ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

หันมาหาการรักษาตนอย่างถูกวิธี

ระยะนี้ผมมีโอกาสเดินทางไปบรรยายเรื่อง "การรักษาโรคเบื้องต้น" แก่พยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำ "ศูนย์สุขภาพชุมชน" และ "สถานีอนามัย" หลายจังหวัด

บุคลากรเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นหมอของชาวบ้านมีความสัมพันธ์ที่ดีและเข้าใจวิถีชีวิตและวัฒนธรรมชุมชนเป็นอย่างดี นอกจากจะให้บริการด้านการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแล้ว ยังให้การรักกษาโรคเบื้องต้นสำหรับอาการเจ็บป่วยต่างๆ อีกด้วย

ผมจะแนะนำให้บุคลากรเหล่านี้รู้จักดูแลโรคพื้นๆ ที่พบบ่อยในชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไข้หวัดและข้อเข่าเสื่อม

เป็นที่ทราบกันดีว่า ไข้หวัดเป็นโรคที่สามารถหายได้เองเป็นส่วนใหญ่ สามารถใช้เพียงยาบรรเทาไข้พาราเซตามอล ด้วยราคาไม่เกิน 10 บาทก็หายได้ แต่ทุกวันนี้คนไข้มักจะได้รับยาจากร้านขายยาหรือจากสถานพยาบาลเกินจำเป็น (เช่นยาปฏิชีวนะราคาแพง ซึ่งไม่มีผลต่อการรักษาไข้หวัดธรรมดา) จนกลายเป็นค่านิยมว่าเป็นไข้หวัดต้องพึ่งยาหลายขนาน หากได้รับยาเพียงขนานเดียว ก็ไม่ชอบใจ ถึงกับไม่ยอมรับการรักษาไปเลยก็มี

การรักษาไข้หวัดด้วยวิธีการที่ถูกต้อง กลายเป็นสิ่งทวนกระแส แต่ก็มีบุคลากรหลายท่านสะท้อนให้ฟังว่า เมื่อได้พยายามอธิบายให้คนไข้เข้าใจและหมั่นให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านจำนวนไม่น้อยก็ยอมรับวิธีการรักษาที่ถูกต้อง จนฟื้นความมั่นใจในการดูแลไข้หวัดด้วยตัวเอง ด้วยยาบรรเทาไข้เพียงขนานเดียว

ส่วนโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งพบมากในหมู่ผู้สูงอายุนั้น แต่เดิมทีคนไข้ก็มักจะพึ่งยาแก้ปวดข้อบ้าง ยาชุด ยาลูกกลอนที่มียาสเตียรอยด์ผสมกับยาแก้ปวดข้อบ้างในการบรรเทาอาการปวด ซึ่งต้องกินเป็นประจำ ไม่เช่นนั้นก็จะมีอาการกำเริบสร้างความทุกข์ทรมาน เมื่อกินยาเหล่านั้นเป็นประจำก็จะได้รับพิษภัยจากยาจนบางคนได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต

การดูแลโรคข้อเข่าเสื่อมที่ถูกต้อง คือ พยายามหลีกเลี่ยงท่านั่งงอเข่า (นั่งพับเพียบ คุกเข่า ขัดสมาธิ นั่งยองๆ) อย่าเดินขึ้นลงบันได (ต้องงอเข่า) บ่อย อย่ายกของหนัก ซึ่งจะลดอาการปวดเข่า เมื่อลดได้ก็ไม่ต้องกินยา หากจำเป็นต้องกินยาบรรเทาปวดก็เพียงใช้ยาพาราเซตามอลกันเป็นครั้งคราวจะปลอดภัยกว่ายาแก้ปวดข้อตัวอื่น นอกจากนี้ควรลดน้ำหนัก (ถ้าน้ำหนักเกิน) และต้องหมั่นบริหารข้อเข้าให้แข็งแรงจะได้ไม่ปวดเข่า

บุคลากรหลายท่านที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนไข้เป็นพื้นฐาน สามารถแนะนำวิธีและรักษาโรคข้อเลื่อมด้วยการไม่ใช้ยา โดยการสาธิตวิธีปฏิบัติตัวและหมั่นให้กำลังใจคนไข้ รวมทั้งไปเยี่ยมบ้านคนไข้เพื่อจัดสภาพแวดล้อม (เช่น การนั่งเก้าอี้แทนนั่งพื้น นั่งชักโครกแทนส้วมซึม ย้ายห้องนอนลงมาชั้นล่างไม่ต้องขึ้นบันได) ให้คนไข้ไม่ต้องทรมานจากอาการปวดเข่ากำเริบ ผมเชื่อว่า หากพยาบาลและเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับประชาชน ได้มีความรู้ความเข้าใจและมีความเพียรพยายามสอนให้ประชาชนหันมาดูแลรักษาไข้หวัดและโรคข้อเสื่อมได้ถูกวิธี นอกจากจะช่วยประหยัดเงินค่ายาปีละนับร้อยๆ ล้านบาทแล้ว ยังช่วยให้ประชาชนปลอดภัยจากการกินยาเกินจำเป็นได้อย่างมากอีกด้วย

ขอเป็นกำลังใจแก่ทุกคนที่หันมาหาการรักษาตนเองอย่างถูกวิธี

18 February 2546

By นายแพทย์สุรเกียรติ อาชานานุภาพ ศูนย์เวชศาสตร์ชุมชน ร.พ.รามาธิบดี

Views, 3137