ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ปัญหาสุขภาพจิต...กับคนดังระดับโลก

ปัญหาสุขภาพจิต...กับคนดังระดับโลก

โดย คณะ DMH Staff กรมสุขภาพจิต

โรคเครียด หรือโรคจิตโรคประสาท รวมทั้งโรคซึมเศร้ากลายเป็นโรคที่รู้จักกันมากขึ้นในสังคมปัจจุบันนี้

ทั้งนี้เป็นเพราะบุคคลผู้มีชื่อเสียงระดับผู้นำประเทศ เช่น ในอดีตนั้น จักรพรรดินีมิชิโกะ แห่งประเทศญี่ปุ่นก็ยังตกเป็นเหยื่อของโรคเครียด มีอารมณ์ซึมเศร้า ถึงกับไม่พูดไม่จาเป็นเวลานานๆ เนื่องจากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อมวลชน จนตกเป็นข่าวไปทั่วโลก

เมื่อเร็วๆนี้ ก็มีข่าวดังทางหน้าสื่อมวลชนอีกเช่นกัน ก็เป็นเรื่องจากประเทศญี่ปุ่น ไม่ใช่จักรพรรดินี แต่คราวนี้เป็นเจ้าหญิงมาซาโกะ โดยข่าวจากหนังสือพิมพ์คมชัดลึก ฉบับวันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม 2547 บอกว่า

"สำนักพระราชวังอิมพีเรียลของญี่ปุ่นออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ที่ 30 ก.ค. ปี 2004 นี้เอง ว่าแพทย์หลวงได้ตั้งชื่อพระโรคลึกลับที่เล่นงานเจ้าหญิงมาซาโกะ พระชายาในสมเด็จเจ้าฟ้าชายนารุฮิโตะ มกุฎราชกุมารแห่งแดนซากุระแล้ว่า ทรงเป็นโรคเครียดจากการปรับพระองค์ให้เข้ากับชีวิตในพระราชสำนัก ตลอดจนเรื่องที่ทรงตั้งครรภ์และแท้งในปี 2542 รวมถึงเรื่องที่ทรงไม่สามารถแยกราชภารกิจออกจากชีวิตส่วนพระองค์ได้

การวินิจฉัยโรคครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่เจ้าชายนารุฮิโตะทรงออกโรงปกป้องพระชายาเมื่อ 2 เดือนก่อน ว่าชีวิตในวังได้สร้างแรงกดดันมหาศาลต่อเจ้าหญิงมาซาโกะ พระชนมายุ 40 พรรษา ผู้ซึ่งไม่ทรงปรากฏพระองค์ต่อหน้าสาธารณชน และปฏิบัติราชภารกิจมาตั้งแต่เดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว พร้อมทั้งตำหนิข้าราชบริพารในวังว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้สุขภาพของเจ้าหญิงอ่อนแอลง

สำนักพระราชวังแถลงว่าเจ้าหญิงมาซาโกะทรงเข้ารับการบำบัดเพื่อรักษาพระอาการเครียดจากการปรับพระองค์แล้ว แต่ยังทรงกลัดกลุ้ม และยังทรงหดหู่อยู่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหญิงทรงมีพระอาการดีขึ้นแล้ว และทรงเริ่มเล่นเทนนิสได้เป็นครั้งคราว กระนั้นก็ตาม แพทย์ประจำพระองค์เตือนว่าจะต้องใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัว

มีรายงานว่าแรงกดดันอย่างหนึ่งที่ทำให้เจ้าหญิงมาซาโกะทรงเครียดหนักคือการที่ไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสเพื่อสืบราชบัลลังก์ดอกเบญจมาศต่อไปได้ แม้จะทรงให้กำเนิดพระธิดา เจ้าหญิงไอโกะ ในเดือน ธ.ค. 2544 หลังจากทรงอภิเษกสมรสมากว่า 8 ปี "

http://www.komchadluek.net/news/2004/07-31/for-14020551.html

วันเสาร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2547

ในสังคมยุคโลกาภิวัฒน์นี้ ดูเหมือนว่าใครที่จะไม่รู้สึกเคร่งเครียด ไม่กังวลจะเป็นคนที่โชคดีมีบุญอย่างยิ่ง

