ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ปัญหาสุขภาพจิตในเด็กวัยเรียน

เด็กเริ่มโตขึ้น มีพัฒนาการต่างๆ มากขึ้น เด็กต้องปรับตัวในสังคมหลายอย่าง เช่น การไปโรงเรียน การอยู่รวมกับผู้อื่น และการทำตามความต้องการของบิดา-มารดา ปัญหาทางจิตเวชที่พบในเด็กวัยนี้ มักเกี่ยวข้องกับเรื่องของอารมณ์

ความผิดปกติทางด้านอารมณ์

สำหรับเด็กเมื่อมีความวิตกกังวล จะแสดงออกในหลายลักษณะดังต่อไปนี้

1. ความวิตกกังวลผิดปกติ

2. วิตกกังวลในการแยกจาก

3. กลัวอย่างผิดปกติ

4. แสดงถึงการเจ็บป่วยทางกาย

5. อารมณ์เศร้า

6. การปฏิเสธการไปโรงเรียน

1. ความวิตกกังวลผิดปกติ

ความวิตกกังวลผิดปกติในเด็กกลุ่มนี้ แสดงออกของความกลัว ความไม่มั่นใจ ไม่กล้า ไม่เป็นตัวของตัวเองติดบิดา-มารดามากกว่าปกติ ในเวลากลางคืนมักมีปัญหาเรื่องฝันร้าย ในเวลากลางวันมักไม่มีสมาธิร่วมกับแสดงอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย เช่น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง พบว่าเด็กบางคนแสดงออกของอาการกลัวอย่างไม่มีเหตุผล โดยกระตุ้นให้เด็กได้พูดถึงความวิตกกังวล และบิดา-มารดารับฟัง พร้อมให้ความมั่นใจกับเด็ก

2. วิตกกังวลในการแยกจาก

เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อเด็กต้องแยกจากผู้เลี้ยงดู เช่น มารดา เด็กแสดงความวิตกกังวลหรือแสดงให้เห็นว่าขาดมารดาไม่ได้ ซึ่งอาจเป็นเพราะเด็กคิดว่าการแยกจากมารดานั้นเป็นการแยกจริงๆ โดยมารดาจะได้รับอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วย เช่น เด็กป่วยจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ทำให้เด็กหวาดกลัวมาก ถ้าเด็กกังวลกับการแยกจากมากอาจทำให้เด็กไม่ยอมไปโรงเรียน

3. กลัวอย่างผิดปกติ

เด็กที่มีอาการกลัวอย่างไร้เหตุผลเป็นสิ่งที่พบได้ เช่น กลัวสัตว์หรือแมลงบางชนิด กลัวความมืดหรือกลัวความตายบางคนแปลกหน้าเมื่อต้องเผชิญกับคนมากๆ เด็กอาจนิ่งเงียบ อารมณ์เสียหงุดหงิด หรือไม่สามารถเข้ากับคนอื่นได้ ซึ่งส่วนมากมีสาเหตุมาจากวิธีการอบรมเลี้ยงดู และประสบการณ์ที่ได้รับ ฉะนั้นถ้าบิดา-มารดาเข้าใจเด็ก คอยเป็นกำลังให้กับเด็ก ความกลัวต่างๆ เหล่านี้มักจะลดลงและหายไปเมื่อเด็กโตขึ้น ในกรณีที่เด็กไม่ดีขึ้น ควรมาปรึกษาจิตแพทย์

4. แสดงพฤติกรรมเจ็บป่วยทางกาย

เด็กบางคนบอกว่าตนเองมีอาการเจ็บป่วยทางกายหลายอย่างที่ไม่สามารถตรวจพบสาเหตุได้ชัดเจน เช่น ปวดท้อง ปวดศีรษะ ปวดเแขน-ขา หรืออาการอื่นๆ ส่วนมากเป็นอาการปวดท้อง ซึ่งอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้พบว่ามีความสัมพันธ์กับความเครียด และความวิตกกังวลของเด็ก อาการเหล่านี้เป็นอาการปวดก็จริงแต่มีสาเหตุมาจากจิตใจ จึงควรวิเคราะห์หาสาเหตุและช่วยลดความตึงเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวดร่วมกับการพยายามหากิจกรรมอื่นให้เด็กทำ เพื่อหันเหความสนใจและเปิดโอกาสให้เด็กได้ระบายความวิตกกังวล

5. อารมณ์เศร้า

อารมณ์เศร้าในเด็กมักเกิดจากองค์ประกอบภายนอกชัดเจน เช่น เด็กเจ็บป่วยรุนแรง สูญเสียบุคคลใกล้ชิดหรือมีการทะเลาะ ความขัดแย้งระหว่างบิดา-มารดา อาการแสดงของอารมณ์เศร้าในเด็กไม่ชัดเจนเหมือนผู้ใหญ่ เด็กจะแสดงออกมาทางการกิน การนอน เช่น ไม่กินอาหารหรือกินน้อยลง ไม่ยอมนอนตามปกติ นอกจากนี้ยังแสดงออกของอารมณ์ไม่สนุกสนาน ไม่สนใจของเล่นหรือกิจกรรมที่เคยชอบ มีท่าทีเมินเฉยเหมือนหมดหวัง การช่วยเหลือส่วนมากให้การประคับประคองความรักจากบิดา-มารดา มากกว่าการใช้ยาแก้อารมณ์เศร้า

