที่อาจกลายเป็นเนื้อร้ายหรือมะเร็งเยื่อรก (chorio-carcinoma) ที่อาจลุกลามและแพร่กระจายตามกระแสเลือดไปทั่วร่างกาย

มักพบในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เมื่ออายุน้อยกว่า 18 ปี หรือมากกว่า 40 ปี อาการมักเกิดในระยะแรกๆหลังตั้งครรภ์ใหม่ๆพบว่าขนาดของมดลูกโตเร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ยังพบอาการเลือดออกกะปริดกระปรอยทางช่องคลอดคล้ายกับแท้งบุตรหรือพบว่าทารกในท้องไม่ดิ้นและมีอาการแพ้ท้องคือ คลื่นไส้อาเจียนอย่างรุนแรง บางครั้งอาจมีชิ้นเนื้อลักษณะคล้ายไข่ปลาอุกหลุดออกมาทางช่องคลอด ด้วยเหตุนี้จึงเรียกโรคนี้ว่า ครรภ์ไข่ปลาอุก และบางรายอาจมีเลือดออกนานเป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนจนทำให้มีอาการซีด อ่อนเพลียผู้ป่วยมักมีอาการแสดงของภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน หรือคอพอกเป็นพิษ (เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็ว) ร่วมด้วยเนื่องจากฮอร์โมนเอชซีจี (ที่สร้างโดยรกปริมาณสูง) จะมีฤทธิ์อ่อนๆในการ กระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์ทำงานมากกว่าปกติซึ่งอาจมีการติดเชื้อภายในมดลูก และกลายเป็นโลหิตเป็นพิษและอาจมีการตกเลือดมาก หรือครรภ์เป็นพิษ ซึ่งจะพบก่อนอายุครรภ์ 5 เดือน

หากท่านสงสัยควรส่งโรงพยาบาล เพื่อตรวจฮอร์โมน เอชซีจี(hCG) ในเลือดและปัสสาวะซึ่งจะพบว่ามีขนาดสูงกว่าที่พบในการตั้งครรภ์ปกติ หรืออาจต้องทำการตรวจพิเศษ เช่น อัลตราซาวนด์ การตรวจชิ้นเนื้อ ถ้าเป็นโรคนี้จริง อาจต้องทำการขูดมดลูก ผู้ป่วยควรกินยาเม็ดคุมกำเนิดนาน 6 เดือน ภายหลังการขูดมดลูกหรือผ่าตัดมดลูกตามแต่สภาพของผู้ป่วย ถ้าอายุมากหรือมีบุตรเพียงพอ อาจทำการผ่าตัดเอามดลูกออก หลังจากนั้นควรนัดมาตรวจระดับ เอชซีจี ในปัสสาวะ และเอกซเรย์ปอดเป็นระยะ เป็นเวลาอย่างน้อย 2 ปี เพื่อสังเกตว่าจะมีการกำเริบหรือกลายเป็นมะเร็งหรือไม่ถ้าพบว่าระดับ เอชซีจี ไม่ลด หรือกลับเพิ่มขึ้นแพทย์จะให้รักษามะเร็ง เช่น เมโทเทรกเซต (methotrexate) หรือ แดกติโนไมซิน (dactinomycin) หลังจากโรคทุเลา ผู้ป่วย (ที่ไม่ได้ตัดมดลูก) ควรกินยาเม็ดคุมกำเนิด 12 เดือน ในรายที่กลายเป็นมะเร็งเยื่อรก (chirio-carcinoma) แพทย์จะให้ยารักษามะเร็ง ซึ่งสามารถรักษาให้หายขาดได้ร้อยละ 100 (ถ้ายังไม่แพร่กระจายไปที่อื่น) และประมาณร้อยละ 60-80 (ถ้ามีอาการแพร่กระจายไปที่อื่น)

โรคนี้ถึงพบได้ไม่บ่อยนัก แต่ถ้ามีอาการที่น่าสงสัย เช่น มดลูกโตเร็ว เลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอย หรือแพ้ท้องรุนแรง ควรส่งไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ใจ และถ้าเป็นโรคนี้จริง ผู้ป่วยก็ควรที่จะปฏิบัติตามที่แพทย์สั่งอย่างต่อเนื่อง ก็มีทางที่จะรักษาให้หายขาดได้ แต่ถ้ากลายเป็นมะเร็งเยื่อรกล้แว ถ้าขาดการรักษาอย่างจริงจัง ก็อาจแพร่กระจายไปทั่วตัว เป็นอันตรายถึงตายได้

หลังจากรักษาจนหายขาด ผู้ป่วยที่มีอายุไม่มากนัก และยังไม่ได้ผ่าตัดมดลูก สามารถมีบุตรได้ใหม่และโอกาสจะเป็นโรคนี้ซ้ำอีกมีน้อยมาก

10 มกราคม 2546

By

Views, 17394