ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

"ปฏิบัติใจ"ปรับสมดุลอารมณ์

"ปฏิบัติใจ"ปรับสมดุลอารมณ์
Posted by DMH Staff/Sty-Lib

ความเครียดเป็นตัวกระตุ้นโรค ไม่เว้นแม้แต่เบาหวาน อาจารย์สาทิส อธิบายว่า เมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) มากขึ้นผิดปติ ซึ่งทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น ทั้งยังมีผลต่อการตอบสนองของอินซูลิน ส่งผลให้ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้

ดังนั้นจึงควรศึกษาวิธีลดความเครียดแบบต่างๆ แล้วประยุกต์เป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับตนเอง

หัวเราะลดเครียด ยาแก้เบาหวานครอบจักรวาล

ในวันตรวจเบาหวานประจำเดือนที่ รพ.สต.หว้านใหญ่แห่งเดียวกันนี้ คุณวาสนา พลเตชา เจ้าพนักงานสาธารณสุขชำนาญงาน ทำหน้าที่สอนการหัวเราะบำบัดให้ผู้ป่วยเบาหวาน

“ผู้ป่วยเบาหวานส่วนใหญ่มีอาชีพทำนา จึงเครียดเรื่องเศรษฐกิจและความอยู่รอดของครอบครัวมากกว่าความเจ็บป่วยของตัวเอง พออารมณ์แปรปรวนก็ควบคุมระดับน้ำตาลไม่ได้”

“หลายคนหัวเราะยาก เล่าเรื่องตลกก็แล้ว แซวก็แล้ว ยังไม่หัวเราะ จึงต้องนำวิธีหัวเราะแบบมีหลักการเป็นขั้นเป็นตอนเข้ามาช่วย”

หลักการนั้นได้แก่ การหัวเราะคำว่า โอ อา อู เอ และ อืม ตามลำดับ ให้เสียงดังและแรง แต่ละคำจะหัวเราะทั้งเสียงสั้นและยาว (ยกเว้นเสียง อืม ที่หัวเราะเฉพาะเสียงยาว) เสียงสั้น คือ หัวเราะทีละคำอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมดลมหายใจ ส่วนเสียงยาว คือ ลากเสียงหัวเราะยาวจนกว่าจะหมดลมหายใจ ขณะเดียวกัน เมื่อออกเสียงคำใดจะต้องเกร็งอวัยวะส่วนที่กำหนดตามไปด้วย (ยกเว้นเสียง อืม) เพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่ ดังนี้

โอ-เกร็งท้อง อา-เกร็งหน้าอก อู-เกร็งคอ และ เอ-กัดฟันเบาๆ

หัวเราะทั้งห้าเสียงนับเป็น 1 เซต ควรทำวันละ 1-2 เซต ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน คุณผ่องศรี ญาติบำรุง อายุ 67 ปีเป็นนักหัวเราะตัวยง

“ปลายปี พ.ศ.2552 ป้ามาฝึกหัวเราะกับคุณวาสนา พอลองปรับให้เข้ากับตัวเองแล้วหัวเราะเป็นประจำ รู้สึกว่าสบายใจขึ้นจิตใจแจ่มใส ไม่เครียดเลย”

คุณผ่องศรี ประยุกต์หลักการหัวเราะของคุณวาสนา มาเป็นสูตรของตัวเอง ซึ่งทำตามไม่ยาก แค่เลือกบริเวณที่อากาศปลอดโปร่งและสามารถมองเห็นดวงอาทิตย์ได้

“ทุกเช้ามืด ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นเล็กน้อย ให้ยืนหันหน้าไปทางทิศตะวันออก ยืนสบายๆ หายใจเข้าและออกลึกๆ พอแสงอาทิตย์ขึ้นรำไรก็เริ่มหัวเราะออกมาดังๆ ทีละคำ พอถึงคำสุดท้ายให้ลากเสียงหัวเราะยาวจนกว่าจะหมดลมหายใจ”