การพบ พูดคุย หรือรักษากับจิตแพทย์ กลายเป็นเรื่องที่ยอมรับกันมากขึ้นในสังคมไทย แต่เป็นแฟชั่นที่ปฏิบัติกันทั่วไปในหมู่ดาราฮอลลีวูด คือดาราฮอลลีวูดคนไหนยังไม่มีจิตแพทย์ประจำตัว ถือว่ายังไม่ใช่ดาราใหญ่ของฮอลลีวูด เช่นเมื่อเร็วๆนี้ก็ดาราฮอลีวูด ลินดา อีแวนส์ เปิดเผยตนเองทางสื่อมวลชนว่าเธอป่วยเป็นโรคอารมณ์สองขั้นหรือ BP กว่า 20 ปี

จากผลการวิจัยและวิทยานิพนธ์หลายๆ เรื่องในสังคมไทย บ่งชี้ว่าประชาชนคนไทยทั่วๆ ไป โดยเฉพาะกลุ่มหนุ่มสาว และวัยรุ่นมีภาวะอารมณ์เครียด หรือภาวะซึมเศร้าค่อนข้างสูงอย่างน่าเป็นห่วง

คืออยู่ระหว่าง ร้อยละ 20 ถึง 50 จึงพบเห็นข่าวคนคลุ้มคลั่ง อาละวาดทุบตีทารุณกรรมระหว่างสามีภรรยาหรือลูกเล็กๆ ตลอดจนข่าวคนฆ่าตัวตายในหน้าหนังสือพิมพ์กันอยู่เนืองๆ เช่น ข่าวมื่อเร็วๆนี้ก็คือข่าวแม่และป้า น้า ยาย ฆ่าเด็กซึ่งเป็นลูกและหลานที่ จ.ราชบุรี

ลักษณะอย่างไรจึงจะถือว่าสุขภาพจิตไม่ดี เจ็บป่วยทางจิตประสาท?

การจะตัดสินใจว่าใครมีสุขภาพจิตไม่ดี มีความเจ็บป่วยทางจิตใจ หรือเรียกแบบชาวบ้านว่า ป่วยเป็นโรคจิตโรคประสาท เราดูกว้าง ๆ 3 ข้อ (3 Ds) ดังนี้

    1. รู้สึกทุกข์ทรมานใจ (Distress)

    2. กระทบกระเทือนหรือรบกวนผู้อื่น (Disturb)

    3. มีผลกระทบ สร้างความเสียหายหรือพิกลพิการ (Disability)

มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. รู้สึกทุกข์ทรมานใจ (Distress) คือเจ้าตัวรู้สึกกลุ้มอกกลุ้มใจ ไม่มีความสุข คิดมาก คิดฟุ้งซ่าน ไม่สบายใจ เป็นที่รบกวนจิตใจอย่างมาก บางคนมีอาการแสดงออกทางร่างกายโดยมีสาเหตุจากจิตใจ เป็นต้น

