ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ปวดหลัง (5)

"ปวดหลัง (5)"

วิธีการควรทดสอบความแข็งแรงของสันหลัง ซึ่งถือว่าท่าทางต่อไปนี้เป็นท่าทางของคนปกติควรทำได้ (และถือเป็นท่าการบริหารประจำวันของคนที่ไม่มีพยาธิสภาพหรือโรคต่างๆ ได้) ถ้าหากทำไม่ได้ก็ควรพยายามทำให้ได้ จะเป็นการป้องกันอาการปวดหลังจากความเสื่อมความชราต่อไปให้ช้าลง การตรวจความแข็งแรงของกล้ามเนื้อลำตัวท้องด้านหน้า คนปกติควรยกขาและตัวขึ้นได้ และเกร็งไว้ประมาณช่วงเวลานับ 5-10 ถ้าทำไม่ได้แสดงว่ากล้ามเนื้อส่วนหน้าเสียสมดุล

การตรวจความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง คนปกติควรแอ่นหลัง เหยียดขาแอ่นหลังและเกร็งไว้ได้ประมาณช่วงเวลานับได้ 5-10 ถ้าทำไม่ได้ถือว่าผิดปกติ

การปฏิบัติตนหรือรักษาสันหลัง

เราได้ทราบแล้วว่าสาเหตุของการปวดหลังมีหลายอย่าง การรักษาก็มีหลายอย่าง

1. การรักษาโดยทางยา เช่น ยาระงับปวด ยากล่อมประสาท ยาเฉพาะโรค เป็นหน้าที่ของแพทย์ เราไม่ควรซื้อยากินเอง

2. การรักษาทางกายภาพบำบัด แพทย์จะใช้วิธี อบไฟ นวดดึงสะโพกหรือถ่วงน้ำหนักส่วนขา เพื่อให้กระดูกสันหลังยืด รวมถึงการใช้เฝือกอ่อน เฝือกหนังเครื่องประคอง หรือรัดลำตัวให้ตรงส่วนการรักษาโดยวิธีให้บริหารหรือออกกำลังกาย แพทย์จะแนะนำเพื่อให้ลำตัวแข็งแรงและมีการทรงตัวของลำตัวและสันหลังปกติเพื่อบริหารกล้ามเนื้อหลัง กล้ามเนื้อท้อง และกล้ามเนื้อต้นขา กล้ามเนื้อสะโพก กล้ามเนื้ออกและคอให้แข็งแรงและเป็นการลดน้ำหนักตัวไปด้วย ซึ่งเราอาจจะทำเองได้แต่ควรให้แพทย์ตรวจร่างกายทั่วๆ ไปก่อน (การบริหารเหล่านี้ห้ามทำในระยะแรกๆ ของอาการปวดหลังโดยเฉียบพลัน หรือในรายที่ปวดสันหลังจากกระดูกสันหลังหัก ปวดหลังจากโรคติดเชื้อ ตลอดจนโรคมะเร็ง หรือโรคอื่นๆ ซึ่งจะเป็นอันตรายเมื่อคนไข้ออกกำลังกาย) ควรนอนเตียงแข็ง (เตียงไม้) นุ่มเล็กน้อย

3. การปฏิบัติตน ขอย้ำว่าอาการปวดหลังนี้เกิดขึ้นได้เสมอๆ ซึ่งหากยังไม่เกิดหรือเกิดมีอาการแล้วก็ตามเราควรปฏิบัติคือ

วิธีที่ดีคือ การออกกำลังโดยใช้อริยาบถประจำวัน ซึ่งแม้แต่ขณะนั่งประชุม ขณะยืน ฯลฯ ให้พยายามทรงตัวให้ตรง ยกอุ้งเชิงกรานให้หงายขึ้นข้างหน้าหรือพยายามกดก้นกบให้ต่ำลง โดยขมิบสะโพกเข้าหากัน ทำให้ท้องแฟบไม่พลุ้ยได้ การเดินกระฉับกระเฉงแม้แต่ช่วงสั้นๆ วันละ 15 นาทีก็เท่ากับเป็นการออกกำลังไปด้วย จึงน่าจะถือเป็นข้อปฏิบัติในชีวิตทุกวันนี้ ซึ่งหาสถานที่ตลอดจนเวลา ที่จะออกกำลังกายแสนจะยาก

อีกประการหนึ่งการออกกำลังและการหาวิธีลดความวิตกกังวล จะโดยใช้ศาสนา โยคะ ฯลฯ จะตัดวงจรวิกฤตที่จะเป็นต้นเหตุ แห่งโรคร้ายต่างๆ (ซึ่งถือเป็นโรคคนเมืองหลวง) ได้

4. ต้องมีความมั่นใจคลายความวิตกกังวล มีศรัทธามีความอดทนต่อการปฏิบัติตน อย่าลืมว่าอาการปวดหลังร้อยละแปดสิบเป็นอาการของการขาดการออกกำลัง ถ้าไม่ท้อถอยหรือเบื่อก่อนแล้ว โอกาสจะหายยิ่งมีมากขึ้น ตัวเราเท่านั้นจะรักษาตัวเราเองได้ โดยแพทย์เป็นผู้ช่วยเหลือและแนะนำ

สำหรับการรักษาโดยวิธีทางศัลยกรรม ขึ้นอยู่กับสาเหตุซึ่งส่วนใหญ่แพทย์มักจะทำผ่าตัดในรายไขสันหลังหรือเส้นประสาทของไขสันหลังถูกกด ซึ่งก็มีเพียงร้อยละสิบของโรคปวดหลังที่มีพยาธิสภาพจริง หรือร้อยละสองของคนที่ปวดหลังทั้งหมด

จะเห็นได้ว่าถ้าเราปฏิบัติตนให้มีสุขภาพแข็งแรงร่างกายสมส่วนแล้วอาการปวดหลังซึ่งไม่ควรเกิดถึงร้อยละ 98 นั้นจะลดลงไป เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจของครอบครัว ของชาติ (ไม่ต้องซื้อยา) และประสิทธิภาพในการทำงานก็จะไม่เสื่อมไปเร็วกว่าธรรมชาติ ทำให้ครอบครัวเป็นปกติสุขปราศจากเสียงบ่นปวดเมื่อยหลังได้เป็นอย่างดี

18 มีนาคม 2547

By น.พ.โอภาส ธรรมวานิช

Views, 3940