ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

โรคจิตเภท

โรคจิตเภท : คือ โรคจิตชนิดหนึ่ง ซึ่งมีความผิดปกติของความคิดเป็นลักษณะเด่น ซึ่งมักจะปรากฏอาการครั้งแรกในช่วงวัยรุ่นหรือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น การวินิจฉัยจะได้จากการซักประวัติ, การตรวจสภาพจิต, การสังเกต รวมทั้งการตรวจด้วยแบบทดสอบทางจิตวิทยา

อาการของโรคจิตเภท มีหลายๆ อย่างด้วยกัน

อาการผิดปกติทางความคิด

มีความคิดที่ไม่ปะติดปะต่อ ไม่ต่อเนื่องกัน ซึ่งมีผลให้ผู้ป่วยพูดผิดปกติได้ เช่น พูดไม่เป็นเรื่องเป็นราว เปลี่ยนเรื่องพูดโดยไม่มีเหตุผล ทำให้ไม่มีใครเข้าใจที่ผู้ป่วยพูด พูดภาษาแปลกๆ ซึ่งเข้าใจเฉพาะตัวผู้ป่วยเอง

อาการหลงผิด

คือมีความเชื่อที่ผิดๆ เชื่อในเรื่องที่ไม่เป็นจริง โดยไม่สามารถใช้เหตุผลใดๆ แก้ไขความเชื่อหลงผิดนี้ได้ เช่น หวาดระแวงกลัวถูกทำร้าย หลงผิดคิดว่าตนเองเป็นบุคคลสำคัญ, คิดว่าตนเองสามารถติดต่อทางจิตกับผู้อื่นได้

อาการประสาทหลอน

อาจมีประสาทหลอนทาง หู ตา จมูก ลิ้น หรือสัมผัสทางกาย เช่น ได้ยินเสียงคนพูดวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง ซึ่งผู้ป่วยได้ยินเพียงคนเดียว หรือมีอาการอื่นๆ ที่อาจพบได้ เช่น ยิ้ม, หัวเราะคนเดียว เป็นต้น

สาเหตุ

สาเหตุของโรคยังไม่พบแน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายประการที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ ด้านสังคม และความผิดปกติของสารสื่อนำประสาทบางอย่างในสมองร่วมด้วย ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ยืนยันว่าโรคจิตเภทถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่พบว่าลูกของผู้ป่วยมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วๆ ไป

การรักษา

* รักษาด้วยการให้ยา

* ให้อยู่ในสภาพแวดล้อมที่สงบ เช่น รับไว้ในโรงพยาบาลชั่วคราว จนกว่าอาการจะดีขึ้น

* การรักษาด้วยไฟฟ้า

* การทำจิตบำบัด รวมทั้งการฟื้นฟูสภาพทางจิตและสังคม จะช่วยทำให้ผู้ป่วยกลับสู่สังคมตามปกติได้เร็วขึ้น

* ครอบครัวสามารถช่วยได้โดยให้กำลังใจ ให้คำปรึกษาและร่วมมือในการรักษาตามคำแนะนำของแพทย์ จะช่วยให้อาการดีขึ้นและควบคุมอาการไม่ให้กลับเป็นใหม่ได้

การป้องกันการกำเริบของโรค

- การให้ยารักษาอย่างต่อเนื่อง

- การลดความดึงเครียดและความขัดแย้งในครอบครัว ให้ความรักความเข้าใจ รับฟังความคิดเห็น หลีกเลี่ยงการแสดงความโกรธ ไม่แสดงความเห็นใจจนเกินไป ไม่ปฏิบัติกับผู้ป่วยเหมือนเป็นเด็กเล็กๆ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยขาดความรับผิดชอบ เกิดพฤติกรรมถดถอยได้

- การที่ครอบครัวผู้ป่วยและตัวผู้ป่วยคอยสังเกตอาการเบื้องต้น ก่อนมีอาการกำเริบ ซึ่งผู้ป่วยจะมีอาการนำมาก่อน ถ้าให้การรักษาที่เหมาะสมได้ทันท่วงที จะป้องกันไม่ให้อาการกำเริบขึ้นได้ ซึ่ง

อาการเบื้องต้น มีดังนี้

- รู้สึกตึงเครียดและกระวนกระวาย

- นอนไม่หลับ

- ขาดสมาธิ

- เบื่ออาหาร กินได้น้อยลง

- ย้ำคิด ย้ำทำ

- รู้สึกว่าถูกหัวเราะเยาะ

- รู้สึกไม่ดีโดยไม่มีเหตุผลชัดเจน

- มีหูแว่ว หรือ เห็นภาพหลอน

- คิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับศาสนา, ปรัชญา

- รู้สึกซึมเศร้า

- กระสับกระส่าย

- เบื่อหน่ายไม่มีความสุข

- ความจำไม่ดี

- ไม่อยากพบปะผู้คน

- ไม่สนใจสิ่งต่างๆ รอบตัวเอง

- ตื่นเต้นเกินปกติ

- รู้สึกตนเองไร้ค่า

ควรทำอย่างไร เมื่อผู้ป่วยเริ่มมีอาการดังกล่าวข้างต้น

* ควรหลีกเลี่ยงสภาวการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียด เช่น หากเครียดจากเรื่องเรียน ควรหยุดพักการเรียนจนกว่าอาการจะดีขึ้น แล้วพาไปพบแพทย์

* ควรพาไปพบแพทย์ และให้บอกรายละเอียดกับแพทย์ว่ามีอาการอย่างไรบ้าง

* ญาติหรือผู้ไกล้ชิดผู้ป่วยจะเป็นบุคคลที่สำคัญมาก ในการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการกำเริบขึ้นอีก เพราะจะเป็นผู้ที่สังเกตเห็นอาการเตือนที่บอกให้รู้ว่าผู้ป่วยมีอาการกำเริบ และจะช่วยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที

เพียงใจ ทองพวง

(พยาบาลผู้รวบรวม)

หอผู้ป่วยจิตเวช งานการพยาบาลจิตเวช ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

16 เมษายน 2546

By เพียงใจ ทองพวง : พยาบาลผู้รวบรวม

Views, 9649