ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างวินัย

ปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างวินัย

ศ.พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเด็กและวัยรุ่น

ตอนปัจจัยที่มีผลต่อการสร้างวินัย

บุคคลจะมีวินัยหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ในที่นี้จะกล่าวถึงปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการสร้างวินัยในเด็กดังนี้

1. ตัวเด็ก

อายุ

อายุเป็นปัจจัยที่พ่อแม่ต้องคำนึงถึงในการอบรมลูก ลูกแต่ละวัยมีความคิด ความรู้สึก และการกระทำแตกต่างกันไป ในเด็กเล็กๆ นั้นความสามารถที่จะเข้าใจเหตุผล จดจำคำสั่งสอนของผู้ใหญ่ และควบคุมตนเองให้อยู่ในกฎระเบียบหรืออดทนต่อความคับข้องใจนั้นยังน้อย ดังนั้นเด็กเล็กจะรักษาวินัยไม่ได้ดีเท่ากับเด็กโต อย่างไรก็ตามในเด็กที่โตขึ้น แม้จะเข้าใจเหตุผลและควบคุมตนเองได้มากขึ้นแล้วก็ตาม แต่ก็จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูงขึ้น มีอารมณ์หลากหลาย และมีปฏิกิริยาโต้ตอบทางอารมณ์ที่รุนแรงและเป็นอันตรายได้ ลักษณะแบบนี้ทำให้การฝึกระเบียบวินัยในเด็กโตไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไรนัก หากไม่ได้วางพื้นฐานไว้ให้ดีตั้งแต่เด็กยังเล็ก

การทำงานของสมอง

สมองมีหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมและอารมณ์ของบุคคล โดยเฉพาะส่วนหน้า (Frontal lobe) ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมพฤติกรรมให้อยู่ในขอบเขตที่พอดี ในผู้ป่วยที่มีปัญหาของสมองส่วนหน้า เช่น เด็กที่มีสมองอักเสบหรือมีอุบัติเหตุทางสมอง เมื่อฟื้นตัวแล้วอาจมีปัญหาพฤติกรรมและอารมณ์ได้ เช่น มีพฤติกรรมก้าวร้าว อยู่ไม่นิ่ง การควบคุมตนเองไม่ดี ปฏิบัติตามกฎระเบียบไม่ได้ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย หงุดหงิดง่าย หรือไม่ก็เฉยเมย ไม่สนใจสิ่งแวดล้อมไปเลย พฤติกรรมและอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ทำให้การฝึกระเบียบวินัยและการอบรมสั่งสอนเป็นไปได้ยากเช่นกัน

ความสามารถทางเชาวน์ปัญญา

เด็กที่มีความสามารถทางเชาวน์ปัญญาต่ำ มักมีปัญหาในด้านความเข้าใจเหตุผล การจดจำ และการปฏิบัติตามคำสั่ง เด็กที่มีระดับ IQ ตั้งแต่ 80 ลงมามักจะมีความจำไม่ดี ผู้ปกครองมักสังเกตเห็นว่าสั่งอะไรไปก็มักจะจำไม่ได้ หรือ สอนอะไรไปไม่นานก็ลืม การมีสติปัญญาต่ำทำให้ความเข้าใจเหตุและผลไม่ดีไปด้วย เด็กจะไม่รู้ว่า ทำไมตนต้องทำตามคำสั่งนี้และทำไปแล้วจะเกิดประโยชน์อย่างไร ในเด็กปกติการเข้าใจเหตุผลและผลของกฎระเบียบต่างๆ จะทำให้เด็กรู้ว่ากฎระเบียบหรือคำสั่งนั้นเป็นสิ่งที่ดีและตนควรจะปฏิบัติตาม นอกจากนี้เด็กยังมีความสามารถมองไปข้างหน้าในอนาคตว่า หากตนปฏิบัติตามคำแนะนำสั่งสอนของพ่อแม่แล้วจะเกิดผลดีอย่างไร สิ่งนี้เป็นแรงจูงใจให้เด็กปฏิบัติตามคำสั่งสอนนั้น

อย่างไรก็ตามไม่ได้หมายความว่า ในเด็กที่มีเชาวน์ปัญญาสูงจะมีวินัยดีกว่าเด็กที่มีเชาวน์ปัญญาต่ำเสมอไป บ่อยครั้งที่เด็กฉลาดก็สามารถหาวิธีหลบหลีกกฎเกณฑ์ต่างๆ หรือทำการฝ่าฝืนกฎโดยผู้ใหญ่อาจจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน แบบที่เรียกว่า “ฉลาดแกมโกง” ก็ได้

