ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ร่างทรงสติแตก-สั่งเชือดลูก!..โรคจิตทางทฤษฎี

ร่างทรงสติแตก-สั่งเชือดลูก!..โรคจิตทางทฤษฎี

**********************************

ข่าวเด่นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของประชาชนทั่วไปในขณะนี้

ร่างทรงสติแตก-สั่งเชือดลูก! 5/10/2547

"แม่เพี้ยนหลังเข้าทรงกับพี่สาว-น้องสาว เชื่อว่าลูกสาววัย 12 ปี นำความชั่วร้ายมาให้ มอบหมายน้าสาวแท้ๆ ของเหยื่อนำมีดอีโต้เชือดคอ ดับสยอง จากนั้นทำพิธีส่งวิญญาณตัดเส้นผมของผู้ตายไปแช่น้ำ นำเสื้อผ้า-ที่นอนเผาทิ้ง ตำรวจลากคอแม่อุบาทว์มาสอบให้การเหมือนคนเสียสติว่าสื่อสารกับเทวดาได้"


ข้อมูลข่าวจาก http://www.komchadluek.net/


 

แม่คลั่งลัทธิปาดคอลูก "ยาย-ป้า-น้า"ร่วมสวดอ้างเพื่อบูชายัญ พระอินทร์มารับ!

"ลัทธิสยอง! แม่-ยาย-ป้า-น้า ใช้มีดปังตอฆ่าโหดปาดคอ ด.ญ.อายุ 12 ปี ลูกและหลานสาวตัวเอง เพื่อบูชายัญ นั่งล้อมวงสวดส่งวิญญาณ เชื่อจะมีพระอินทร์มารับ"


ข้อมูลข่าวจาก http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php


 

เป็นข่าวที่ประชาชนรวมทั้งสื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์รายวันและข่าวทางทีวีให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง คงมีคำถามหลายคำถามพอสมควรว่าพฤติกรรมดังกล่าวนั้นเป็นโรคจิตหรือไม่นั้น

ซึ่งการที่แพทย์จะวินิจฉัยว่าบุคคลใดก็ตามป่วยเป็นโรคทางจิตเวชหรือไม่จะมีขั้นตอนการสัมภาษณ์ทางจิตเวช และการตรวจสภาพจิตโดยอาศัยเครื่องมือการตรวจทางจิตวิทยาที่เรียกว่า “การทดสอบทางจิตวิทยา (Psychological test) โดยจะเห็นได้ว่าจะมีกระบวนการตรวจหลายขั้นตอน และยิ่งที่เกี่ยวข้องกับคดีหรืออยู่ในความสนใจอย่างมากแล้ว กาตรวจจะต้องผ่านกลุ่มคณะบุคคลสหวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญทางจิตเวช เพื่อการวินิจฉัยอย่างรอบคอบ

ในขั้นต้นนี้คณะ DMH Staff จึงขอนำเสนอทฤษฎีเรื่องโรคทางจิตเวช ซึ่งเขียนโดยจิตแพทย์ชื่อดัง รศ. นพ.มาโนช หล่อตระกูล แห่งคณะแพทย์ศาสตร์ รามาธิบดี มาเพื่อเป็นข้อมูลแก่ท่านที่สนใจได้ศึกษา ดังนี้คือ


โรคจิต คืออะไร

บ้านเรายังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องโรคจิตอยู่ไม่น้อย ตัวอย่างเช่น ในภาพยนต์โทรทัศน์ตัวแสดงที่รับบทเป็นโรคจิต ก็แสดงโดยมีลักษณะงุนงง สับสน เดี๋ยวก็จำญาติได้เดี๋ยวก็จำไม่ได้ หรือบางครั้งก็ทำท่าทางเซ่อๆ ซ่าๆ หรือญาติของผู้ที่เป็นโรคจิตบางครั้งก็มาปรึกษาว่าไม่คิดว่าเขาจะเป็นโรคจิต น่าจะแค่มีปัญหาแล้วคิดมากเท่านั้น เพราะยังพูดจากันรู้เรื่องดี ใช้ให้ทำอะไรก็ทำได้ เพียงแต่ดูเงียบลงเท่านั้น

ตามจริงแล้วโรคจิตมีด้วยกันหลายชนิด แต่ละชนิดก็มีลักษณะอาการแตกต่างกันออกไปบ้าง อย่างไรก็ตาม จะต้องมีบางอาการดังต่อไปนี้จึงจะถือว่าเป็นโรคจิต

1. อาการหลงผิด

2. อาการประสาทหลอน

3. พฤติกรรมผิดไปจากเดิมอย่างมาก



1. อาการหลงผิด

อาการหลงผิดคือการปักใจเชื่อในบางสิ่งบางอย่างอย่างฝังแน่น ไม่ว่าจะมีใครมาชี้แจงหรือมีหลักฐานคัดค้านที่เห็นชัดว่าสิ่งที่เขาเชื่อนั้นผิด เขาก็ยังฝังใจเชื่อเช่นนั้น