คำที่ว่านั้น เช่น ฮ่า ฮ่า ฮ่า หรือเสียงอื่นที่ตนถนัดแล้วหัวเราะอย่างนี้สามครั้ง ครั้งที่หนึ่งให้เสียงดังเป็นปกติ ครั้งที่สองให้เสียงดังขึ้นปานกลาง ส่วนครั้งสุดท้ายให้หัวเราะเสียงดังที่สุด แต่พยายามอย่าตะเบ็งเสียง ระหว่างนั้นคุณผ่องศรี บอกว่าตาต้องคอยมองตามดวงอาทิตย์ตลอดด้วย

ภายในสามเดือนของการฝึกหัวเราะ ระดับน้ำตาลในเลือดของคุณผ่องศรีลดจาก 180 เหลือ 140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องกินยา

ทำสมาธิช่วยจิตลดเครียดเบาหวาน

เนื่องจากการดูแลผู้ป่วยด้วยโรคเรื้อรังอย่างโรคเบาหวาน จำเป็นจะต้องทำให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งกาย ใจ และจิตวิญญาณ คุณประยุทธ ศรีสำราญ เจ้าหนักงานสาธารณสุขอำเภอหว้านใหญ่ จึงเริ่มกิจกรรมการทำสมาธิในผู้ป่วยเบาหวาน ในโอกาสออกมาตรวจผู้ป่วยและทำกิจกรรมประจำเดือน ณ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหว้านใหญ่

“การกินยา ปรับอาหาร ออกกำลังกาย และนวดเท้า เป็นการดูแลกาย ส่วนการหัวเราะเป็นเรื่องดูแลใจและอารมณ์ การทำสมาธิจึงเป็นเรื่องการดูแลมิติทางจิตวิญญาณ ช่วยให้ผู้ป่วยผ่อนคลาย ไม่เครียด วิตกกังวลหรือตื่นกลัวโรคแทรกอย่างพวกโรคไต ตาบอด หรือต้องตัดขา”

“เราไม่ได้คาดหวังถึงการบรรลุธรรม แค่ต้องการให้ผู้ป่วยยอมรับโรคของเขา ไม่คิดว่าโรคเบาหวานเป็นปัญหา และเข้าในธรรมชาติของโรคว่าถ้าใช้ชีวิตแบบนี้จะเป็นแบบนี้ ถ้าต้องการผลอีกแบบหนึ่งก็ต้องปรับพฤติกรรมไปทำอีกแบบหนึ่ง”

คุณประยุกต์ซึ่งเคยบวชเรียนกับหลวงปู่นักวิปัสสนาและชอบศึกษาหาความรู้เรื่องธรรมะ ขณะนำผู้ป่วยฝึกสมาธิ เขาจะใช้หลักธรรมข้อไตรลักษณ์และกฎแห่งกรรมมาสอดแทรก พร้อมกับความรู้เรื่องโรคเบาหวานไปด้วย

เพื่อเป็นตัวเสริมในการลดระดับน้ำตาลในเลือดและป้องกันโรคแทรกซ้อนแก่ผู้ป่วยเบาหวาน

วิธีเรียงเมล็ดข้าวสารเพิ่มสมาธิ

อุปกรณ์

- กระดาษขนาดเอสี่ เขียนหรือพิมพ์คำว่า “ดี” ขนาดใหญ่ (ขนาดฟอนต์ 72 พอยต์) ตรงกลางแผ่นกระดาษ

- กระบอกไม้ไผ่ตัดปล้องสูง 1 นิ้ว พร้อมทำฝาปิดสำหรับใส่ข้าวสาร

- ไม้พายขนาดเล็ก

- ถุงผ้าสำหรับเก็บอุปกรณ์

วิธีทำ

1.นั่งสบายๆ หายใจเข้าและออกลึกๆ กางแผ่นกระดาษ จากนั้นค่อยๆ เรียงเมล็ดข้าวสารจนเต็มตัวอักษร

2.ใช้ไม้พายเกลี่ยเมล็ดข้าวสารให้เรียงกันเป็นระเบียบ เมื่อเสร็จแล้วพูคำว่า “ดี” ออกมาดังๆ อย่างหนักแน่น