โรคสมาธิบกพร่อง

ในเด็กเป็นโรคสมาธิบกพร่องหรือที่แพทย์เรียกว่า Attention deficit disorder (ADD) นั้นมักมีปัญหาสมาธิไม่ดี ขี้ลืม จำคำสั่งไม่ค่อยได้ ซนอยู่ไม่นิ่ง หุนหันพลันแล่น ควบคุมอารมณ์และความโกรธของตนเองไม่ได้ เด็กจำนวนมากที่ผู้ปกครองพามาปรึกษาด้วยปัญหาดื้อ ก้าวร้าวและขี้โมโหนั้น เมื่อแพทย์ได้ทำการประเมินโดยละเอียดแล้วมักพบว่าเป็นโรคนี้

โรคสมาธิบกพร่องเกิดจากสมองส่วนหน้า (Frontal lobe) ทำงานบกพร่อง ความบกพร่องนี้เป็นความบกพร่องของการทำงานของวงจรในสมอง ไม่ใช่ความบกพร่องทางโครงสร้าง ฉะนั้นการตรวจโดยการฉายเอ็กซเรย์ไม่ว่าจะเป็นแบบธรรมดาหรือแบบคอมพิวเตอร์รวมทั้งการตรวตคลื่นสมองก็จะไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด การรักษาโรคนี้จำเป็นต้องมีการฝึกพฤติกรรม การจัดการเรียนการสอนที่เหมาะสม และในบางรายอาจจะต้องกินยาที่ช่วยเพิ่มสมาธิ เด็กที่เป็นโรคนี้แต่ไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจเกิดปัญหาพฤติกรรมรุนแรง เช่น ดื้อ ก้าวร้าว แระสบความล้มเหลวในการเรียน และมีปัญหาทางอารมณ์ เช่น ซึมเศร้า และวิตกกังวลตามมาในที่สุด

พื้นอารมณ์

พื้นอารมณ์ (temperament) หมายถึงแนวโน้มของเด็กในการตอบสนองต่อสิ่งเร้า หรือสิ่งแวดล้อมรอบตัว ในเด็กที่มีพื้นอารมณ์แบบที่เรียกว่า เด็กเลี้ยงง่าย (easy child) จะมีลักษณะอารมณ์ดี ปรับตัวง่าย เข้าหาผู้อื่นได้ง่าย ไม่มีปฏิกิริยารุนแรง มีสมาธิดีและมีความอดทนสูง แต่พื้นอารมณ์แบบที่เรียกว่าเด็กเลี้ยงยาก (difficult child) นั้น จะมีลักษณะอารมณ์หงุดหงิดง่ายและแปรปรวนเร็ว ปรับตัวกับสิ่งใหม่ๆ ได้ยาก เข้าหาผู้อื่นยาก มีปฏิกิริยารุนแรงและอดทนต่อความคับข้องใจได้น้อย ลักษณะแบบนี้ทำให้ยากต่อการฝึกระเบียบวินัย และทำให้พ่อแม่ที่ใจเย็นที่สุดเกิดอารมณ์เสียได้ง่าย ดังนั้น พ่อแม่ที่มีลูกแบบเด็กเลี้ยงยากนี้จำเป็นต้องมีทักษะที่ดีและมีประสิทธิภาพพอจึงจะจัดการกับลูกได้

พื้นอารมณ์เป็นลักษณะที่ถูกกำหนดโดยชีวภาพเป็นส่วนใหญ่ นั่นหมายความว่า พื้นอารมณ์เป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดและมักมีลักษณะคล้ายพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง เราสามารถสังเกตพื้นอารมณ์ของเด็กได้ตั้งแต่ขวบปีแรก ยิ่งเด็กโตขึ้นก็จะเห็นได้ชัดยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามแม้พื้นอารมณ์จะเป็นสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดก็ตาม แต่ก็สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไขให้ดีขึ้นได้ โดยวิธีการเลี้ยงดูที่เหมาะสม เช่น ในเด็กที่มีพื้นอารมณ์หงุดหงิดง่าย หากพ่อแม่พยายามใจเย็นไม่ยั่วให้เด็กโมโห พูดคุยกับเด็กอย่างมีเหตุผล และใช้วิธีสร้างแรงจูงใจให้ทำสิ่งที่เหมาะสมมากกว่าใช้วิธีลงโทษเมื่อทำผิด เด็กก็จะมีอารมณ์หงุดหงิดน้อยลงและควบคุมตนเองได้ดีขึ้นในที่สุด

