ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

โรคสมาธิสั้น Attention-Deficit Hyperactivity Disorder (ADHD)

ระบาดวิทยาของโรคนี้ไม่เป็นที่ทราบแน่นอน แต่เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าเป็นความผิดปกติพบได้บ่อยในวัยเด็ก การที่ไม่ทราบระบาดวิทยาแน่นอน เนื่องจากมีความเห็นแตกต่างกันในการวินิจฉัย นอกจากนั้น ยังแล้วแต่แหล่งที่มาของข้อมูลด้วยว่าจากแพทย์ พ่อแม่ หรือครู อีกทั้งการศึกษาในอายุที่แตกต่างกันก็จะได้ความชุกแตกต่างกันไป เพราะโรคนี้พบมากในอายุน้อยและลดลงเรื่อยๆ เมื่ออายุมากขึ้น สรุปว่าโรคนี้มีความชุกระหว่าง 3-5% ของเด็กวัยเรียน

อาการแสดงออก ADHD มีอาการหลักๆ ดังนี้

1. อาการสมาธิสั้น มักสามารถเห็นได้ในเกือบทุกสภาวะ เช่น ที่บ้าน ที่โรงเรียน ในสังคม ในห้องตรวจแพทย์ แต่ความรุนแรงของอาการอาจแสดงออกไม่เท่ากันในแต่ละสถานที่ และบางคนก็อาจมีอาการแสดงให้เห็นเฉพาะบางสถานที่เท่านั้น เช่น ที่โรงเรียน เพราะที่โรงเรียนอาจเป็นภาวะที่เด็กต้องมีสมาธิ ฉะนั้น เด็กอาจไม่สามารถทำงานที่ครูสั่งติดต่อกันได้นานเท่าเด็กอื่นๆ ที่อยู่ในวัยเดียวกัน เด็กอาจทำงานไม่เสร็จตามเวลากำหนดหรือทำเสร็จอย่างรีบๆ ผิดพลาดมาก สกปรก ไม่ประณีต อยู่บ้านก็อาจแสดงออกโดยไม่สามารถทำตามสั่งได้ เช่น เล่นของแล้วไม่เก็บ เปิดลิ้นชักแล้วไม่ปิด เพราะทำยังไม่ทันจบกิจกรรมหนึ่งก็เสียสมาธิเปลี่ยนไปอย่างอื่น ก็เลยไปทำกิจกรรมอื่นเสียแล้ว ลืมกิจกรรมเดิมที่ทำค้างไว้ ผู้ใหญ่มักเข้าใจว่าเด็กไม่สนใจอะไรจริงจัง ขี้ลืมบ่อยๆ เวลาต้องการใช้ของผู้อื่นก็หยิบมาเลย โดยไม่ดูว่าเขาใช้เสร็จหรือยังโดยที่เด็กไม่มีเจตนาจะละเมิดสิทธิหรือเสียมารยาท แต่เป็นเพราะเด็กจะทำอะไรก็ทำเลยโดยไม่ได้ยั้งคิดเสียก่อน

2. อาการอยู่ไม่นิ่งหรือซนผิดปกติ เด็กอาจมีอาการนั่งไม่ติดที่โรงเรียน ลุกจากที่นั่งบ่อยๆ บางคนก็อาจวิ่งในห้องเรียน บางคนอาจนั่งไม่นิ่งในที่นั่งของตนจะทำอะไรอยู่เกือบตลอดเวลา เช่น เอาของมาหมุนเล่น จับเล่น เคาะโน่นจับนี่ไม่ได้หยุด นั่งโยกเก้าอี้ กัดดินสอ เขียนการ์ตูนในหนังสือหรือสมุด เวลาอยู่บ้านก็อาจมีลักษณะคล้ายๆ กัน เช่น นั่งไม่นิ่ง เวลารับประทานอาหาร เวลาดูทีวี เวลาทำการบ้าน เวลาจำเป็นที่ต้องอยู่กับที่ก็ขยับตัวตลอดเวลา เวลามาหาแพทย์ต้องคอยก็นั่งคอยไม่ได้ จะเดินไปเดินมา แม้กระทั่งเวลานอนเด็กบางคนจะนอนดิ้นมากทั้งคืน บางคนก็แสดงออกโดยการพูดมากกว่าปกติ บางคนก็กินไม่หยุดจนอ้วน การอยู่ไม่นิ่ง เคลื่อนไหวมาก เห็นชัดในเด็กก่อนวัยเรียน ในเด็กโตหรือวัยรุ่นอาจเห็นอาการเพียงหยุกหยิกกระวนกระวายเท่านั้นที่เหลืออยู่ให้เห็น

