ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

พ่อแม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่มีผลต่อพฤติกรรมลูกวัยรุ่นอย่างไร

"พ่อแม่ดื่มเหล้า สูบบุหรี่มีผลต่อพฤติกรรมลูกวัยรุ่นอย่างไร"

  

เด็กวัยรุ่นเป็นผู้ที่เริ่มความคิด เรียนรู้เหตุผล ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นเด็กวัยรุ่นที่สมบูรณ์และเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต วัยรุ่นเป็นระยะที่มีการเปลี่ยนวัยที่บุคคลมีการเจริญเติบโต และวุฒิภาวะจากวัยเด็กไปสู่วัยผู้ใหญ่ เป็นช่วงรอยต่อของชีวิตที่มีผลต่อสุขภาพวัยรุ่นโดยตรงหลายประการ ช่วงนี้ของชีวิตวัยรุ่นถือเป็นระยะของการเปลี่ยนแปลงที่มากที่สุดในชีวิตระยะหนึ่ง ทั้งด้านการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ จิตสังคม และพฤติกรรมถือเป็นระยะในการเตรียมตัวเพื่อการมีหน้าที่รับผิดชอบสูงขึ้น และเป็นเวลาที่ต้องการการดูแลสุขภาพในหลายๆ ด้าน ทั่วประเทศมีจำนวนนักเรียนที่ศึกษาในสถาบันการศึกษาถึงประมาณ 3 ล้านคน จากการศึกษาในอดีตเกี่ยวกับปัญหาพฤติกรรมเสี่ยงมีผลต่อภาวะสุขภาพได้แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นมีโอกาสได้รับอันตราย มีปัญหาสุขภาพจิตและสังคมเป็นอย่างมาก

การเสพของมึนเมาและสิ่งเสพติดกำลังเป็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน โดยเฉพาะการดื่มสุรามีแนวโน้มสูงขึ้นถือเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพของผู้เสพโดยตรง มีการศึกษาที่ระบุว่าปัจจุบันคนไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มมากขึ้นกว่า 10 ปีที่แล้วถึงเกือบเท่าตัว โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในคนไทยเฉลี่ยปีละ 13.59 ลิตร/คน และมีแนวโน้มว่าเด็กรุ่นใหม่จะดื่มมากขึ้น โดยเฉพาะวัยรุ่นหญิงเพิ่มจากร้อยละ 1 เป็นร้อยละ 1.9% และเป็นที่จับตาว่าพฤติกรรมของผู้ใหญ่ในปัจจุบันนี้จะมีผลต่อเยาวชนรุ่นต่อมาอย่างไร จากการศึกษาปัจจัยด้านพฤติกรรมของพ่อแม่ที่มีผลต่อพฤติกรรมกินเหล้าสูบบุหรี่ของวัยรุ่น โดย รศ.ดร.รุจา ภู่ไพบูลย์ อาจารย์ประจำภาควิชาพยาบาลศาสตร์และคณะที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (ประเทศไทย) ข้อมูลได้จากการสำรวจนักเรียนมัธยมศึกษาที่ 1-6 ในโรงเรียน 10 โรงเรียนทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดจำนวนกว่า 2,000 ครอบครัว โดยใช้แบบสอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพสำหรับนักเรียนและสำหรับพ่อแม่ตอบ พบว่าวัยรุ่นร้อยละ 18.2% มีพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกฮอล์ โดยที่ส่วนใหญ่กล่าวว่าดื่มเป็นครั้งคราวร้อยละ 16.6% และดื่มบ่อยจนถึงประจำร้อยละ 1.6% เด็กวัยรุ่นชายดื่มมากกว่าเด็กวัยรุ่นหญิง คือพบร้อยละ 23.8% ของวัยรุ่นชายและร้อยละ 14.0% ของวัยรุ่นหญิงมีการดื่มแอลกอฮอล์ โดยดื่มบ่อยๆ หรือเป็นประจำร้อยละ 2.5%

เมื่อศึกษาพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ระหว่างพฤติกรรมของพ่อแม่และลูก พบว่าปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการดื่มของลูกวัยรุ่นมากที่สุดคือ พฤติกรรมการดื่มของพ่อ รองลงมาคือพฤติกรรมการดื่มของแม่ และปัจจัยสุดท้ายคืออายุของเด็กวัยรุ่น กล่าวคือ หากพ่อดื่มบ่อย รวมทั้งพ่อที่ดื่มบ่อย และเด็กวัยรุ่นเป็นเด็กวัยรุ่นที่อายุมากแล้ววัยรุ่นจะมีพฤติกรรมการดื่มบ่อยขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ แต่การศึกษานี้ไม่พบอิทธิพลของรายได้ครอบครัวต่อพฤติกรรมการดื่มแอลกอฮอล์ดังกล่าว

สำหรับการสูบบุหรี่นั้นพบว่าเด็กวัยรุ่นทั้งสองเพศ กล่าวว่า ตนเองสูบบุหรี่เพียงร้อยละ 4.4% แต่เด็กวัยรุ่นชายมีพฤติกรรมการสูบบุหรี่สูงกว่าเด็กวัยรุ่นหญิง คือ ร้อยละ 3.8% ซึ่งแตกต่างระหว่างเพศชายและหญิง เมื่อพิจารณาปัจจัยพฤติกรรมการสูบบุหรี่พบว่ามีอิทธิพลต่อการสูบบุหรี่ของลูกวัยรุ่นสูงสุด รองลงมาคือพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของพ่อ และรายได้ของครอบครัวตัวไม่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของวัยรุ่น ดังนั้น แสดงว่าพฤติกรรมของพ่อแม่ มีผลพฤติกรรมลูกวัยรุ่นในการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยตรง

จึงเป็นข้อคิดว่าพฤติกรรมที่พ่อ แม่ แสดงนั้นลูกได้เห็นและมีแนวโน้มที่จะทำตามหรือเลียนแบบ แม้ในปัจจุบันก็สามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างพ่อและแม่ เช่นเดียวกับสุภาษิตที่ว่า "แม่ปูลูกปู" ไม่ว่าพ่อแม่ทำอย่างไรให้ลูกเห็น ลูกมีโอกาสทำตาม ถึงเวลาแล้วที่ควรมีการปลูกจิตสำนึกพ่อแม่ในการเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูก จะได้มีสุขภาพดีไม่ยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเสพติดนะคะ

15 มิถุนายน 2547

By พบหมอรามา

Views, 5285