ปัญหาทางอารมณ์

อารมณ์ที่ไม่ดีในเด็ก เช่น อารมณ์วิตกกังวล อารมณ์เศร้า รวมทั้งปัญหาด้านอื่นๆ เช่น รู้สึกว่าไม่มีใครรัก รู้สึกไม่มั่นคงในชีวิต ฯลฯ เหล่านี้จะทำให้เด็กแสดงพฤติกรรมชิงลบออกมา เช่น พฤติกรรมก้าวร้าว ชอบทะเลาะ ดื้อ ไม่เชื่อฟัง และอาจมีการเรียกร้องความสนใจแบบต่างๆ เช่น โกหก หนีโรงเรียน หนีออกจากบ้านและเกเร เป็นต้น ดังนั้นในเด็กที่มีปัญหาพฤติกรรมและขาดระเบียบวินัย สิงที่สำคัญก็คือ ต้องหาว่ามีสาเหตุมาจากปัญหาทางอารมณ์ของเด็กหรือไม่ ปัญหาทางอารมณ์ในเด็กส่วนใหญ่มักเกิดจากครอบครัว เช่น พ่อแม่ทะเลาะเบาะแว้ง ครอบครัวแตกแยก พ่อแม่หย่าร้างหรือแยกทางกัน หรือเด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่เนื่องจากความจำเป็นด้านอื่นๆ เช่น พ่อแม่ต้องทำงาน เป็นต้น หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้แล้ว เด็กมักจะมีพฤติกรรมดีขึ้นและสามารถฝึกระเบียบวินัยได้ง่ายขึ้นด้วย

2. ตัวพ่อแม่

พ่อแม่เองเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การฝึกวินัยลูกประสบความสำเร็จหรือล้มเหลวก็ได้

ทัศนคติของพ่อแม่

พ่อแม่จำนวนมากคิดว่าการฝึกวินัยลูกเป็นเรื่องที่ไม่สำคัญ หลายคนคิดว่าเด็กจะดีเองหรือจะเรียนรู้ได้เองโดยไม่จำเป็นต้องสอนอย่างจริงจัง ทัศนคติแบบนี้ทำให้เด็กคิดว่า วินัยเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญและตนไม่จำเป็นจะต้องมีวินัยก็ได้ เด็กแบบนี้จะเติบโตขึ้นมาแบบขาดวินัยและจะมีปัญหาพฤติกรรมในที่สุด

ความตั้งใจจริงของพ่อแม่

พ่อแม่หลายคนรู้ว่าวินัยเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นต้องสอนวินัยให้แก่เด็ก แต่พ่อแม่ก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างจริงจัง อาจเป็นเพราะว่ามัวยุ่งอยู่กับอาชีพการงาน หากมีเวลาก็สอน ไม่มีเวลาก็ไม่สอน ไม่ได้พยายามทำการฝึกวินัยอย่างมีแบบแผน และไม่ได้อุทิศเวลาและพลังที่มีอยู่เพื่อฝึกฝนลูก การขาดความตั้งใจจริงนี้ทำให้การฝึกวินัยเป็นไปอย่างลุ่มๆ ดอนๆ และวันหนึ่งเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมา พ่อแม่ก็จะตระหนักว่าตนเองได้ละเลยสิ่งสำคัญอย่างยิ่งไป นั่นคือการฝึกอบรมระเบียบวินัยให้ลูก แต่เมื่อพ่อแม่จะมาเริ่มต้นอีกครั้งก็สายเกินไปเสียแล้ว

วินัยในตัวพ่อแม่

บ่อยครั้งที่พ่อแม่เองเป็นคนไม่มีวินัยเพราะไม่ได้ถูกฝึกวินัยมาตั้งแต่เด็ก เมื่อมีลูกก็แสดงนิสัยที่ไร้วินัยให้ลูกเห็น เช่น วางข้าวของไม่เป็นที่เป็นทาง เมื่อใช้กระดาษชำระแล้วก็ทิ้งไว้เกลื่อนพื้น เสื้อผ้าที่ใส่แล้วก็วางพาดไปตามที่ต่างๆ แทนที่จะใส่ในตะกร้าซัก บางทีพ่อแม่เป็นคนไม่ตรงต่อเวลา ไปสายเสมอไม่ว่าจะนัดกับใคร เป็นต้น การที่พ่อแม่ขาดวินัยในตนเองทำให้ลูกเติบโตมาอย่างขาดวินัยด้วย เพราะเด็กๆ มักจะเลียนแบบพ่อแม่