พฤติกรรมแต่ละอย่างที่กล่าวมา อาจพบได้ในเด็กปกติ จะเป็นความผิดปกติ เมื่อมีพฤติกรรมที่รุนแรง ไม่เหมาะสมกับวัยของเด็ก ไม่เหมาะสมกับสถานที่ เช่น ในห้องเรียนไม่ใช่ในสนามเด็กเล่น และมีอาการสม่ำเสมอ และพฤติกรรมนั้นรบกวนผู้อื่นด้วย หรือมีพฤติกรรมผิดปกติมากจนรบกวนต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถเรียนหนังสือได้ บางครั้ง ADHD อาจมีสมาธิได้ยาวนาน เฉพาะในเรื่องที่เด็กสนใจ เช่น วิดีโอเกม การต่อ Lego เป็นต้น

การวินิจฉัยแยกโรค มีสภาวะที่ปกติและผิดปกติหลายอย่างที่อาจมีอาการคล้าย ADHD และอาการที่เห็นบางครั้งก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรคอื่น

1. เด็กปกติที่ค่อนข้างซน เด็กบางคนที่พละกำลังมาก ซนมาก ชอบทำอะไรๆ อยู่เสมอๆ ไม่ชอบอยู่เฉยๆ แต่การกระทำจะไม่สะเปะสะปะ ขาดการวางแผนแบบเด็ก เป็นโรคสมาธิสั้น ADHD

2. เด็กอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ยุ่งเหยิง ขาดระเบียบแบบแผนมากๆ ทำให้เด็กมีความยากลำบากที่จะมีสมาธิ เพราะเด็กถูกกระตุ้นมากเกินไป

3. เด็กที่ถูกตามใจมาก ทำให้เด็กขาดระเบียบวินัย และการควบคุมตัวเอง ทำให้มองดูเหมือนเด็กสมาธิสั้นได้

4. เด็กปัญญาอ่อน เด็กมีสมองที่มีพัฒนาการช้า ฉะนั้น จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) ต่อเมื่อมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมตามวุฒิภาวะ (mental age) เท่านั้น

5. โรคจิตเด็ก เด็กที่มีโรคจิตอาจมีอาการคล้าย ADHD ได้

6. โรคทางอารมณ์และวิตกกังวล อาจมีอาการแสดงคล้าย ADHD แต่จะมีประวัติว่ามามีอาการที่หลัง และอาจพบสาเหตุกระตุ้น เช่น พ่อแม่ เลิกกัน ส่วน ADHD มักเป็นมาแต่วัยเด็กเล็ก

การรักษาโรคสมาธิสั้น (ADHD) เนื่องจากปัจจุบันเชื่อว่า ADHD นั้น เป็นผลจากความผิดปกติของสมองทางชีวะ เป็นความบกพร่องทางสรีรวิทยาในสมอง (neurophysilolgical dysfunction) การใช้ยารักษาจึงมีความจำเป็น ยาที่ใช้ได้คือ

ก. Methyhenidate (เช่น Retalin) ซึ่งมีฤทธิ์อยู่นาน (half-life) 2-4 ซ.ม. ขนาดที่ใช้ 0.3-0.6 ม.ก./ก.ก./ครั้ง อาจให้มื้อเช้ามื้อเดียวหรือให้เช้าและเที่ยง เพื่อคุมอาการให้ได้

ข. Amphetamine มีฤทธิ์ยาวกว่า Methylphenidate ให้มื้อเดียว ตอนเช้าได้ ขนาดยาที่ใช้ 5-40 ม.ก./วัน

ค. Pemoline (Revibol, B-alert) ขนาดที่ใช้คือ 2.25 ม.ก./ก.ก. อาจมีฤทธิ์ข้างเคียงต่อตับ ควรเป็นมื้อเช้า ขนาดยาที่ใช้ประมาณ 35-110 ม.ก./วัน

ง. Imipramine มีรายงานว่าได้ผลดี แต่ไม่ดีเท่ายา 3 ตัวแรก ขนาดยาที่ใช้ 0.5-3.0 ม.ก./ก.ก.

