ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ผู้สูงอายุจะออกกำลังกายอย่างไรดี

"ผู้สูงอายุจะออกกำลังกายอย่างไรดี"

การส่งเสริมสุขภาพให้แข็งแรงป้องกันโรคต่างๆ โดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอกำลังเป็นกระแสที่มาแรงในปัจจุบัน ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองใหญ่ๆ หรือตามชนบทจะเห็นประชาชนจำนวนหนึ่งไปออกกำลังกายกันในตอนเช้าหรือตอนเย็นจนเป็นภาพชินตา ซึ่งเป็นนิมิตหมายอันดีที่พวกเราให้ความสนใจจนกระทั่งลงมือปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ เพื่อสุขภาพของเราเองเพราะตระหนักกันแล้วว่า "สุขภาพดี ซื้อขายไม่ได้ ถ้าอยากได้ต้องลงมือทำเอง"

การออกกำลังกายก็เช่นเดียวกับกิจกรรมอื่นๆ ที่ต้องจัดให้เหมาะสมกับวัยของแต่ละคน ถึงแม้ว่ากิจกรรมการออกกำลังกายบางอย่างเราสามารถทำได้ดีตอนที่อายุยังน้อยหรือในวัยหนุ่มสาว แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นอาจต้องปรับเปลี่ยนให้สมวัยให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บที่จะตามมา ผู้สูงอายุบางคนอาจจะมีโรคประจำตัวอยู่ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ปวดข้อ ข้อเสื่อม สิ่งเหล่านี้ต้องนำมาพิจารณาเพื่อหาวิธีการออกกำลังกายให้เหมาะสมด้วยเช่นกัน

วัตถุประสงค์ของการออกกำลังกาย โดยทั่วไปแล้วเพื่อ

ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ผู้ที่เข้าสู่วัยกลางคนอาจไม่จำเป็นต้องฝึกมากเพราะจะทำให้ความดันโลหิตสูงอย่างกะทันหัน ในขณะที่หัวใจรับออกซิเจนเพิ่มขึ้นไม่ทันหรือไม่พอ ตัวอย่างที่เห็นได้ง่ายและได้ผลมีอันตรายน้อยได้แก่ การเกร็งกล้ามเนื้อท่าละ 10 วินาทีโดยกำมือแน่น การดันฝ่ามือเข้าหากัน การเหยียดขาเต็มที่แล้วยกขึ้นประมาณ 30 องศา แล้วเกร็งไว้ เป็นต้น

ความคงทน เพิ่มความจุของปอด การออกกำลังกายทุกชนิดเพิ่มความจุได้ไม่มากก็น้อย

การฝึกเพื่อความอ่อนตัว บริหารส่วนที่เคลื่อนไหวได้ให้เต็มพิสัยการเคลื่อนไหวโดยเฉพาะส่วนที่ติดขัดโดยการงอการเหยียด การหมุน การบิด หลีกเลี่ยงการกระแทกหรือสะบัด

การฝึกเพื่อเพิ่มสมรรถภาพแอโรบิก ไม่ต้องทำจนเหนื่อยเต็มที่ ใช้ความหนักปานกลางตามกำลังของแต่ละคนโดยสามารถทำต่อเนื่องไม่ต่ำกว่า 10 นาทีจนรู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงขึ้น หายใจเร็วขึ้น แต่ไม่ถึงกับใจสั่น หรือต้องหายใจเข้าออกทางปากตัวอย่างเช่น เดินเร็ว วิ่งเหยาะ ถีบจักรยาน เต้นรำ เป็นต้น

นอกจากนั้น การออกกำลังกายที่เหมาะสมจะช่วยผ่อนคลายและช่วยในเรื่องการทรงตัวให้ดีขึ้น

ผู้สูงอายุควรออกกำลังกายแบบแอโรบิกซึ่งจะช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของปอด หัวใจและหลอดเลือด ควรออกกำลังกายครั้งละ 20-30 นาที สัปดาห์ละ 3 ครั้ง นับชีพจรได้ประมาณ 170-อายุ/นาที

ผู้สูงอายุนี้ที่มีโรคประจำตัวชนิดใดชนิดหนึ่งอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่เพื่อหลีกเลี่ยงอาการไม่พึงประสงค์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จากยาที่รับประทานอยู่หรือสภาพร่างกายที่ไม่เอื้อต่อการออกกำลังกายบางประเภท

30 March 2547

By พบหมอรามา

Views, 4580