ถือว่ามีความเจ็บป่วยทางจิตเมื่ออาการต่างๆ เหล่านี้เป็นอยู่บ่อยครั้ง จริงจัง (intensity) และคงอยู่นาน (persistent) ผู้ป่วยจะรู้สึกทุกข์ทรมานไม่หายสักที มิใช่เป็นแค่ประเดี๋ยวประด๋าว และทรมานจิตใจอย่างมาก คนที่เป็นมักจะรู้ตนเอง (insight) ว่ามีสุขภาพจิตไม่ใคร่ดี มีความผิดปกติของจิตใจ แต่บังคับจิตใจให้หยุดคิด หยุดกลัว หยุดกังวลไม่ได้ หลายๆ คนก็อยากหาที่ปรับทุกข์ ปรึกษาหรือรักษา แต่หลายๆ คนก็ไม่กล้าหรือไม่ไว้วางใจใครที่พอจะพูดคุยด้วยได้ ในสังคมแบบไทยๆ ผู้คนก็มักจะหันไปพึ่งพระพึ่งวัด นั่งสมาธิ ทำบุญทำทาน หรือไปปรึกษา ปรับทุกข์กับหมอดู หรือคนทรงเจ้า ซึ่งก็อาจช่วยได้ในระดับหนึ่ง

ความไม่สบายใจนี้ ถ้าเป็นไม่มากนัก อาการอาจไม่เป็นที่สังเกตแก่คนอื่น ถ้าเป็นมาก คนอื่นซึ่งได้แก่ ครอบครัว ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนฝูง อาจสังเกตเห็นความผิดปกติได้ ว่าเขามีอาการวิตกกังวล เคร่งเครียด ซึมเศร้า สีหน้าหมองคล้ำ

ความผิดปกติที่มีอาการรบกวนจิตใจตนเองนี้มักเป็น กลุ่มโรคประสาท (neurosis) ซึ่งได้แก่ โรคประสาทวิตกกังวล หวั่นกลัว ประสาทเครียด ขวัญผวา ภายหลังเหตุการณ์สะเทือนใจรุนแรง ย้ำคิดย้ำทำ บางคนมีอาการตื่นตระหนก (panic) จนแทบจะควบคุมสติไม่อยู่ กลัวว่าตนเองจะเป็นบ้า หรือโรคประสาทที่มีอาการทางกายโยมีสาเหตุจากจิตใจ ได้แก่ โรคซึมเศร้ามีอารมณ์หดหู่ ท้อแท้ หมดอาลัยตายอยาก เป็นต้น ชาวบ้านหรือญาติโยมมักไม่เข้าใจ และมองคนไข้ประเภทนี้ว่าเป็นโรคประสาทอ่อน หัวใจอ่อน มีจิตใจเปราะบางอ่อนแอหรือแกล้งทำอ่อนแอ ไม่อดทน ร้ายไปกว่านั้น อาจจะคิดว่าแกล้งป่วย เรียกร้องความสนใจให้เป็นที่น่าหมั่นไส้ น่ารำคาญ และน่ารังเกียจ ครอบครัว ญาติพี่น้อง อาจพูดถากถางหรือเย้าแหย่ว่า เป็นบ้าไปแล้ว ทำให้เจ้าตัวยิ่งไม่สบายใจ คิดมากขึ้นไปอีก เพราะส่วนใหญ่คนกลุ่มนี้ ก็มีนิสัยคิดมากและใจน้อยอยู่แล้ว บางคนคิดแต่ว่าตัวเองเจ็บป่วยด้วยโรคทางกาย ไม่ยอมรับว่ามีความเครียดความกังวล ไปตระเวนพบหมอเฉพาะทางหลายๆ สาขา เพื่อขอตรวจด้วยเครื่องไม้เครื่องมือราคาแพงจะพิสูจน์ให้ได้ว่าตัวเองเป็นโรคหัวใจบ้าง โรคกระเพาะบ้าง โรคลำไส้อักเสบบ้าง ทำให้เสียเงินทองเป็นค่าตรวจค่ารักษากันมากมาย แต่อาการมักจะไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร คุณภาพชีวิตของทั้งตัวเองและครอบครัวก็ย่ำแย่เสื่อมเสียหายไปด้วย

