ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

5 วิธีบำบัดอาการซึมเศร้า

5 วิธีบำบัดอาการซึมเศร้า

DMH Staffs/STY-Lib

ท่านผู้อ่านและผู้สนใจงานสุขภาพจิตคะ ปัจจุบันประเทศไทยโดยเฉพาะ กรุงเทพ ปริมณฑล เช่น นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรสาคร ภาคกลางหลายจังหวัด เช่น อยุธยา นครนายกนครสวรรค์ และอีกหลายจังหวัด ที่ไม่ได้กล่าวในที่นี้ ต่างเผชิญกับภาวะมหาอุทกภัยครั้งประวัติศาสตร์ (กูรูหลายท่าน ประมาณว่า ในรอบ 50 ปี) ประชาชนประสบกับภาวะเครียด หลายท่านเสี่ยงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า และเสี่ยงฆ่าตัวตาย กันทั่วหน้า ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขล่าสุด 5 พฤศจิกายน 2554 เสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า 7,132 ราย เสี่ยงฆ่าตัวตาย 1,096 ราย

เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิต วันนี้ทีมงานห้องสมุด ฝ่ายวิชาการ โรงพยาบาลศรีธัญญา กรมสุขภาพจิต มีเกร็ดสั้นๆ 5 วิธีบำบัดการซึมเศร้า โดยได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูล จากนิตยสารชีวจิต ปีที่ 13 ตุลาคม 2554 และ มหาวิทยาลัยแวนเดอร์บิท เมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา มาฝากสั้นๆ ให้หลายท่านที่สนใจปฏิบัติ เราจึงนำมาบอกต่อดังนี้ค่ะ

"หากคุณมีอาการเซื่องซึม คิดอะไรไม่ออก กิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ก็กลับทำไม่ได้ วิตกกังวล ทุกข์ใจ และขาดความมั่นใจ กินไม่ได้ นอนไม่หลับ โดยมีอาการดังกล่าวเกินกว่า 2 สัปดาห์ขึ้นไป"

อย่าปล่อยทิ้งไว้ รีบหาทางแก้ก่อนเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าแบบเรื้อรังจนกลายเป็นโรคซึมเศร้า และนำไปสู่ภาวะเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาพฤติกรรมฆ่าตัวตายได้ เช่น

1. ออกกำลังกาย อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน ครั้งละ 30 นาที เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง เต้นแอโรบิค (อยู่ในศูนย์พักพิงก็สามารถทำได้)

ข้อมูลวิชาการ : การศึกษาวิจัยที่ยืนยันผลทางการรักษานี้ กล่าวว่า การออกกำลังกายที่สามารถรักษาโรคซึมเศร้าได้นี้เป็นเพราะสามารถเพิ่มระดับสารเคมีในสมองที่ชื่อ เซโรโทนิน (Serotonin) เช่นเดียวกัน ที่มีการพูดคือ ออกกำลังกายช่วยทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งก็คือ สารธรรมชาติที่ออกฤทธิ์ระงับปวดคล้ายกับมอร์ฟิน (Morphine) แต่อย่างไรก็ตาม เอนเดอร์ฟินตัวนี้มักจะอยู่ในกระแสเลือด และมีผลต่อสมองน้อยกว่าและอยู่ไม่นาน (เพียง24 ชม. หลังออกกำลังกาย) ก็หมดไป จึงทำให้นักวิทยาศาสตร์บางรายเชื่อว่ามีผลต่อการรักษาโรคซึมเศร้าได้น้อยกว่า (Frayne, 2002) แต่อย่างไรก็ตามมันก็ทำให้คนเราอารมณ์ดีขึ้น

ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวยืนยันว่า การออกกำลังกายที่จะมีผลต่อการรักษาโรคได้นั้น จะต้องทำติดต่อกันอย่างน้อย 10 วันขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายสามารถเพิ่มระดับซีโรโทนิน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองตัวสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคซึมเศร้า สามารถลดระดับอาการโรคซึมเศร้าได้ ยืนยันผลโดยคะแนนจากการทำแบบทดสอบด้วยตนเองของกลุ่มตัวอย่างของ Hamilton Scale (ในวันที่ 10 ของการออกกำลังกาย) มีคะแนนลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยเป็นผลการศึกษาของ Proest and Haleon ในปี คศ.2001 และเผยแพร่ในวารสาร The British Journal of Sport Medicine ฉบับเดือน กันยายน 2006

นอกจากวิธีการในข้อ 1 แล้ว ถ้าสนใจทำกิจกรรมเพิ่มเติมก็มีข้อเสนอแนะจากวารสารชีวจิตเพิ่มดังนี้ค่ะ

2.สร้างเสียงหัวเราะให้ตัวเอง ดูภาพยนตร์ตลกหรืออ่านหนังสือการ์ตูนขำขัน สามารถช่วยคลายความวิตกกังวลและลดความเครียดได้

3.ระบายอารมณ์เสียบ้าง อาการซึมเศร้ามักเกิดจากการเก็บกดอารมณ์โกรธไว้โดยไม่แสดงออก การระบายอารมณ์มีหลายวิธี ทั้งตะโกน ร้องไห้ หรือเขียนความรู้สึกลงในสมุดบันทึก

4.พูดคุยกับคนที่ไว้ใจ การเล่าเรื่องให้ผู้อื่นฟังจะช่วยลดความฟุ้งซ่าน ทั้งยังได้ข้อคิดและเรียนรู้ว่าความทุกข์ไม่ได้เกิดขึ้นกับเราเพียงคนเดียว

5.มองโลกในแง่ดี ทุกปัญหาย่อมมีทางออก ทุกอุปสรรคย่อมมีโอกาส การมองโลกในแง่ดีช่วยลดความวิตกกังวล ทำให้ค้นพบแนวทางในการแก้ไขปัญหา

หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างซึมเศร้า อย่านิ่งนอนใจรับหาทางแก้ไขนะคะ

***********************

เอกสารอ้างอิง

1. http://healthpsych.psy.vanderbilt.edu/DepressionExercise.htm

2. http://bjsm.bmj.com/content/35/2/114.abstract

3. นิตยสารชีวจิต ปีที่ 13 ตุลาคม 2554 หน้า 14.

Posted by dmhstaffs/sty-lib

7 พฤศจิกายน 2554

By DMH Staffs

Views, 45400