ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

๓ เทคนิคล้างพิษทางอารมณ์

๓ เทคนิคล้างพิษทางอารมณ์

จาก......นิตยสารชีวจิต

ตลอดปีที่ผ่านมา เคยลองถามตัวเองกันดูไหมคะว่า เราได้สะสมความทุกข์ ความโกรธ ความเศร้า หรือความคิดด้านลบต่าง ๆ ไว้ในจิตใจของเรามากน้อยแค่ไหน

1. หยุด “ปาลูกดอก” ใส่ตัวเองซ้ำ ๆ

ลูกดอกลูกแรกคือ คำพูดหรือการกระทำที่ไม่ดีของคนอื่น แต่ลูกดอกลูกที่สองคือ การนำสิ่งที่เราได้รับไปปรุงแต่งต่อ จนสุดท้ายตัวเราเองก็เป็นฝ่ายทุกข์และเจ็บใจเสียเอง

เราต้องตั้งสติให้ดี บอกตัวเองว่า “ความโกรธมี แต่เราไม่เอา” เพื่อไม่ให้ตัวเองตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ด้านลบ

2. เลิกหมกมุ่นกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง

สาเหตุที่ทำให้คนเราเกิดความคิดด้านลบ ส่วนหนึ่งมาจากการวิตกกังวลกับเรื่องบางเรื่องมากเกินเหตุ เช่น กลัวไม่สวย กลัวคนไม่รัก กลัวคนนินทา กลัวนั้นกลัวนี่ไปหมดจนทำให้จิตใจไม่เป็นสุข

หากการหมกมุ่นอยู่กับสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีส่วนช่วยแก้ปัญหาใด ๆ เลย เราก็ควรปล่อยวางค่ะ

3. หาจุดสมดุลทางอารมณ์

ตรวจสอบดูว่า มีเรื่องอะไรบ้างที่ทำให้เราอารมณ์ไม่ดี แล้วพิจารณาดูว่า อารมณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลเสียอะไรต่อเราบ้างไหม เช่น ทำให้เรากลายเป็นคนขี้วีน ทะเลาะกับเพื่อนร่วมงานบ่อยขึ้น ฯลฯ

เมื่อเจอข้อเสียก็ค่อย ๆ ปรับปรุงแก้ไข และลองค้นหาวิธีใดก็ได้ที่จะช่วยให้เราควบคุมอารมณ์ตัวเองให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เช่น ไปออกกำลังกาย สวดมนต์ อาบน้ำ เขียนไดอะรี่ หรือไปเที่ยว

ในเมื่อ “พิษ” นั้นหมายถึงสิ่งที่เป็นโทษ แล้วเราจะสะสมกันไปทำไมล่ะคะ

*************************

นิตยสารชีวจิต ปีที่ ๑๕, ฉบับที่ ๓๔๑, ๑๖ ธันวาคม ๒๕๕๕, หน้า ๒๐.

Posted by dmhstaff/sty-lib

4 กุมภาพันธ์ 2556

By นิตยสารชีวจิต

Views, 6740