ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ไข้หวัด

"ไข้หวัด"

คนเราจะเป็นไข้หวัดได้ เกิดจากขณะนั้นร่างกายอ่อนแอ และได้รับเชื้อโรคเข้าทางเดินหายใจ เชื้อโรคที่ทำให้เป็นไข้หวัด คือ เชื้อไวรัส เชื้อไวรัสจะทำให้มีการอักเสบของทางเดินหายใจส่วนต้น (คือ จมูก และคอ) ถ้าเป็นหวัดธรรมดาไม่มีโรคแทรกซ้อน จะหายได้เองภายใน 5-7 วัน

อาการ

1. มีไข้ต่ำๆ ตัวร้อนหรืออาจไม่มีไข้เลยก็ได้

2. คัดจมูก มีน้ำมูก

3. ไอ จาม เจ็บคอ

4. อาการอื่นๆ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ท้องเดิน อาจมีหรือไม่มีก็ได้ และถ้ามีอาการก็มักเป็นไม่มากนัก

โรคแทรก

ได้แก่ โพรงจมูกอักเสบ หลอดลมอักเสบ ปอดบวม หูอักเสบ เยื่อหุ้มสมองหรือสมองอักเสบ เป็นต้น

การติดต่อ

ติดต่อทางเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย โดยที่ผู้ป่วยไอหรือจาม ทำให้เชื้อโรคกระจายอยู่ในอากาศ ซึ่งจะเข้าสู่ร่างกายของผู้ที่รับเชื้อโรคทั้งทางปากและทางจมูก

ดังที่ได้กล่าวแล้วจะเห็นได้ว่า โรคหวัดถ้าเริ่มเป็นจะมีอาการไม่รุนแรง แต่ถ้ารักษาไม่ถูกต้องและร่างกายอ่อนแอมากๆ อาจเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรงถึงกับเสียชีวิตได้ ดังนั้น เราจึงควรได้เรียนรู้วิธีการป้องกันโรคหวัดกันบ้าง

การป้องกันโรคหวัด คือ รักษาร่างกายให้แข็งแรงโดย

1. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น เนื้อสัตว์ ไข่ ผัก ผลไม้ ถั่วต่างๆ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงดื่มน้ำมากๆ และหลีกเลี่ยงเครื่องดองของเมา และพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง

2. ที่พักอาศัยควรมีอากาศถ่ายเทได้ดี แดดส่องถึง

3. ไม่ใช้ของเครื่องใช้ร่วมกับผู้อื่น เช่น ผ้าเช็ดหน้า ไม่ใกล้ชิดผู้ที่เป็นโรคหวัด

4. หลีกเลี่ยงสถานที่ ที่มีคนอยู่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก เช่น โรงภาพยนตร์ ตลาด

5. อย่าให้ร่างกายกระทบความร้อนจัดหรือเย็นจัดทันทีทันใดร่างกายจะปรับตัวไม่ทัน สวมใส่เสื้อผ้าให้เหมาะสมกับดินฟ้าอากาศ

6. ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับวัยอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้ร่างกายแข็งแรงกระปรี้กระเปร่า

การดูแลเมื่อเป็นหวัด

1. พักผ่อนให้เพียงพอ

2. กินอาหารอ่อนย่อยง่ายและมีประโยชน์ จัดให้น่ารับประทาน

3. หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย

4. งดเหล้า บุหรี่

5. รักษาร่างกายให้อบอุ่น หลีกเลี่ยงอากาศที่เย็นจัด

6. การปฏิบัติตัวเมื่อมีไข้

7. ดื่มน้ำมากๆ

8. เช็ดตัวลดไข้

9. ให้ยาลดไข้ แอสไพริน ครั้งละ 1-2 เม็ด (ไม่ควรใช้กับผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ) และซ้ำได้ทุก 4-6 ชั่วโมง ถ้ารับประทานยาขณะท้องว่างควรดื่มน้ำตามมากๆ หรืออาจให้ยาพาราเซตามอล ครั้งละ 1-2 เม็ด แต่ห้ามใช้กับผู้ที่เป็นโรคตับ

ถ้ามีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม ให้รับประทาน ยาคลอเฟนิรามีน ครั้งละครึ่งถึงหนึ่งเม็ดเวลามีอาการ หลังรับประทานยาจะมีอาการง่วงห้ามขับรถหรือทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรเพราะอาจเกิดอุบัติเหตุได้ ถ้ามีเสมหะรับประทานยาขับเสมหะครั้งละ 1-2 ช้อนชา วันละ 3-4 ครั้ง

หมายเหตุ

ยาดังกล่าวข้างต้นควรเป็นยาสามัญประจำบ้านขององค์การเภสัชกรรม

เมื่อใดควรพาไปพบแพทย์หรือเจ้าหน้าที่อนามัย

1. ถ้ามีไข้สูงหรือมีไข้นานผิดปกติประมาณ 3 วันขึ้นไป

2. ไอมากผิดจากหวัดทั่วไป

3. อาเจียน ซึม ถ่ายเหลว มีผื่นขึ้นหรืออาการผิดปกติอื่นๆ

16 January 2547

By งานการพยาบาลป้องกันโรคและส่งเสริมสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

Views, 7985