ใครไม่เคยเป็นหรือญาติพี่น้องไม่เคยป่วย อธิบายอย่างไรก็ไม่รู้ซึ้งดังตัวอย่างจากบทความในนิตยสารรักลูก ฉบับที่ 148 เรื่อง คุณยายทำลายครอบครัวของฉันว่า "ตาของฉันตายเมื่อฉันอายุได้ 11 ปี ยายแสดงให้เห็นว่าหมดอาลัยตายอยาก ยายจึงมาอยู่กับเรา ตอนนั้นยายอายุ 63 ปี ตลอดเวลาที่ยายมาอยู่กับเรา ยายแสดงบทบาทแม่หม้ายผู้น่าสงสารและน่าเห็นใจ ทำให้เราขาดความสุขสดชื่นรื่นเริงไปเลย ยายเศร้าซึมเสียอกเสียใจตลอดเวลา บางครั้งก็ทำเหมือนควบคุมสติไม่ได้ และโรคหัวใจกำเริบ ขู่ว่าจะฆ่าตัวตายบ้างละ พวกเราอยู่ในสภาวะที่ตึงเครียดตลอดเวลา ท่านอยู่กับเราสี่ปี พ่อแม่ของฉันก็หย่ากัน"

2. พฤติกรรมหรือความเจ็บป่วยส่งผลกระทบกระเทือนหรือรบกวนผู้อื่น ในกรณีนี้ เจ้าตัวมักจะไม่รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจ ไม่คิดว่าตัวเองมีปัญหา หรือเจ็บป่วยอะไร ไม่รับรู้ว่าตัวเองมีพฤติกรรม ความประพฤติเปลี่ยนแปลงไป จนก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นหรือสังคม หรือรู้ตัวแต่ควบคุมพฤติกรรมของตนเองไม่ได้ สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้คนรอบข้าง

ตัวอย่างเช่น คนที่เคยมีนิสัยเรียบร้อย พูดจาสุภาพอ่อนหวาน กลายเป็นคนอารมณ์ร้อน ฉุนเฉียว เอาแต่ใจตัวเอง ชอบทำอะไรเว่อๆ แผลงๆ เช่น จุ้นจ้านไม่เกรงใจใคร บางคนเปิดทีวีหรือเพลงเสียงดังรบกวนเพื่อนบ้าน บางคนกลายเป็นคนพูดจาหยาบคาย ด่าทอแม้กระทั่งบุพการี จนกระทั่งบางท่านทนไม่ได้ถึงกับคิดตัดขาดความเป็นพ่อแม่ลูกกัน และจะไล่ออกจากบ้าน เพราะ “เดือดร้อน จะเป็นบ้ากันทั้งบ้าน” หรือ “ลูกคนเดียวฉันตัดได้ ยังมีลูกคนอื่นอีกที่จะต้องดูแล” บางรายมีอาการระแวง คิดว่าเพื่อนบ้านกลั่นแกล้ง คอยจับผิด อาละวาด ด่าทอเพื่อนบ้าน จนถึงกับมีเรื่องฟ้องร้องเป็นคดีความกัน ให้รกโรงศาลกันไปเปล่าๆ บางคนเป็นโรคคลั่งดาราขนาดหนัก คลั่งหรือ หลงเสน่ห์ (erotomania) คนเด่นคนดัง มีหน้ามีตาในสังคม ถึงกับคอยติดตาม ตามตื้อตามพบ ให้เป็นที่น่ารำคาญและน่ากลัวว่าจะทำร้ายเอาด้วยความลุ่มหลง หลายๆ รายก่อเรื่องจนเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ว่าอาละวาดคลุ้มคลั่งเมาแล้วซ่า เมาสติแตกฯ คือไปโทษว่าเป็นการเมาสุรา เมายาบ้า ที่จริงแล้วอาจเป็นอาการของโรคจิตโรคประสาทกำเริบแล้วหันไปพึ่งยากล่อมประสาทชนิดต่างๆ ด้วยความคึก อย่างขาดสติ ซึ่งทำให้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง วุ่นวายเด่นชัดและรุนแรงยิ่งขึ้น ในต่างประเทศคนพวกนี้จะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับส่งโรงพยาบาล เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยจากจิตแพทย์ แต่ในเมืองไทยเรา บุคคลเหล่านี้อาจจะถูกจับซ้อม ถูกอบรม หรือส่งเข้าคุมขังเพื่อดัดสันดาน โดยไม่ได้แก้ไขหรือรักษาสาเหตุที่แท้จริง

