ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ผีปอบ : รายการศึกษาของผู้เกี่ยวข้อง

ผีปอบ : รายการศึกษาของผู้เกี่ยวข้อง

ผีปอบ: รายการศึกษาของผู้เกี่ยวข้อง

เป็นข่าวทั้งทางหนังสือพิมพ์และรายการข่าวโทรทัศน์เรื่อง ความเชื่อผีปอบ ในจังหวัดสกลนคร หลายท่านคงจำได้ว่าเรื่องความเชื่อลักษณะนี้จะเป็นข่าวเป็นพักๆ กรมสุขภาพจิตในฐานะที่รับผิดชอบดูแลเรื่องสุขภาพจิตกับประชาชน มองว่าเรื่องนี้คงจะเกี่ยวข้องกับภารกิจของกรมส่วนหนึ่ง ได้มีรายงานการศึกษาเรื่องนี้โดยเฉพะของผู้ปฏิบัติงานด้านสุขภาพจิตชุมชน กับความเชื่อเรื่องผีปอบ ซึ่งได้มีการศึกษาไว้ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน คณะ DMH Staff จึงได้รวบรวมงานวิจัยที่ได้ศึกษาเรื่องผีปอบ ดังต่อไปนี้คือ

รายงานแรก เป็นเรื่องที่ได้ศึกษาจากจิตแพทย์โรงพยาบาลศรีธัญญา นพ. สงัน สุวรรณเลิศ ท่านได้ศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2515 ดังนี้คือ

สุขภาพจิตของผีปอบ: ปรากฎการณ์ผีเข้า ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย

โดย นพ. สงัน สุวรรณเลิศ

วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ปีที่ 17 ฉบับที่ 1, มกราคม 2515, หน้า21-24.

ผีปอบเป็นผีที่ชุกชุมอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ผีปอบเกิดขึ้นจากคนเรานี้เอง มันจะซ่อนตัวอยู่ในตัวของคนๆ นั้น ซึ่งเราเรียกว่าเจ้าของผีปอบ มันจะออกจากตัวของคนๆ นั้น แล้วไปเข้าชาวบ้านได้ทุกเวลา กล่าวกันว่าผีปอบไม่มีตัวตน แต่บางคนก้บอกว่ามีรูปร่างเหมือนลิงบ้าง, หมาดำบ้าง เมื่อผีปอบออกจากตัวคนแล้วไปเข้าชาวบ้าน ผู้ที่ถูกผีปอบเข้าจะพูดออกมาหรือแสดงอากับกิริยาออกมาว่า ผีปอบที่มาเข้านั้นใคนเป็นตัวเจ้าของ ตามปกติแล้วคนที่เป็นผีปอบมักจะมีผีปอบเพศเดียวกับตนแฝงอยู่ แต่เวลาไปเข้าคนจะไปเข้าได้ทั้ง 2 เพศ มีอยู่ 3 ทางที่คนจะเป็นผีปอบได้คือ ทางสีบจากบรรพบุรุษ เกิดขึ้นในตัวเอง, มีของศักดิ์สิทธิ์ไว้ในครอบครอง ได้ศึกษาคนที่ถูกผีปอบเข้าทั้งหมด 62 รายใน 2 จังหวัด เป็นประชาชนที่อยู่ตามหมู่บ้าน ผีปอบจะเข้าอยู่ประมาณประเดี๋ยวเดียวถึง 48 ชั่วโมง มีเป็นจำนวนมาก หลังจากที่ผีออกแล้วผู้ที่ถูกผีเข้าจะมีสภาวะเหมือนเดิม ผู้ที่ถูกผีปอบเข้าบ่อยๆ จะมีบุคลิกลักษณะเป็นแบบอุปาทานบุคลิกลักษณะ ในขณะที่ผีเข้าจะมีอาการแบบปรากฎการณ์ดิสโสศิเอติฟว์ การวินิจฉัยโรคคืออาจเป็นโรคอุปาทานชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ได้ศึกษาผู้ป่วยโรคจิตจำนวน 10 ราย ที่มีอาการผีเข้าซึ่งเป็นผีปอบเมื่ออยู่โรงพยาบาลเพียง 1-2 สัปดาห์ อาการดีขึ้น การวินิจฉัยจึงควรจะเป็นโรคอุปาทาน สำหรับตัวผีปอบเองเมื่ออยู่ในชุมชนก็จะถูกขับไล่เรื่อยๆ ไป เพราะชาวบ้านรังเกียจ ที่จะไปเข้าคนอื่นๆ ให้ได้รับความเจ็บป่วย มีหมู่บ้านหนึ่งชื่อหมู่บ้านโทโร่อยู่ในจังหวัดร้อยเอ็ด หมู่บ้านนี้จะรับพวกผีปอบไปรักษาเพื่อไม่ให้เข้าคน และให้อยู่ในหมู่บ้านและทำมาหากินได้ตลอดไป

