ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

สำรวจความสุข

สำรวจความสุข (ตอนที่ ๒)
Posted by DMH Staff/Sty-Lib

“ความสุขไม่ใช่อะไรที่สำเร็จรูป แต่มันมาจากการกระทำของเราเอง” (ดาไล ลามะ)

สมการความสุข

กรมสุขภาพจิตได้กำหนดนิยามสุขภาพจิต ว่าหมายถึง

“สภาพชีวิตที่เป็นสุข มีศักยภาพที่จะพัฒนาตนเองเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี โดยครอบคลุมถึงความดีงามภายในจิตใจ ภายใต้สภาพสังคมและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป”

ภายใต้นิยามดังกล่าว ได้จัดแบ่งองค์ประกอบของสุขภาพจิตออกเป็น ๔ องค์ประกอบ ได้แก่

๑.สภาพจิตใจ หมายถึงสภาพจิตใจที่เป็นสุขหรือทุกข์ การรับรู้สภาวะของสุขภาพตนเอง ความเจ็บป่วยทางด้านร่างกาย ที่ส่งผลกระทบต่อทางด้านจิตใจ และความเจ็บป่วยทางจิต

๒. สมรรถภาพของจิตใจ หมายถึง ความสามารถของจิตใจในการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น และการจัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อการดำเนินชีวิตอย่างเป็นปกติสุข

๓. คุณภาพของจิตใจ หมายถึง คุณลักษณะที่ดีงามของจิตใจในการดำเนินชีวิตอย่างเกิดประโยชน์ต่อตนเองและสังคม

๔. ปัจจัยสนับสนุน หมายถึง ปัจจัยที่สนับสนุนให้บุคคลมีสุขภาพจิตที่ดี ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับคนในครอบครัว ชุมชน การทำงาน รายได้ ศาสนา ความเชื่อของแต่ละบุคคล ความสามารถในการทำงาน ตลอดจนสิ่งแวดล้อม และความรู้สึกมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นิยามข้างต้น เป็นที่มาของการพัฒนาเครื่องมือประเมินสุขภาพจิตคนไทย โดยฉบับเต็มมีจำนวนข้อคำถาม ๕๕ ข้อ และฉบับย่อมีจำนวนข้อคำถาม ๑๕ ข้อ (ภาคผนวก ก) และเรียกแบบประเมินฉบับย่อนี้ว่า แบบประเมินความสุขคนไทย และสอดคล้องกับนิยามที่เสนอโดยศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข และบิดาแห่งวงการสุขภาพจิตและจิตเวชศาสตร์ของไทย ซึ่งได้ให้นิยามสุขภาพจิตไว้ว่า หมายถึง “สภาพชีวิตที่เป็นสุข ผู้มีอารมณ์มั่นคง สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงมากๆ ได้ มีสมรรถภาพในการทำงาน และอยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความพอใจ”

เมื่อกล่าวถึงค่าคะแนนความสุขในรายงานฉบับนี้ จึงมีความหมายครอบคลุมองค์ประกอบทั้ง ๔ ตามนิยามสุขภาพจิต อันได้แก่ สภาพจิตใจ สมรรถภาพของจิตใจ คุณภาพของจิตใจ และปัจจัยสนับสนุน ซึ่งองค์ประกอบสุดท้าย (ปัจจัยสนับสนุน) ในแบบประเมินความสุขคนไทย จะเป็นข้อคำถามเกี่ยวกับการสนับสนุนของครอบครัว

การที่กรมสุขภาพจิตเรียกชื่อแบบประเมินสุขภาพจิตคนไทยฉบับย่อว่าแบบประเมินความสุขคนไทย เนื่องจากประเมินว่า ในบริบทของสังคมไทยอนุมานว่า สุขภาพจิตและความสุขเป็นเรื่องเดียวกัน

ดังนั้น ความสุขในรายงานฉบับนี้ จึงมีความหมายครอบคลุมกว้างขวางกว่าความสุขที่ใช้ในการศึกษาทั่วไป ซึ่งเน้นเพียงการถามถึงความรู้สึกหรือคำถามของสภาพจิตใจ ดังเช่นการสำรวจความสุขใน General Social Survey ใช้คำถามว่า “เมื่อพิจารณาสถานการณ์ทั้งหมดโดยรวมแล้ว คุณจะกว่าว่าปัจจุบัน คุณมีความสุขในชีวิตอย่างไร (มีความสุขมาก, ค่อนข้างมีความสุข, และไม่มีความสุข) หรือคำถามในการสำรวจ World Value Durvey” เมื่อพิจารณาสถานการณ์ทั้งหมดโดยรวมแล้ว คุณจะกล่าวว่า...(มีความสุขมาก, มีความสุขค่อนข้างมาก, ไม่ค่อยมีความสุข, และไม่มีความสุขเลย)