อารมณ์ของพ่อแม่

การวิจัยพบว่า พฤติกรรมในเด็กเกี่ยวข้องกับอารมณ์ของพ่อแม่ แม่ที่มีอารมณ์เศร้าและหงุดหงิดง่ายมักจะมีปฏิกิริยาต่อเด็กรุนแรงกว่าที่ควร เมื่อเด็กทำผิด ความหงุดหงิดของแม่และการลงโทษเด็กรุนแรงอาจเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กโกรธ และมีพฤติกรรมก้าวร้าวขึ้นมา

3. ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูก

ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อแม่กับลูกเป็นสิ่งสำคัญยิ่งในการฝึกวินัย หากความสัมพันธ์ระหว่างกันไม่ดี ลูกก็จะต่อต้านกฎระเบียบที่พ่อแม่ตั้งขึ้น ลูกจะมีปฏิกิริยาเมื่อพ่อแม่พยายามสั่งสอนหรือลงโทษเพื่อควบคุมให้เขาอยู่ในวินัยและบ่อยครั้งที่ลูกจะเข้าใจความประสงค์ของพ่อแม่ผิดๆ เช่น คิดว่าที่พ่อแม่ตั้งกฎมาก็เพื่อเป็นเผด็จการ ที่พ่อแม่คอยสอดส่องดูเขาก็เพื่อจับผิด หรือที่พ่อแม่ตีเขาก็เพื่อทำให้เขาเจ็บและเพื่อแก้แค้นที่เขาทำผิด เป็นต้น

หากความสัมพันธ์ของคุณกับลูกเป็นไปด้วยดี ลูกจะยอมรับและนับถือในตัวคุณ เมื่อคุณพูด เขาจะฟัง เมื่อคุณตั้งกฎเขาจะพยายามปฏิบัติตามแม้มันจะยากก็ตามและเมื่อคุณลงโทษ เขาจะไม่โกรธหรือเคียดแค้นคุณ (แม้ว่าเขาอาจมีปฏิกิริยาบ้างในช่วงแรกก็ตาม) ทั้งนี้เพราะเขารู้ว่าคุณปรารถนาดีต่อเขา

ความสัมพันธ์ที่ดี ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องตามใจลูกทุกอย่างเพื่อให้ลูกรักคุณและไม่ให้ลูกโกรธหรือหงุดหงิดใจ แต่หมายถึงการรู้จักลูกว่าลูกเป็นใคร มีอุปนิสัยอย่างไร ชอบอะไร มีความใฝ่ฝันอย่างไร มีจุดเด่นและจุดด้อยตรงไหน คุณจะรู้จักลูกได้ต่อเมื่อคุณใช้เวลากับเขาอย่างมีคุณภาพ ในขณะที่คุณพยายามทำความรู้จักลูกนั้น ลูกก็จะค่อยๆ รู้จักคุณอย่างแท้จริง และอย่างลึกซึ้งด้วย ในกระบวนการรู้จักกันนี้ เขาจะค่อยๆ เลียนแบบคุณโดยไม่รู้ตัว และหากคุณมีวินัย มีคุณลักษณะที่ดีแล้วละก็ เขาย่อมจะซึมซับสิ่งดีๆ จากคุณเข้าไว้ในตัวเขาอย่างแน่นอน

4. กลวิธีในการฝึกวินัย

การฝึกวินัยลูกจำเป็นจะต้องมีกลยุทธ์หรือเทคนิคที่เหมาะสมด้วย หากใช้วิธีการที่ไม่ดี การฝึกก็ย่อมไม่ประสบความสำเร็จ เช่น หากใช้วิธีออกคำสั่งอยู่ร่ำไป ในที่สุดลูกก็จะไม่ยอมฟังเลย หากลงโทษโดยการตีทุกครั้งที่ลูกทำผิด ลูกก็จะกลายเป็นคนด้านไม้เรียวไป หรือหากให้รางวัลลูกทุกครั้งที่ต้องการให้เขาทำอะไร พ่อแม่ก็จะต้องเพิ่มรางวัลมากขึ้นหรือแพงขึ้นเรื่อยๆ หรือไม่ก็ลูกจะเบื่อรางวัลและขาดแรงจูงใจที่จะทำตามคำสั่งในที่สุด