จ. Antipsychotics สามารถลดพฤติกรรมกระวนกระวายได้ แต่ไม่ช่วยการเรียนรู้และอาจรบกวนการเรียนรู้เพราะทำให้ง่วงซึม มักให้มื้อก่อนนอนมื้อเดียว แต่เด็กบางคนอาจให้เป็นมื้อเช้าก็ได้ ถ้าไม่รบกวนการเรียนจากการง่วงซึม

การรักษาด้านอื่นๆ นอกเหนือจากยาเป็นสิ่งจำเป็นมากเพราะมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอาการของเด็ก ผู้ใหญ่เข้าใจว่าเด็กดื้อ แกล้งทำ เด็กถูกดุว่ามามากอาจเสียความรู้สึกที่ดีต่อตนเอง จึงควรได้รับการแก้ไขดังนี้

ก. อธิบายให้เด็ก พ่อแม่ ครูทุกคนเข้าใจปัญหาว่าเกิดจากอะไร

ข. แก้ไขปัญหาการเรียน เด็กมักมีปัญหาการเรียนจากโรคที่เป็น ต้องช่วยเหลือเด็กให้สามารถเรียนได้ เช่น แก้ไขสิ่งแวดล้อมที่บ้านและที่โรงเรียนใหม่สภาพที่มีสิ่งกระตุ้นเด็กให้น้อยที่สุด เช่น นั่งใกล้ครู อยูห้องเรียนที่ไกลจากเสียงรบกวนของรถยนต์ มีการสอนเสริมโดยครูพิเศษ มีที่เป็นสัดส่วนให้เด็กทำการบ้าน ไม่เปิดทีวีขณะเด็กทำการบ้าน เป็นต้น

ค. การช่วยเหลือเด็กโดยตรง ถ้าเด็กมีปัญหามานาน ถูกทำโทษมากด้วยความเข้าใจผิด แพทย์ต้องช่วยแก้ความรู้สึกที่ไม่ดีที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กโดยตรง บางครั้งเด็กไม่สามารถเข้ากับเพื่อนได้ก็ต้องช่วยแนะนำให้คำปรึกษา ให้กำลังใจ

ง. เป็นที่ปรึกษาให้พ่อแม่ และครู ระหว่างการเรียนปัญหาอาจไม่หมดไปง่ายๆ ต้องติดตามช่วยเหลือไปจนแน่ใจว่าทุกคนปรับตัวกับปัญหาได้

ข้อแนะนำสำหรับผู้ใหญ่ในการอยู่กับเด็กสมาธิสั้น

1. เข้าใจเด็ก

*เป็นธรรมชาติของเขา

*ไม่ได้แกล้ง

*ไม่ใช่นิสัยไม่ดี

*ไม่ใช่เด็กดื้อ/ไม่อดทน

*ไม่ใช่สอนไม่จำ

*ไม่ใช่ไม่มีความรับผิดชอบ

2. หลีกเลี่ยงการตำหนิ-ต่อว่า เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เป็นผลของสมาธิสั้น/อยู่ไม่นิ่ง

3. ช่วยเด็กคิดวิธีแก้ไข จุดอ่อน

*แก้การลืมอย่างไร

4. ช่วยให้เด็กใช้พลังงาน ไปในทางสร้างสรรค์ มีกิจกรรมให้ทำได้

*กีฬา

*ดนตรี

*Computer

5. จัดสิ่งแวดล้อม[hko

* เด็กเล็ก-เก็บของแตกได้ ให้พ้นมือเด็ก

*มีเนื้อที่ให้เด็กใช้ส่วนตัวเล่น/ทำการบ้าน

6. แบ่งช่วงเวลาการทำงาน เป็นช่วงยาวเท่าที่เด็กสามารถมีสมาธิทำได้

19 กุมภาพันธ์ 2546

By ศาสตราจารย์แพทย์หญิงนงพงา ลิ้มสุวรรณ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

Views, 3811