คนกลุ่มนี้มักถูกจัดอยู่ในประเภทโรควิกลจริต (psychoses) คือมีอาการประสาทหลอน (ที่พบได้บ่อยๆ คือ ชนิดหูแว่ว) หรือ มีความคิดหลงเชื่อผิดๆ เช่น หลงผิดคิดระแวงว่ามีคนกลั่นแกล้ง คิดร้าย เป็นความคิดหลงผิดที่พบบ่อยที่สุด หลงผิดคิดว่าตัวเองมีอิทธิฤทธิเป็นใหญ่เป็นโต เป็นศาสดา เจ้าฟ้า เจ้าหญิง คนมีชื่อเสียง เป็นต้น คนไข้ผู้หญิงไทยสาวสวยรายหนึ่ง ถึงกับเขียนจดหมายถึงเจ้าชายแอนดรูแห่งอังกฤษ ด้วยความหลงผิดว่าเป็นเจ้าสาวของเจ้าชาย หรือคิดระแวงว่าสามีหรือภรรยาของตัวเองนอกใจ คบชู้สู่ชาย ทำให้มีความหึงหวงสุดขีด สร้างปัญหาและเป็นอันตรายต่อชีวิตสมาชิกครอบครัวอย่างยิ่ง ลูกเมียแทบจะหาความสงบไม่ได้ หลายรายถึงกับทะเลาะ ทุบตี หรือฆ่าแกงกัน ดังเป็นข่าวปรากฎในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เนืองๆ

ยังมีความคิดหลงผิดๆ อื่นๆ อีกมากมายหลายรูปแบบ ที่อันตรายก็คือ คนไข้ประเภทนี้มักไม่ตระหนักถึงความเจ็บป่วยของตัวเอง ไม่รับรู้ว่าตัวเองป่วย ทำให้ไม่ยอมรับการตรวจวินิจฉัยหรือรักษา สร้างความรบกวนและเดือดร้อนให้กับครอบครัว หรือเพื่อนร่วมงานได้มากๆ ความผิดปกติกลุ่มนี้ได้แก่ โรคจิตประเภทต่างๆ เช่น โรคจิตเภท (Schizophrenia) หรือโรคจิตชนิดหลงผิด (Delusion disorders) ที่มีอยู่หลายประเภทที่มีอยู่ในกลุ่มโรคจิตแต่ชอบก่อความเดือดร้อน วุ่นวายให้กับครอบครัว ญาติพี่น้อง คือ กลุ่มบุคลิกภาพเบี่ยงเบนหรือบกพร่อง พวกนี้จะมีนิสัยที่เป็นแบบแผน (หรือสันดาน) ที่ปฎิบัติมานานจนเป็นเรื่องธรรมดาของเจ้าตัวๆ ไม่รู้สึกเดือดร้อน แต่คนรอบข้างต่างหากที่รับเคราะห์ จำเป็นต้องทนอยู่ร่วม อย่างอึดอัด และไม่มีความสุข เผลอๆ ก็ป่วยประสาทเครียดตามไปด้วยเสียเอง

3. มีผลกระทบกระเทือนสร้างความเสียหายต่อตนเองในด้านต่างๆ

ข้อนี้สำคัญมาก เพราะเป็นกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่า มีปัญหาสุขภาพจิตหรือไม่ หลังจากมีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งในสองข้อแรกแล้ว ถือว่ามีการเจ็บป่วยทางจิตใจหรือสุขภาพจิตไม่ดี ถ้ามีผลกระทบกระเทือนต่อคุณภาพชีวิต มีผลเสียหายต่อประสิทธิภาพในด้านต่างๆ เช่น ผลการเรียนตก ทำงานไม่ได้ เข้าสังคมไม่ได้ เป็นต้น