ปัญหาที่มักพบบ่อยๆ ในการฝึกวินัยก็คือ พ่อแม่ไม่มีความสม่ำเสมอทำๆ หยุดๆ หรือเปลี่ยนกฎบ่อยๆ บางคนอาจไม่ได้ตั้งกฎที่แน่นอนเลยก็ได้ ลูกเลยไม่รู้ว่าพ่อแม่ต้องการให้ทำอะไร หรือลูกอาจรู้แต่ไม่คิดว่าพ่อแม่จะจริงจังเขาก็เลยไม่ทำ ดังนั้นหากจะฝึกให้ลูกมีระเบียบวินัย พ่อแม่ก็จะต้องมีวิธีการที่เหมาะสม ทำอย่างจริงจังและเสมอต้นเสมอปลายด้วย

วินัยไม่ดีมีสาเหตุหลายอย่าง

แม่พาต้อวัย 10 ปี มารักษาหมอด้วยเรื่องอารมณ์ร้อน พฤติกรรมก้าวร้าว รุนแรง ไม่รู้จักรอคอยและชอบแกล้งคนอื่น จริงๆ แล้วต้อมีปัญหาอีกมากมายหลายอย่างที่แม่เป็นห่วง เช่น ไม่ค่อยมีเพื่อน เอาแต่ใจตนเอง ควบคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ รวมทั้งมีปัญหาเรื่องระเบียบวินัยมาก นั่นคือ ไม่ชอบให้มีกรอบหรือกฎอะไรเลย ไม่เชื่อฟังพ่อแม่ เวลาเล่นก็ไม่ชอบให้มีกติกา ไม่ยอมเป็นผู้แพ้แม้แต่ครั้งเดียว พอรู้ตัวว่าจะแพ้ก็เลิกเล่นเอาดื้อๆ หรือไม่ก็ชวนทะเลาะ

ต้อเป็นลูกคนเดียว คลอดปกติ สุขภาพแข็งแรงดี แต่เป็นเด็กที่เลี้ยงยากมากในขวบปีแรก ไม่ค่อยยอมดูดนมแม่ จะร้องมากเหมือนไม่ทันใจ กลางวันก็ไม่ยอมนอน กลางคืนก็จะตื่นบ่อย ตกใจง่าย นอนครั้งละ 1-2 ชั่วโมงก็ตื่นแล้ว ทำให้แม่ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อน พอเริ่มโตก็ติดแม่มาก ไม่ยอมให้แม่เข้าห้องน้ำ หรือมีเวลาส่วนตัวเลย ส่วนการฝึกหัดขับถ่ายก็ทำได้ยากมากเช่นกัน

ต้อมีปัญหาในการเข้าสังคมมาตั้งแต่เล็ก เล่นกับเพื่อนไม่เป็น ใจร้อน เอาแต่ใจตนเอง ไม่ค่อยเห็นใจคนอื่น กับพ่อแม่หรือผู้ใหญ่อื่นๆ ต้อจะไม่ค่อยเกรงใจ ไม่เคารพ ไม่เชื่อฟังและไม่มีน้ำใจที่จะช่วยเหลือ ไม่รับผิดชอบงานที่มอบหมายให้ กับครูคนไหนที่ไม่ชอบ ก็จะไม่ยอมทำการบ้านวิชานั้น

ต้อสนิทกับแม่มากกว่า และดูจะไม่ค่อยชอบพ่อเพราะพ่อไม่ค่อยเล่นกับต้อ ทั้งพ่อและแม่มีความเห็นแตกต่างกันมากในการเลี้ยงลูก ทำให้ทะเลาะกันบ่อยๆ และต้อเองก็จะได้ยินเสมอ พ่อมักไม่คิดว่าต้อมีปัญหา พ่อบอกว่า “เด็กผู้ชายก็เป็นแบบนี้แหละ” ฉะนั้นพอแม่ดุลูก พ่อก็จะห้ามและบอกว่า “ปล่อยๆ ไปเถอะ”

วินัยในตัวเด็กนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ในกรณีของต้อ ความไร้วินัยที่เกิดขึ้นนั้นเนื่องมาจาก

