ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ทำงานใช้สมอง ป้องกันอัลไซเมอร์

"ทำงานใช้สมอง ป้องกันอัลไซเมอร์"

เคยมีการประมาณว่า สังคมเมืองผู้ดี มีอัตราผู้ป่วยเป็นโรคจิตเสื่อม หรืออัลไซเมอร์ สูงถึง 700,000 คน ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสารนิวโรโลจี เจอร์นัล เมื่อเร็วๆ นี้ระบุว่า คนที่ประกอบอาชีพซึ่งต้องใช้ศักยภาพของสมองในการทำงาน มีแนวโน้มจะไม่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์ในยามชรา

นักวิจัยในสหรัฐ ทำการศึกษาคนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จำนวน 357 คน พบว่ามี 122 คน ป่วยเป็นอัลไซเมอร์ ซึ่งจากประวัติการจ้างงานและลักษณะงานที่ทำในช่วงอายุ 20 ถึง 50 ปี พบว่าในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ทำงานที่ต้องใช้ศักยภาพของสมองนั่นเอง

ศ.คลิฟ บัลลาร์ด หัวหน้าคณะนักวิจัย กล่าวว่า คนที่ไม่ป่วยเป็นโรคอัลไซเมอร์คือคนที่ได้ใช้ศักยภาพของสมองในการทำงานมาก ส่วนกลุ่มคนที่วินิจฉัยว่าเป็นอัลไซเมอร์ มีแนวโน้มเคยทำงานที่ต้องใช้กำลังกายมาก่อน ถึงแม้พวกเขาจะได้ทำงานที่ต้องใช้สมองหลังจากนั้นก็ไม่ได้มีผลต่อการยับยั้งอาการอัลไซเมอร์ตอนอายุมาก

ทั้งนี้ การศึกษาก่อนหน้านี้ ระบุว่าการใช้ศักยภาพของสมองเรื่อยๆ สามารถป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ รวมทั้งการเต้นรำ การเล่นดนตรี การอ่านหนังสือ และการเล่นเกมวางแผน สามารถลดความเสี่ยงได้เช่นกัน

ดร.แคทลีน สมิตช์ หนึ่งในคณะวิจัยชุดล่าสุด กล่าวว่า อาชีพที่ใช้ศักยภาพของสมองทำงานจะช่วยเพิ่มกิจกรรมให้สมอง เป็นการช่วยต่อต้านการเป็นอัลไซเมอร์ "สมรรถนะของสมองที่ถูกใช้มากขึ้น จะยิ่งเพิ่มกิจกรรมให้เซลล์สมอง ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพของเซลล์ไม่ให้เสื่อมถอยและสามารถต่อต้านอาการอัลไซเมอร์ได้"

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยตัวอื่นก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง เช่นระดับเงินเดือนที่แตกต่างกัน การรับบริการด้านสาธารณสุข การได้รับโภชนาการที่ดีและปัจจัยอื่นๆ ที่สัมพันธ์กับสถานะทางเศรฐกิจและสังคม

ถึงแม้สังคมอังกฤษจะตอบรับผลการศึกษานี้อย่างดี แต่ ศ.คลิฟ บอกว่า เราควรจะตีความผลที่ค้นพบนี้อย่างรอบคอบ

"เราควรจะอธิบายผลการศึกษาที่พบนี้อย่างระมัดระวัง ในเรื่องที่ว่าคนที่ไม่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์คือคนที่ทำงานใช้สมอง ส่วนคนที่ป่วยคือคนที่ไม่ใช้สมองทำงาน มันอาจมีความคลาดเคลื่อนได้เพราะคนที่ได้ใช้ศักยภาพของสมองในการทำงาน จริงๆ แล้วเขาอาจมีวิถีชีวิตหรือการดูแลสุขภาพอย่างอื่นๆ ที่แตกต่างออกไปก็ได้"

แต่นอกเหนือจากคำติติงจุดนี้แล้ว ถือว่างานวิจัยชิ้นนี้มีความแม่นยำมากในการศึกษาด้านนี้ และยังสนับสนุนทฤษฎีที่ว่า การใช้งานสมองมากจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ลงด้วย

1 กันยายน 2547

By หนังสือพิมพ์ข่าวสด

Views, 3028