เรื่องที่สอง เป็นการศึกษาที่จังหวัดขอนแก่น ภาคอิสาน ได้รวบรวมข้อมูลไว้ดังนี้คือ

การศึกษาปรากฎการณ์ความเชื่อเรื่องสุขภาพ กรณีศึกษาเรื่องผีปอบตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น

โดย โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่น

รายงานวิจัยนำเสนอในที่ประชุมวิชาการกรมสุขภาพจิต ครั้งที่ 7 ปี 2544 "ความสุขที่พอเพียง" วันที่ 5-7 กันยายน 2544 . หน้า151

วัตถุประสงค์ของการศึกษาเพื่อตอบคำถามการศึกษา คือ เพื่อศึกษาระบบความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพ และปัจจัยที่มีผลต่อระบบความเชื่อเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชนตำบลบ้านขาม อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ระเบียบวิธีการศึกษา จะเป็นการศึกษาในเชิงคุณภาพที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เชิงลึกจากผู้ให้ข้อมูลคนสำคัญ ซึ่งผลการศึกษาพบว่าปรากฏการณ์ในระบบความเชื่อทางด้านสุขภาพของประชาชนที่ศึกษา มีระบบความเชื่อที่เชื่อมโยงกับความเชื่อดั้งเดิมในชุมชน ที่ได้รับการขัดเกลาทางสังคม (socialization) สืบสานเป็นวัฒนธรรมความเชื่อสืบต่อกันมาเป็นรุ่นๆ ภายในชุมชน โดยมีความเชื่อมโยงประสมประสานกับวัฒนธรรมสังคมภาคอีสาน และเมื่อเกิดเหตุการณ์ทางสุขภาพในชุมชนที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยชุมชนเองเป็นตัวกระตุ้น ภาพที่ออกมาจึงมีความเชื่อมโยงกันในความเชื่อวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สามารถอธิบายเห็นภาพได้ดีกว่า ตามความเข้าใจของประชาชนเอง และปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นถ้าเป็นการมองทางด้านจิตวิทยาที่ส่งผลต่อภาวะสุขภาพจิตภายในชุมชน จะมองปรากฏการณ์นี้เป็นปรากฏการณ์อุปาทานหมู่ (mass hysteria) ที่เป็นผลกระทบจากปัจจัยทางด้านสังคมและเศรษฐกิจที่วิกฤตในปัจจุบันนี้ จากผลการศึกษานี้ทำให้เห็นถึงความเป็นจริงที่ปรากฏขึ้นมีความเชื่อมโยงกับปัจจัยที่หลากหลาย และ ที่สำคัญคือปัจจัยทางด้านสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนที่จะเป็นตัวอธิบายเหตุและผลได้ด้วยตัวของชุมชนเอง ดังนั้นการที่จะเข้าหาชุมชน จำต้องมีมุมมองถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในความเชื่อมโยงกับหลากหลายมุมมอง เพื่อประโยชน์ในการประยุกต์แนวทางแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด

เรื่องที่สาม เป็นยุคปัจจุบันเกิดที่จังหวัดขอนแก่นเช่นกัน ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับการจัดประชุม APEC ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปี แต่ความเชื่อดังกล่าวยังมีอยู่เป็นระยะ รายงานการศึกษานี้ ได้แสดงถึงแนวทางการช่วยเหลือของคณะผู้ปฏิบัติงาน ด้านสุขภาพ จิตชุมชน เมื่อเกิดอุปาทานผีปอบขึ้น

พิธีไล่ผีปอบในช่วงการประชุม APEC : ผลการช่วยเหลือภาวะวิกฤตชุมชน

โดย นางวัชนี หัตถพนม และคณะ โรงพยาบาลจิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์

รายงานวิจัย นำเสนอในการประชุมวิชาการ กระทรวงสาธารณสุข (12-15 สิงหาคม 2546 จังหวัดชลบุรี), หน้า 67.

สืบเนื่องจากพิธีขับไล่ผีปอบ จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 3 มิถุนายน 2546 และทำพิธีในช่วงการประชุม APEC วันสุดท้าย ทีมจิตเวชฉุกเฉินจึงรับดำเนินการช่วยเหลือ เพื่อลดภาวะวิกฤตชุมชน

วัตถุประสงค์

1. สำรวจปัญหา สาเหตุ และวางแผนหาแนวทางแก้ไขปัญหา

2. ศึกษาผลการช่วยเหลือเพื่อลดภาวะวิกฤตในชุมชน ขอบเขตการวิจัย ทำการศึกษาผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ การเกิดข่าวลือเรื่องผีปอบ ณ บ้านกุดกว้าง ตำบลเมืองเก่า และแหล่งสนับสนุนในชุมชน

วิธีดำเนินงาน

1. ได้รับแจ้งจากเครือข่าย ในวันที่ 3 มิถุนายน 2546 ได้ประสานงานจัดทีมลงพื้นที่ เพื่อสังเกตการณ์พิธีขับไล่ผีปอบและวิเคราะห์สถานการณ์เบื้องต้น

2. ประสานงาน สถานีอนามัยเพื่อทราบสาเหตุการตายและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

3. ประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขและผู้นำชุมชน เพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์และหาแหล่งสนับสนุนช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในชุมชน

4. วางแผนการแก้ไขปัญหาร่วมกับพื้นที่

5. แบ่งทีมสุขภาพจิตออกเป็น 3 ทีม ร่วมปฏิบัติงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อลดภาวะวิกฤติชุมชน

     ทีมที่ 1 พบผู้นำชุมชนที่ไม่เชื่อเรื่องนี้ให้ช่วยเป็นแกนนำในการให้ข้อมูลที่เป็นจริง

     ทีมที่ 2 ให้การช่วยเหลือทางจิตใจผู้ถูกกล่าวหา

     ทีมที่ 3 ให้การช่วยเหลือทางจิตใจแก่เด็กนักเรียนที่ถูกผีปอบ เข้าสิง

6. ประเมินผลการช่วเหลือ

สรุปผลการดำเนินงาน

1. จากการสำรวจปัญหาพบว่าข่าวลือเกิดจาก น.ส.ก. (นามสมมติ) มีอาการหมดสติบนหลังคาขณะไปปรับเสาอากาศโทรทัศน์ โดยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับน้าก่อนมีอาการ ญาตินำส่งโรงพยาบาล ทางโรงพยาบาลบอกว่าไม่มีอาการผิดปกติให้กลับบ้าน แต่ น.ส.ก. ยังไม่ดีขึ้น ญาติจึงนำพระมาทำพิธี ผู้ป่วยอาการดีขึ้น โดยก่อนรู้สึกตัวบอกว่ามีปอบชื่อนางไร มาเข้าสิง จึงเกิดข่าวลือและนำเรื่องราวไปผูกกับการตายของคนในหมู่บ้านใน 8 เดือน ที่ผ่านมาซึ่งมีคนตาย 20 คน จึงจัดพิธีไล่ผีปอบขึ้น พระที่ทำพิธีบอกว่าจับปอบได้ 39 ตัว ผลของข่าวลือนี้มีผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบ 2 คน

2. การวิเคราะห์ปัญหา พบว่ามีผู้นำชุมชนทั้งที่เชื่อและไม่เชื่อเรื่องนี้ และมีผู้ใหญ่บ้านเป็นแกนนำการทำพิธี นอกจากนี้ยังเป็นช่วงใกล้เลือกตั้งผู้ใหญ่บ้านคนใหม่ ผู้ใหญ่บ้านจึงนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อสร้างศรัทธาให้แก่คนในชุมชน และหนึ่งในผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นปอบเคยเห็นผู้ใหญ่บ้านตัดไม้ในป่า และกำลังมีคดีขึ้นศาลเรื่องยังไม่แล้วเสร็จ สำหรับผู้ถูกกล่าวหานางไร มีบุคลิกภาพคล้ายทอม พกเครื่องลางของขลังมากมาย และสักลายตามตัว และคิดว่าตนเองเป็๋นร่างทรงของกุมารทอง จึงทำให้ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นปอบ

3. ผลการช่วยเหลือได้ลดวิกฤตชุมชนด้านข่าวลือ โดยให้ข้อมูลการตายที่แท้จริงแก่ประชาชนในหมู่บ้าน โดยอาศัยผู้นำชุมชนที่ไม่เชื่อในเรื่องนี้ ได้แก่ เจ้าอาวาสวัด อาจารย์ในโรงเรียน ประธานชมรม เจ้าหน้าที่สาธารณสุข โดยใน 8 เดือน ตาย 20 คน เป็นโรคทางกาย 16 คน ผูกคอตาย 1 คน ไม่ทราบสาเหตุ 3 คน ให้ การช่วยเหลือทางด้านจิตใจผู้ถูกกล่าวหาโดยการให้การปรึกษา สำหรับ น.ส.ก. ได้ให้การปรึกษาพบว่ามีปัญหาครอบครัวยากจน มีหนี้สินและแม่ไม่ต้องการให้เรียนต่อ ได้ประสานงานกับอาจารย์ในโรงเรียนให้ทราบเรื่องนี้ และพิจารณาให้การช่วยเหลือ ภายหลังเกิดเหตุการณ์ 1 สัปดาห์เหตุการณ์ทั่วไปสงบลง ข้อเสนอแนะ การลดวิกฤตชุมชนครั้งนี้ สามารถดำเนินงานได้อย่างรวดเร็ว เนื่องจากอาศัยศักยภาพของแกนนำในชุมชนช่วยเหลือแก้ไขปัญหา

รายงานการศึกษาทั้งสามเรื่องที่คณะ DMH Staff นำเสนอในบทความนี้เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาสำหรับผู้สนใจ ทั้งในแง่ความรู้กับผู้สนใจ และแนวทางการปฏิบัติของผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบด้านสาธารณสุขได้ศึกษา

ทางคณะ DMH Staff ขอขอบคุณท่านเจ้าของผลงานที่ได้รวบรวมและบันทึกไว้ให้พวกเราได้ศึกษา

23 กันยายน 2547

By กรมสุขภาพจิต

Views, 8302