ตัวเด็กเอง

- ต้อเป็นเด็กที่มีพื้นอารมณ์แบบที่เรียกว่า เด็กเลี้ยงยาก (difficult child) สังเกตได้ว่า ตั้งแต่เล็กก็นอนยาก กินยาก การฝึกหัดสิ่งต่างๆ เช่นการขับถ่ายก็ทำได้ยากเช่นกัน

- จากการตรวจประเมินพบว่า ต้อเป็นโรคสมาธิบกพร่อง สนใจอะไรไม่ได้นาน อดทนรอคอยไม่ได้ เด็กที่เป็นโรคนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ค่อยเชื่อฟัง และยากต่อการฝึกระเบียบวินัย

พ่อแม่

- แม่เป็นคนที่อารมณ์หงุดหงิดง่าย เวลาต้อทำอะไรไม่ถูกใจนิดหน่อย แม่ก็จะหงุดหงิด เมื่อต้ออยู่ใกล้ชิดแม่มากๆ ก็เลยเลียนแบบการเป็นคนขี้หงุดหงิดไป โดยปริยาย นอกจากนี้การที่แม่หงุดหงิดง่ายทำให้เวลาฝึกวินัยลูก แม่ก็จะขึ้นๆ ลงๆ ตามอารมณ์ เวลาอารมณ์ดี ก็ยอมให้ต้อทำอะไรก็ได้ พออารมณ์ไม่ดีก็จะโมโหและตีลูกแรง

- พ่อเป็นคนเรื่อยๆ ไม่ค่อยสนใจอะไรและไม่ค่อยชอบยุ่งกับเด็ก การที่พ่อไม่ค่อยยุ่งกับต้อทำให้พัฒนาการทางอารมณ์และบุคลิกภาพของต้อเป็นไปอย่างไม่ค่อยสมบูรณ์นัก เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่มีความสัมพันธ์ดีกับพ่อ

วิธีการเลี้ยงดูลูก

- พ่อแม่เลี้ยงลูกแบบตามใจเพราะเป็นลูกคนเดียว ลูกไม่ต้องช่วยเหลือตนเองเลย เพราะมีคนทำให้เสมอ ไม่แม่ทำก็พี่เลี้ยงทำ การตามใจแบบนี้ทำให้ต้ออดทนกับอะไรไม่ค่อยได้ รวมทั้งไม่ค่อยอดทนต่อการฝึกวินัยด้วย

- พ่อแม่ขัดแย้งกันในการเลี้ยงลูก การที่พ่อแม่มีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับพฤติกรรมของลูก ทำให้ลูกสับสนว่าสิ่งที่ตนทำไปนั้นเหมาะหรือไม่ ควรทำต่อหรือควรหยุดทำ ในที่สุดก็จะเลือกทำตามความพอใจของตนเอง

- พ่อแม่ทะเลาะกันบ่อยๆ ครอบครัวที่มีการทะเลาะกันบ่อยๆ เด็กจะอยู่อย่างไม่สงบสุข มีความหงุดหงิดใจ และบางทีอาจมีพฤติกรรมดื้อและต่อต้าน ซึ่งก็เป็นปฏิกิริยาต่อความอึดอัดใจที่เด็กมี

จะเห็นได้ว่าการที่เด็กคนหนึ่งจะมีหรือไม่มีวินัยนั้นเกี่ยวข้องกับปัจจัยหลายอย่าง ดังนั้น การพิจารณาว่าจะฝึกวินัยเด็กอย่างไรจึงต้องคำนึงถึงปัจจัยทุกอย่าง และแก้ไขปัจจัยเหล่านั้นพร้อมกันไปด้วย ไม่ใช่ไปออกคำสั่งให้เด็กเชื่อฟังอย่างเดียว การกระทำแบบนั้นจะทำให้เกิดปัญหามากขึ้น เช่น เด็กอาจต่อต้านมากขึ้น ในกรณีของต้อนั้นต้องแก้หลายจุด ที่ตัวต้อเอง ตัวพ่อแม่ และวิธีการเลี้ยงดู รวมทั้งต้องมีการติดต่อประสานงานกับคุณครู เพื่อช่วยให้การฝึกวินัยของต้อเป็นไปย่างต่อเนื่อง และดำเนินไปในทิศทางเดียวกันทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน.

จบแค่นี้ค่ะ

17 กันยายน 2547

By ศ.พญ.อุมาพร ตรังคสมบัติ

Views, 10375