ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

10 วิธีหนีสมองเสื่อม

10 วิธีหนีสมองเสื่อม
Posted by DMH Staff/Sty-Lib

ปัจจุบันคนไทยมีอายุไขเฉลี่ย 72 ปี และพบอุบัติการณ์ของภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุร้อยละ 2-9.88 แต่ใช่ว่าจะไม่มีวิธีฉุดรั้งสมองให้แข็งแรงแจ่มใสไม่เสื่อมไปตามวัย ลองทำดูนะคะ

ลับสมองประลองเชาวน์ ธรรมชาติของมนุษย์ชอบทำอะไรที่ตัวเองทำได้ดี แต่การทำอะไรซ้ำๆ หรือเชิงรับไม่ใช่เรื่องดีต่อสมอง ฉะนั้นจึงควรฝึกสมองด้วยการทำอะไรใหม่ๆ ที่ซับซ้อนและท้าทาย เช่น การเล่นเกมปริศนาอักษรไขว้ หมากรุก หรือแม้แต่การสะสมพระเครื่องที่ต้องใช้เวลาส่อง ศึกษาข้อมูลและตัดสินใจเช่า หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ แม้จะมีงานวิจัยระบุว่าการดื่มแอลกอฮอล์ไม่เกิน 3 แก้วต่อวันสามารถลดโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมได้ร้อยละ 42 และลดโอกาสเกิดภาวะสมองเสื่อมจากโรคหลอดเลือดสมองได้ร้อยละ 71 แต่ข้อควรระวังคือ หากดื่มมากเกินไปแอลกอฮอล์จะมีพิษต่อสมอง ทำให้เซลล์สมองเสื่อมตาย น้ำตาลในเลือดต่ำ ซึ่งถ้าต่ำติดต่อกันนานเกินคราวละ 90 นาที จะทำให้สมองเสื่อมถาวร

กินปลา ผัก ผลไม้ มีงานวิจัยที่ศึกษาพบความเชื่อมโยงระหว่างโภชนาการกับความผิดปกติด้านสมองในผู้ป่วยอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน และหัวใจวาย ฉะนั้นอย่าลืมกินอาหารสมองดีๆ เช่น ปลาทะเล หรือปลาช่อนที่อุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งเป็นไขมันที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของสมอง ผัก ผลไม้และธัญพืชอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอี กรดโฟลิก และโคลีนที่ช่วยเสริมสร้างเซลล์ และช่วยการทำงานของเซลล์สมอง

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพราะการออกกำลังกายสามารถกระตุ้นให้มีการสร้างเซลล์สมองในส่วนฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นศูนย์กลางกระบวนความจำ ขึ้นมาใหม่ได้ และมีงานวิจัยพบว่าคนวัยกลางคนที่ออกกำลังกาย 2 ครั้งต่อสัปดาห์ขึ้นไป จะลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะสมองเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์ร้อยละ 52 และ 62 ตามลำดับ โดยการออกกำลังกายที่เหมาะสมคือ การออกกำลังกายแบบแอโรคบิก เช่น จ๊อกกิ้ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ เป็นต้น

ผ่อนคลาย ลดเครียด มีคำกล่าวในหมู่นักประสาทวิทยามานานแล้วว่า สิ่งใดที่ดีต่อร่างกายย่อมดีต่อสมอง

ความเครียดทางกายก็คือกระจกส่องสมองนั่นเอง โดยความเครียดจะเข้าโจมตีสมองส่วนความจำ ฮิปโปแคมปัส ฉะนั้นลองคลายเครียดด้วยการฝึกสมาธิ ฝึกลมหายใจ สวดมนต์ นวด ไปเที่ยว เข้าสังคม การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกันเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพัฒนาสมอง คนแก่ ที่ถูกทอดทิ้งหรือโดดเดี่ยวมีโอกาสสมองเสื่อมมากกว่าคนแก่สังคมจัด ฉะนั้นจงหากิจกรรมทำร่วมกับผู้อื่น เพื่อจะได้มีโอกาสถกข้อมูลใหม่ๆ เป็นการบริหารสมอง

อย่าปล่อยให้น้ำตาลในเลือดต่ำ นักวิจัยพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่น้ำตาลเป็นแหล่งพลังงานหลักของสมอง สำหรับบุคคลทั่วไป สาเหตุที่ทำให้น้ำตาลในเลือดต่ำคือการอดอาหาร การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่าให้กินหวาน เพราะการกินหวานทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นๆ ลงๆ ซึ่งสมองจะยิ่งเสื่อมเร็ว ไม่สูบบุหรี่และไม่อยู่ในที่มีควันบุหรี่ ควันบุหรี่มีสารทำลายสมอง ทำให้ผนังเส้นเลือดอักเสบ เสี่ยงต่อเส้นเลือดตีบตัน และทำลายปอดซึ่งทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงสมองน้อยลง

ควบคุมโรคที่กระทบกับหลอดเลือด-หัวใจ เช่น ความดันโลหิตสูง คลอเลสเตอรอลสูง และเบาหวาน ในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูง ปริมาตรและน้ำหนักสมองจะลดลง และพบรอยโรคชนิดที่พบในผู้ป่วยโรคอัลไซเมอร์มากขึ้น การวิจัยพบว่าอุบัติการณ์ภาวะสมองเสื่อมสูงขึ้น 2 เท่าในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

แกงเหลืองแก้ลืม ในเครื่องแกงมีขมิ้นที่มีสาร Curcumin ต้านการอักเสบช่วยลดการเสื่อมของสมอง และนี่เป็นสาเหตุที่ผู้เชี่ยวชาญตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมคนอินเดียมีอัตราการเป็นโรคอัลไซเมอร์ต่ำเพราะใช้ขมิ้นเป็นส่วนผสมของเครื่องแกงส่วนพริก ซึ่งมีสารแคปไซซิน ก็ช่วยให้เลือดไหลเวียนผ่านเส้นเลือดขนาดเล็กในสมองได้ดี

*******************************************
นิตยสาร HealthToday ปีที่ 10, ฉบับที่ 118, มกราคม 2554, หน้า 22

Posted by dmhstaff/sty-lib

8 สิงหาคม 2554

By นิตยสาร HealthToday

Views, 4109