6. ปฏิเสธการไปโรงเรียน

การไม่ยอมไปโรงเรียนของเด็กอาจเกิดอย่างกะทันหัน หรือเกิดอย่างช้าๆ เป็นเวลานาน สาเหตุการไม่ยอมไปโรงเรียน หรือเป็นเพราะเมื่อเด็กมาโรงเรียนแล้วถูกเพื่อนแกล้งจึงกลัวเพื่อน ในบางกรณีเกิดจากปัญหาในครอบครัว เช่น ความไม่สงบสุขในครอบครัว

การรักษาผู้ป่วยจิตเวชเด็ก

แบ่งการรักษาออกเป็นสองส่วนคือ ข้อเสนอแนะทั่วไป และการรักษาที่นำมาใช้สำหรับปัญหาสุขภาพจิตในเด็ก

ก. ข้อเสนอแนะทั่วไป

เป็นการช่วยให้ผู้ให้บริการทางสุขภาพจิตกับเด็กพิจารณาให้การช่วยเหลือและระบุปัญหาต่างๆ ในเด็กได้รอบคอบมากขึ้น เพราะเด็กแต่ละรายมาขอรับบริการการรักษาด้วยอาการและเหตุผลต่างกัน จึงเสนอแนะแนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ป่วยจิตเวชเด็กในเบื้องต้นดังนี้

1. ครอบครัวของเด็กมีความสำคัญมากที่สุดในการรักษาปัญหาที่เกิดกับเด็กมีความสัมพันธ์สูงกับบิดา-มารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเด็ก ฉะนั้นการช่วยเหลือต่างๆ ต้องร่วมปรึกษากับครอบครัว

2. ในกรณีเด็กมีพฤติกรรมที่เป็นปัญหาในโรงเรียน ซึ่งอาจส่งผลต่อการเรียนของเด็ก ครูควรมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือ และควรได้รับคำแนะนำว่าครูควรปฏิบัติต่อเด็กอย่างไร โดยบิดา-มารดายอมรับปัญหาที่เกิดขึ้น และเปิดเผยข้อมูลตามความเป็นจริง

3. การรักษาผู้ป่วยจิตเวชเด็กส่วนมากรักษาแบบผู้ป่วยนอก สำหรับการรักษาผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาลนั้นส่วนมากมีเหตุผลพิจารณา 3 ข้อ ดังต่อไปนี้

- พฤติกรรมรุนแรงและเป็นอันตราย หรือในกรณีเด็กมีอารมณ์เศร้าอย่างมาก มีความคิดอยากตายและพยายามฆ่าตัวตาย

- เพื่อการสังเกต หรือเด็กที่มีพฤติกรรมบางอย่างที่ต้องพิจารณาในรายละเอียด เช่น เด็กมีอาการชัก

- ต้องมีการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมหรือแยกเด็กชั่วคราว เนื่องจากสภาพแวดล้อมในครอบครัวตึงเครียด เด็กถูกทำร้ายทารุณ

ข. การรักษา

1. การให้คำปรึกษา เป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับครอบครัว โดยเฉพาะบิดา-มารดาของเด็กที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต

2. ครอบครัวบำบัด เป็นการนำปัญหาหรือพฤติกรรมที่ยุ่งยากของเด็กมาพูดคุยกันทั้งบิดา-มารดาของเด็กที่มีปัญหาทางสุขภาพจิต

3. พฤติกรรมบำบัด เป็นการนำหลักการเรียนรู้ของพฤติกรรม มาประยุกต์ใช้ในการจัดการกับพฤติกรรมที่คาดหมาย หรือทำโทษเมื่อเด็กกระทำพฤติกรรมที่ไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

4. จิตบำบัดรายบุคคล เน้นให้เด็กรับรู้ตนเองมากขึ้น ทำได้โดยการพูดคุยกับเด็กโดยตรงสำหรับเด็กโต แต่สำหรับเด็กเล็กใช้วิธีการที่เรียกว่า การเล่นเพื่อการบำบัด เป็นการนำการเล่นของเด็กมาเป็นสื่อกลางในการเปิดโอกาสให้เด็กแสดงความรู้สึก

5. การจัดสถานที่อาศัยทดแทน สถานที่พักอาศัยหรือสถานสงเคราะห์ให้เด็กได้พักอาศัย สถานที่นี้อาจจำเป็นสำหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีความขัดแย้งหรือมีการทำร้ายเด็ก

บิดา-มารดา เป็นบุคคลสำคัญที่จะช่วยลดปัญหาทางจิตเวชต่างๆ ในเด็กวัยเรียน โดยการยอมรับในตัวเด็กและต้องแสดงให้เด็กรับรู้ได้โดยมุ่งเน้นยอมรับในตัวเด็ก ไม่ใช่พฤติกรรมของเด็ก มีความสม่ำเสมอน่าเชื่อถือและปฏิบัติตามที่ตนเองพูด ให้เวลาและให้ความสนใจในตัวเด็ก จัดสภาพแวดล้อมให้อบอุ่นและปลอดภัย สิ่งสำคัญคือ "ความรัก" ความเข้าใจ รับรู้ในความต้องการของเด็ก และตอบสนองได้ตามพัฒนาการของเด็ก

ข้อมูลจาก

คุณดุสิดา เครือคำปิว ผู้รวบรวม

หอผู้ป่วยจิตเวช งานการพยาบาลจิตเวช

คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

10 April 2546

By คุณดุสิดา เครือคำปิว ผู้รวบรวม

Views, 23771