ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

UpDate สาระสุขภาพ

การป้องกันอารมณ์ซึมเศร้าหลังเกิดสโตรค

อาการซึมเศร้าที่ปรากฏทางคลินิกไม่ว่าจะเป็น major หรือ minor มีผลกระทบในราวร้อยละ 40 ของคนไข้หลังเกิดสโตรค และมีผลต่อความพิการหลังสโตรคได้มากพอควร การศึกษาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับประโยชน์ของยาต้านอารมณ์เศร้าในการป้องกันอาการซึมเศร้าให้ผลที่ยังไม่ชัดเจน

รายงานการศึกษาที่ทำในหลายศูนย์ครั้งนี้ ศึกษาการป้องกัน poststroke depression ในคนไข้ 176 คน (อายุเฉลี่ย 64 ปี) ซึ่งเป็นสโตรคภายใน 3 เดือนที่ผ่านมา (แทบทั้งหมดเป็น supratentorial ischemic stroke) คนไข้ที่มี depression หรือโรคที่ก่อให้เกิดความพิการเรื้อรังมาก่อนจะถูกตัดทิ้งไป

คนไข้ที่ได้รับการสุ่มให้รับยา esciatalopram (5-10 มิลลิกรัม/วัน, blinded) problem-solving therapy หรือยาหลอก และผ่าน structured diagnostic interview ทุก 3 เดือนเป็นเวลา 1 ปี ในบรรดาคนไข้ที่เริ่มต้น 176 คน 149 คน ได้รับการรักษาและ 134 คน ร่วมการวิจัยจนสิ้นสุดโครงการในการวิเคราะห์แบบ intention-to-treat (ปรับเกี่ยวกับอายุ, เพศ, ความรุนแรงของอารมณ์ซึมเศร้า และประวัติความผิดปรกติทางอารมณ์)

ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการซึมเศร้าทางคลินิกนั้นสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มที่ได้ยาหลอก (ร้อยละ 22) เมื่อเทียบกับ Problem-solving therapy (ร้อยละ 12) หรือ escitalopram (ร้อยละ 9) ทั้งนี้ไม่พบความแตกต่างเกี่ยวกับเหตุร้ายอันไม่พึงประสงค์

เนื่องจากอารมณ์ซึมเศร้าเกี่ยวข้องกับอัตราตายหลังสโตรคที่เพิ่มขึ้นสิ่งสำคัญที่พบนี้สมควรได้รับการทำซ้ำและขยายผลออกไป คำถามสำคัญข้อหนึ่งคือ การรักษาคนไข้ poststroke ทุกคนเพื่อป้องกันอารมณ์ซึมเศร้าจะดีกว่าการพยายามมองหาคนไข้ที่มีแนวโน้มจะเกิดแล้วจึงรักษาอารมณ์ซึมเศร้าทันทีที่เกิดหลังสโตรคหรือไม่

*******************************************

ข้อมูลจากสรรพสารวงการแพทย์ ปีที่ 10,ฉบับที่ 281,พฤศจิกายน 2551 หน้า 4

“ยืดอกพกถุง” เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์อินเดีย

อินเดียเผยแพร่เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือ เพื่อรณรงค์การมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และรับมือกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อเอชไอวี

โครงการBBC World Service Tust โดยการสนับสนุนของนายบิลล์ เกตส์ เจ้าของไมโครซอฟต์ และภรรยาจัดทำเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือเพื่อรณรงค์ให้ชาวอินเดียกล้าพูดถึงและยอมรับการใช้ถุงยางอนามัยมากขึ้น โดยหวังว่าเสียงเรียกเข้านี้จะเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นชาวอินเดีย

นางรัทธารานี มิตรา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของโครงการนี้กล่าวว่าโครงการนี้เกิดขึ้นเนื่องจากในอินเดียมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีถึง 2.5 ล้านคน จึงมีแนวคิดที่จะใช้เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือเพื่อชักชวนให้ประชาชนใส่ใจการมีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และปรับเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัยเสียใหม่

นางมิตรา กล่าวอีกว่า เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์เป็นสิ่งที่บ่งบอกสถานะส่วนตัว ดังนั้นสำหรับแผนการรณรงค์โดยใช้เสียงเรียกเข้าจึงน่าจะเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ถูกต้อง โดยการรวมเอาสารสาระและความสนุกมาไว้ด้วยกัน เพื่อทำลายกำแพงข้อห้ามและมายาคติทั้งหลายเกี่ยวกับการใช้ถุงยางอนามัย

หากอยากทดลองเสียงเรียกเข้าด้วยตัวเองก็สามารถดาวน์โหลดได้ที่ www.condomcondom.org

*******************************************

ข้อมูลจากสรรพสารวงการแพทย์ ปีที่ 10, ฉบับที่ 278, กันยายน 2551 หน้า 8

แนะวิ่งออกกำลังกาย ช่วยร่างกายแก่ช้าลง
ผลการศึกษาโดยนักวิจัยสหรัฐเผย การวิ่งออกกำลังอาจช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมสภาพของร่างกาย

คณะวิจัยจากมหาวิทยาลัยแพทย์สแตนฟอร์ดเผยในวารสาร Archives of Internal Medicine อ้างถึงผลการวิจัยจากกลุ่มประชากรอายุมากกว่า 50 ปี จำนวน 538 คน ระบุว่าผู้ที่วิ่งออกกำลังกายเป็นประจำต่อเนื่องเป็นเวลาหลายปีมักมีสุขภาพแข็งแรง มีชีวิตยืนยาวกว่า และมีอัตราเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนถึงวัยอันควรร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย

ศ.เจมส์ ฟรายส์ จากมหาวิทยาลัยแพทย์สแตนฟอร์ด และนักวิจัยอาวุโสในการศึกษานี้กล่าวว่า ผลจากการวิ่งช่วยชะลอการเสียชีวิตได้มากกว่าผู้ที่วิจัยสันนิษฐานไว้ โดยตลอดระยะการศึกษามีผู้ที่ไม่ได้วิ่งออกกำลังกายเสียชีวิตถึงร้อยละ 34 ในขณะที่ผู้ที่วิ่งออกกำลังกายเสียชีวิตเพียงร้อยละ 15

ศ.ฟรายส์ กล่าวด้วยว่า การศึกษานี้ได้ชี้ให้เห็นประโยชน์จากการออกกำลังกาย พร้อมกันนี้ยังได้เสนอแนะให้คนมีอายุหันมาออกกำลังกายรักษาสุขภาพ โดยเลือกกีฬาที่ไม่รุนแรงและมีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่ตลอด

*******************************************

ข้อมูลจากสรรพสารวงการแพทย์ ปีที่ 10, ฉบับที่ 278, กันยายน 2551 หน้า 8

16 มกราคม 2552

By สรรพสารวงการแพทย์

Views, 8460