แต่คะแนนความสุขที่ได้จากแบบประเมินความสุขคนไทยของกรมสุขภาพจิต จะให้ความหมายที่ครอบคลุมองค์ประกอบทั้งสี่ตามนิยามข้างต้น

คณะทำงานทางวิชาการของโครงการรายงานสถานการณ์สุขภาพจิตคนไทย โดยคณาจารย์จากสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล และคณะทำงานของแผนงานสร้างเสริมสุขภาพจิต ได้คัดเลือกแบบประเมินความสุขคนไทยของกรมสุขภาพจิต ให้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจ เนื่องจากการทบทวนเครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่ พบว่าแบบประเมินความสุขคนไทยเป็นเครื่องมือที่มีขั้นตอนการพัฒนาเครื่องมือที่มีคุณภาพ มีนิยามที่ชัดเจน นับเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ และพิจารณาวิธีการสำรวจ โดยอาศัยการผนวกข้อคำถามไปเข้าในการสำรวจมาตรฐานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่น่าเชื่อถือ โดยไม่ต้องทำการสำรวจซ้ำซ้อน ขณะเดียวกันก็ยังสามารถวิเคราะห์คะแนนความสุขคนไทยกับตัวแปรอื่นๆ ในการสำรวจต่างๆ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติได้อีกด้วย

แบบประเมินความสุขคนไทย ซึ่งมีข้อคำถามจำนวน ๑๕ ข้อ ได้รับการพัฒนาข้อคำถามมาอย่างต่อเนื่อง และใช้วิธีกำหนดจุดตัดแบ่งกลุ่มประชากรออกเป็น ๓ ระดับ โดยผู้ที่มีคะแนนต่ำกว่า ๒๗ คะแนน ถือเป็นผู้มีระดับความสุขหรือสุขภาพจิตต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาสุขภาพจิต หรือที่เรียกในรายงานนี้ว่า กลุ่มสุขน้อย ผู้ที่มีคะแนนระหว่าง ๒๘ ถึง ๓๔ เป็นกบลุ่มที่มีคะแนนอยู่ในเกณฑ์ปกติ หรือที่เรียกในการศึกษานี้ว่า กลุ่มสุขปานกลาง และผู้ที่มีคะแนนสูงกว่า ๓๕ ขึ้นไป เป็นผู้มีความสุขมาก

คณะทำงานโครงการรายงานสถานการณ์สุขภาพจิตคนไทย ได้ทำการศึกษาคุณสมบัติของแบบประเมินความสุขคนไทย ในด้านอำนาจการจำแนก โดยศึกษาคะแนนในกลุ่มผู้ป่วยทางจิตเวชและญาติ เปรียบเทียบกับประชากรทั่วไป พบว่า จุดตัดดังกล่าวให้การจัดแบ่งกลุ่มได้ดีพอสมควร (ภาคผนวก ข)

ผลการสำรวจที่รายงานในคู่มือฉบับนี้ เป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างสุขภาพจิต กับปัจจัยต่างๆ ได้แก่ ปัจจัยทางสังคม วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และการเมือง และแสดงให้เห็นถึงปัจจัยที่ควรได้รับการใส่ใจในการกำหนดนโยบายด้านสังคม ซึ่งจะส่งผลต่อสุขภาพจิตหรือความสุขคนไทย อย่างไรก็ตาม การสำรวจในลักษณะเช่นนี้ จะไม่สามารถอธิบายความเป็นเหตุเป็นผลของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น กล่าวคือ ไม่สามารถระบุได้ว่า สิ่งใดเกิดก่อน เกิดหลัง การตีความจึงควรพิจารณาอย่างรอบรอบ

*******************************************
จาก คู่มือสร้างสุข ระดับจังหวัด ยุทธศาสตร์ความสุขฉบับพกพา หน้า ๒๙-๓๔

Posted by dmhstaff/sty-lib

4 กรกฎาคม 2554

By คู่มือสร้างสุข ระดับจังหวัด ยุทธศาสตร์ความสุขฉบับพกพา

Views, 5550