อาการหลงผิดที่ว่านั้นจะมีหลายอย่างเช่น หลงผิดคิดว่าตนเองเป็นผู้วิเศษ เป็นเทพเจ้า เป็นเทวดา เป็นพระเจ้า เป็นต้น โดยเขาเหล่านั้นจะมีความเชื่อว่าเรื่องที่เขาคิดนั้นเป็นเรื่องจริง และไม่รู้ตนเอง ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของผู้ที่ป่วยเป็นโรคจิตซึ่งเรื่องนี้ญาติหรือคนใกล้ชิดจะเป็นผู้ที่ประเมินและพาคนเหล่านั้นมาพบแพทย์

อาการหลงผิดนี้บางครั้งก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีเหตุการหรือสถานการณ์ชวนให้เกิดมาก่อน เช่น นาย ก เกิดความหวาดระแวงว่าหัวหน้างานต้องการกลั่นแกล้งตนเอง ต้องการให้ตนเองเครียดจนเป็นบ้า ทั้งที่เดิมเขากับหัวหน้างานก็ไม่มีเรื่องอะไรกัน แต่ส่วนใหญ่แล้ว ก่อนเกิดความหลงผิดมักมีเหตุนำมาก่อน เช่น หลังจากมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเพื่อนบ้านในช่วงเดือนที่ผ่านมา นาย ข มีความเครียดมาก กังวลใจว่าจะตกลงกันไม่ได้ เวลาผ่านไปแทนที่ความกังวลนี้จะลดลง กลับยิ่งเป็นมากขึ้น เกิดความคิดขึ้นมาว่า เพื่อนบ้านคนนั้นจะจ้างคนมาลอบทำร้าย เห็นคนเดินผ่านหน้าบ้านก็คิดว่าเขาพยายามดูว่านาย ข ทำอะไร จนไม่กล้าออกไปไหน ญาติพี่น้องเห็นชัดว่า ความกังวล ความกลัวของนาย ข นี้ มีมากเกินเหตุ พยายามชี้แจงว่าเรื่องที่ทะเลาะกันนั้นเป็นเรื่องเล็กน้อยทำความเข้าใจกันได้แล้ว นาย ข ก็ยังไม่เชื่อ หรือแม้แต่จะให้เพื่อนบ้านคนนั้นมาบอกว่าไม่คิดอะไรแล้ว นาย ข ก็ยังไม่เชื่อ คิดว่าเพื่อนบ้านแกล้งมาหลอกให้ตายใจ จะได้ลอบทำร้ายตอนเผลอ

ความหลงผิดนี้มีได้แทบทุกเรื่อง บางเรื่องอาจฟังดูพิลึกพิลั่น เป็นไปไม่ได้ เช่น เชื่อว่ามีคลื่นไฟฟ้าส่งมาจากคนบางคนเพื่อทำร้ายให้ตนเองป่วย เชื่อว่าตนเองท้องได้หลายเดือนทั้งๆ ที่ท้องไม่โตกว่าปกติ บางเรื่องเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งหากเป็นคนที่ไม่รู้จักกันมาก่อนอาจไม่ทราบว่ามีอาการหลงผิด



2. อาการประสาทหลอน

คำว่าประสาทหลอนคือเกิดการรับรู้สิ่งต่างๆ ทั้งที่ตามจริงแล้วไม่มีสิ่งที่รับรู้นั้นเกิดขึ้น เกิดขึ้นได้กับการรับรู้ทั้งในด้าน รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ตัวอย่างเช่น หูแว่ว ภาพหลอน หรือรู้สึกว่ามีอะไรมาชอนไชตามผิวหนัง สิ่งที่เกิดขึ้นนี้อาจเป็นสิ่งในชีวิตประจำวัน เช่น เห็นคนที่คุ้นเคยมาพูดด้วย หรือได้ยินแต่เสียง หรืออาจเป็นภาพแปลกๆ เห็นเทพ เห็นองค์ต่างๆ ก็ได้



3. พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก

มีพฤติกรรมที่ไม่ว่าใครเห็นก็คิดว่าผิดปกติ เช่น ร้องตะโกนโวยวายวิ่งไปตามถนน วุ่นวายตลอดไม่หยุด หรืออาจเป็นแบบอยู่นิ่งเฉย ไม่ทำอะไร หรือมีท่าทางแปลกๆ