ตัวอย่าง เช่น คนเคยมีนิสัยร่าเริง ช่างพูดช่างคุย กระตือรือร้น กลายเป็นหวาดกลัว ไม่กล้าพูดคุยหรือพบหน้าผู้คน เพราะกลัวถูกดูถูก รังเกียจ และไม่ยอมออกจากบ้าน ถ้ายังเป็นนักเขียน ก็ไม่ยอมไปเรียน ไม่ยอมไปมหาวิทยาลัย บางคนคิดท้อแท้ถึงกับไม่ยอมอยากเรียนต่อ คิดลาออก จะเลิกเรียนกลางคัน ถ้าเป็นผู้ใหญ่ทำงานแล้ว ก็หยุดงานเอาดื้อๆ ไม่ยอมไปทำงาน เมื่อถูกบ่นถูกว่ามากเข้าจากญาติพี่น้อง ก็ขอลาออกจากงานเสียเลย ทำให้เสียอนาคต ขาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย บางคนระแวงว่ามีคนคอยวางยาพิษ บางครั่งระแวงแม้กระทั่งคุณพ่อคุณแม่ตัวเอง เลยไม่ยอมทานข้าวปลาอาหาร จนร่างกายผอมแห้งอดโซ เนื้อตัวสกปรก ผู้หญิงสาวๆ บางคน เวลาเจ็บป่วยขึ้นมา มีอารมณ์เพศและควบคุมตนเองไม่ได้ เป็นฝ่ายเชิญชวนผู้ชายมาหลับนอน ร่วมเพศทั้งที่แปลกหน้า ไม่รู้จักกัน เป็นที่เสื่อมเสียแก่วงศ์ตระกูล และยากที่ครอบครัว ญาติพี่น้องจะยอมรับได้ บางคนเลยถูกจับล่ามโซ่ขังไว้ในบ้าน ผู้ป่วยอารมณ์ซึมเศร้ารุนแรง มักจะมีความคิดอยากฆ่าตัวตายควบคู่ไปด้วย ถ้าไม่ได้รับความเข้าใจ ให้การดูแลรักษา ก็อาจจะพยายามฆ่าตัวตายและเสียชีวิตได้จริงๆ ยิ่งระยะหลังนี้ มักจะมีข่าวฆ่าตัวตายกันทั้งบ้าน คือพ่อบ้านไม่อยากตายไปคนเดียว ด้วยความรักความเป็นห่วง เลยฆ่าลูกๆ ตามไปด้วยอย่างน่าสลดใจ ความเสียหายในด้านต่างๆ เหล่านี้ รวมทั้งอันตรายจากการสูญเสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย เป็นสิ่งที่แก้ไข ป้องกันหรือรักษาได้.

คณะ DMH Staff ขอกล่าวโดยสรุป โบราณว่าไว้ที่ว่า “ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” ดูจะเป็นเรื่องที่ไม่ล้าสมัยเอาเสียเลย

อย่างไรก็ตาม คณะDMH Staff ก็มีความเห็นเช่นเดิมว่า หากท่านเคร่งครัดมีวินัยในการออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และครบ 5 หมู่เท่านั้น ความมีโรคคงไม่มาเยี่ยมเยือนท่านเป็นแน่แท้

**********************************************

เอกสารอ้างอิง : ดวงใจ กสานติกุล. จิตเวชศาสตร์สำหรับประชาชน, ปัญหาสุขภาพจิต. โรงพิมพ์นันทพันธ์: เชียงใหม่. 2542

12 ตุลาคม 2547

By คณะ DMH Staff กรมสุขภาพจิต

Views, 9812