10 ขั้นตอนคนเบาหวานทำสมาธิ

1.นั่งสมาธินิ่ง หลับตา

2.พิจารณาเส้นผมว่าเคลื่อนไหวไหม

3.พิจารณาหน้าผากของเรา มีความเครียดไหมผ่อนคลายหรือยัง

4.พิจารณาเปลือกตาของเรา หนักหรือเปล่าดวงตาของเราตึงไปไหม ผ่อนคลาย

5.พิจารณาลมหายใจเข้าและออก

6.พิจารณาหลัง เป็นอย่างไร ตึงไหม ขยับท่านั่งให้หลังตรง

7.พิจารณาสะโพก ส่วนที่กดกับพื้นมีอาการเจ็บไหม นั่งในท่าสบายที่สุด ผ่อนคลาย

8.พิจารณาเท้า รู้สึกชาหรือหนักไหม

9.จากนั้นไล่พิจารณากลับไปยังส่วนที่ 8 7 6 5 4 3 และ 2 ผ่อนคลาย

10.หากใจของใครอยู่ที่อื่น ให้กลับมาที่นี่ฟังเสียงของผู้นำ(กรณีทำสมาธิเป็นกลุ่ม หรือหากทำเองที่บ้าน ให้ฟังเสียงที่ชัดเจนที่สุดในเวลานั้น)ฟังเสียง ให้มีสมาธิกับสิ่งที่เป็นปัจจุบัน

เรียงเมล็ดข้าวสารเพิ่มสมาธิ

เช่นเดียวกับที่อื่นๆ ผู้ป่วยเบาหวานในอำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ก็เผชิญปัญหาความเครียดจนควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้

เมื่อสังเกตว่า กลุ่มชาวนาที่ค่อยๆ เก็บเศษข้าวเปลือกหรือเศษกรวดดินออกจากข้าวสารที่เพิ่งสีเสร็จใหม่ๆ มีสมาธิกว่าคนกลุ่มอื่น คุณทัตติกา ตีคลี นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ รพ.สต.ไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์ จึงนำแนวคิดนี้มาประดิษฐ์เครื่องมือเพิ่มสมาธิในผู้ป่วยเบาหวาน

จากนั้นจึงชักชวน คุณแป้น เทพบุตร อายุ 52 ปี ผู้มีใบหน้าอมทุกข์เป็นเอกลักษณ์ประจำตัว และมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงถึง 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ มาร่วมทดลอง

“ดิฉันเป็นเบาหวานมา 13 ปี อารมณ์แปรปรวนเสมอเพราะปัญหาครอบครัว คุณทัตติกาจึงให้อุปกรณ์เรียงเมล็ดข้าวสารมาชุดหนึ่ง บอกว่าให้ทำเป็นประจำ”

เมื่อไรที่ว่างจากงานบ้าน เธอหยิบมานั่งฝึกเป็นประจำ

ช่วงแรกที่เรียงเมล็ดข้าวสาร วอกแวกง่ายมาก ทำแป๊ปๆ ก็เลิก แต่พยายามทำทุกวัน วันละ 2-6 ครั้ง ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์เริ่มทำได้นานขึ้นยิ่งเมื่อทำเสร็จแล้วต้องพูดคำว่า “ดี” ออกมาดังๆ ใจฮึกเหิมเลย รู้สึกภูมิใจว่าเราก็ทำได้ กลายเป็นว่าอารมณ์ดีขึ้น

“ทำครบสองเดือนไปตรวจระดับน้ำตาลในเลือดตามนัด เหลือแค่ 90 (มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์) ทั้งที่หยุดยาไปแล้ว หลังจากนั้นก็ชวนคนอื่นๆ มาทำด้วยกัน”

ทุกคนในครอบครัวชมว่า คุณแป้นยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น พูดคุยสนุกสนานและไม่เครียดอีกต่อไป

*******************************************
นิตยสารชีวจิต. ฉบับที่ 299, ปีที่ 13,16 มีนาคม 2554, หน้า 36

Posted by dmhstaff/sty-lib

19 กรกฎาคม 2554

By นิตยสารชีวจิต

Views, 6377