ส่วนใหญ่แล้วผู้ที่เป็นโรคจิตจะไม่ทราบว่าตนเองผิดปกติไป เขาจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ไม่เคยคิดสงสัยว่าไม่น่าจะเป็นไปได้หรือสิ่งที่เกิดขึ้นไม่สมเหตุสมผล ดังที่คนอื่นเห็นๆ กัน นอกจากในผู้ที่หมั่นสังเกตตนเอง พอมีความรู้ด้านนี้บ้าง ในช่วงเริ่มเป็นอาจพอทราบว่ามีสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นกับตนเอง หรือสิ่งที่ตนเองพบอาจไม่เป็นจริง รู้สึกสองจิตสองใจ บุคคลเหล่านี้จะพยายามปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้น พยายามวางตัวให้เป็นไปตามปกติ เพราะเกรงว่าคนอื่นจะเห็นว่าตัวเองผิดปกติไป แต่เมื่ออาการเป็นมากขึ้น ความเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ หรือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขานั้นมีบ่อยขึ้น จนความสามารถในการตัดสินว่าอะไรจริงอะไรไม่จริงเสียไป การควบคุมตนเองลดลง พฤติกรรมในระยะนี้ก็จะแสดงออกมาให้ผู้อื่นเห็นชัดว่าผิดปกติไป


ดังได้กล่าวมาแล้วว่าโรคจิตนั้นมีหลายชนิด แต่ละชนิดจะมีอาการในแต่ละข้อแตกต่างกันไป ความรวดเร็วในการเกิดอาการ ก็แตกต่างกัน และแม้แต่ในโรคเดียวกัน เช่นโรคจิตเภท ลักษณะอาการของแต่ละคนก็ไม่ได้เหมือนกันไปหมด *

จะเห็นได้ว่าคำว่า "โรคจิต"” นั้นเป็นเพียงชื่อเรียกกว้างๆ ของผู้ที่มีอาการดังกล่าวเท่านั้น หากต้องการทราบต่อไปว่าต้องใช้ยารักษาไหม จะหายหรือไม่ จะเป็นเรื้อรังหรือเปล่า ก็จะต้องมาดูกันต่อให้ละเอียดลงไปอีกว่าเขาเป็นโรคจิตชนิดไหน

โรคจิตนั้นแบ่งออกเป็นหลายชนิดมาก แต่แต่ละชนิดยังอาจแบ่งออกเป็นกลุ่มอาการย่อยๆ ลงไปอีก อย่างไรก็ตามพอจะจัดเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ได้ 6 กลุ่ม ตามตารางที่ 1


ตารางที่ 1 แสดงกลุ่มโรคจิต

1. โรคจิตเภท

2. โรคจิตหลงผิด

3. โรคจิตที่เกิดจากโรคอารมณ์แปรปรวน

4. โรคจิตชนิดเฉียบพลัน

5. โรคจิตที่เกิดจากโรคทางร่างกาย

6. โรคจิตที่เกิดจากสารต่างๆ หรือยา


โรคจิตที่เกิดจากโรคทางร่างกายหรือสารต่างๆ นั้น ส่วนใหญ่แล้วเมื่อรักษาโรคทางร่างกาย หรือหยุดการใช้สารหรือยาต่างๆ แล้วอาการก็จะหายหรือดีขึ้น โรคจิตเภทและโรคจิตหลงผิดนั้นจะค่อนข้างเรื้อรัง ส่วนโรคจิตที่เกิดจากโรคอารมณ์แปรปรวน และโรคจิตชนิดเฉียบพลันมักเป็นไม่นาน

********************************************************************


อย่างไรก็ดี หากประชาชนหรือญาติผู้ใกล้ชิดท่านใดต้องการประเมินบุคคลในเบื้องต้นว่าจะเป็นโรคจิตหรือไม่ กรมสุขภาพจิตก็มี แบบคัดกรองโรคจิต (Psychotic Screening Test) เพื่อสำหรับใช้ประเมินโรคจิตในเบื้องต้น ติดต่อได้กรมสุขภาพจิต และทางเวปป์ไซด์นี้ค่ะ

แต่โปรดอย่าลืมว่าจะใช้แบบคัดกรองนี้คงต้องประเมินญาติหรือผู้ใกล้ชิดเท่านั้นนะคะ ถ้าท่านเอาไปประเมินเพื่อบอกว่าผู้ถูกประเมินเป็นโรคจิตละก็ อาจจะปัญหาภายหลังได้ค่ะ

** Download เอกสารแบบคัดกรองโรคจิต คลิ๊กที่นี่ค่ะ =>> (PDF ไฟล์) และ (Zip ไฟล์)


เอกสารอ้างอิงข้อมูลเรื่องโรคจิต: โดย นพ.มาโนช หล่อตระกูล คณะแพทย์ศาสตร์รามาธิบดี

แหล่งข้อมูล www.ramamental.com

Posted by DMH Staff.

5 October 2547

By กรมสุขภาพจิต

Views, 7387