ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

อยากผอมเหมือนนางแบบระวังโรค "บูลิเมีย"

อยากผอมเหมือนนางแบบระวังเป็นโรค "บูลิเมีย"

ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล


"มาริษา" เคยอยากผอมจนเป็นโรคจิต

เคยอยากผอมจนเจียนตาย มาริษาเผยจิตป่วยเพราะเหตุนี้นานเป็นปี...

มาริษา ฮอร์น ให้สัมภาษณ์ว่า ก่อนหน้านั้นตนเคยมีรูปร่างที่สมบูรณ์อ้วนท้วนกว่านี้ แล้วก็มีความรู้สึกว่าอยากผอมจึงทำทุกอย่างเพื่อลดน้ำหนัก ทำถึงกระทั่งทานอาหารแล้วล้วงคอเพื่อให้อาเจียนออกมา ในที่สุดร่างกายก็รับไม่ไหว แต่ถ้าไม่ทำก็จะรู้สึกว่าตัวเองมีความผิด ซึ่งอาการเช่นนี้ถือว่าเป็นโรคจิตชนิดหนึ่ง ต้องใช้เวลารักษากับแพทย์ทั่วไปและจิตแพทย์นานกว่าปีจึงจะหาย และเพื่อให้เรื่องของตนเป็นอุทาหรณ์ให้บุคคลทั่วไปที่กำลังนิยมอยากจะผอมตนจึงจะเล่าประสบการณ์ดังกล่าวใส่ในหนังสือ "ป่วยเพราะอยากผอม"

"จะบอกไว้ในหนังสือหมด ตั้งแต่ต้นที่ไม่ทานของที่ทำให้อ้วนเลย จนถึงวันที่ทานแล้วจะล้วงคอออก ซึ่งทำแล้วจะรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกดีขึ้น ซึ่งเป็นอาการของคนโรคจิต และยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในหลอดอาหารด้วย ต้องรักษาอยู่นานกว่าจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ผิดถ้าจะทานอาหาร" มาริษากล่าว

:: จากหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันที่ 18 ตุลาคม 2547 หน้า 27 ::



คณะ DMH Staff ขอขอบคุณ คุณมาริษา ที่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเธอให้หลายคนได้ศึกษา เพื่อเป็นตัวอย่างในการปฏิบัติป้องกันสุขภาพตนเอง กรมสุขภาพจิตจึงได้สืบค้นหาข้อมูลองค์ความรู้ที่น่าจะเกี่ยวข้องกับปัญหาทางพฤติกรรมด้านการกินที่ผิดปกติ เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่สนใจได้ศึกษา ดังต่อไปนี้คือ

<< ข้อมูลจาก นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 26, ฉบับที่ 306, หน้า 7 โดย. ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล >>

อยากผอมเหมือนนางแบบระวังเป็นโรค “บูลิเมีย”

ค่านิยม”ผอมเพรียวเหมือนนางแบบ” ครองเมืองอยู่ในปัจจุบัน ดูเหมือนว่า จะก่อให้เกิดปัญหากับบรรดาสาวๆ มากมาย และล่าสุดวงการแพทย์ออกมาเปิดเผยว่า พฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ ทำให้เกิดโรคที่มีชื่อว่า “บูลิเมีย”

ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล อาจารย์ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้ข้อมูลว่า โรคบูลิเมียเป็นพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติไม่สามารถควบคุมการกินได้ เช่น กินอาหารปริมาณมากๆ ในเวลาจำกัด โดยหลังกินไปแล้วจะรู้สึกผิดปกติ จากนั้นก็มีพฤติกรรมพยายามกำจัดอาหารที่กินอย่างมากๆ ออกจากร่างกาย เช่น ล้วงคออาเจียน หรือออกกำลังกายติดต่อกันอย่างยาวนาน ทั้งนี้พบโรคบูลิเมียบ่อยในเพศหญิงช่วงอายุ 15-35 ปี

สำหรับในประเทศไทยยังไม่มีการวิจัยว่ามีผู้ป่วยมากน้อยแค่ไหน แต่ในต่างประเทศพบร้อยละ 1-3 ของประชากร และแนวโน้มพบมากขึ้น เนื่องจากค่านิยมรูปร่างผอมเพรียวเหมือนนางแบบจนทำให้พฤติกรรมการกินผิดปกติ

“การศึกษาในต่างประเทศพบว่าผู้ปกครอง โดยเฉพาะแม่เคยเป็นโรคนี้มาก่อน สามารถถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง ปัจจัยทางสังคม ค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับความผอม นอกจากนั้น คนที่รู้สึกมีคุณค่าในตัวเองต่ำ ซึมเศร้า วิตกกังวล เครียดสูง มีโอกาสเป็นโรคบูลิเมียได้ง่าย”

“คนที่เป็นโรคนี้อันดับแรกคือ มีพฤติกรรมการกินไม่เหมาะสม กินมากๆ เคยมีผู้ป่วยรายหนึ่งกินแฮมเบอร์เกอร์ 15 ชิ้น ในเวลา 1 ชั่วโมง ร่วมกับมันฝรั่งทอดอีก 10 ชุดใหญ่ ในระหว่างที่กิน เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองให้หยุดกินได้ พอกินไปแล้วรู้สึกผิดว่าตัวเองไม่น่ากินมากขนาดนี้ ตามด้วยพฤติกรรมกำจัดสิ่งที่ตัวเองกินเข้าไป เช่น ล้วงคอให้อาเจียน กินยาถ่าย อดอาหาร 3-4 วัน ออกกำลังกาย 5 ชั่วโมง ติดต่อกันทุกวัน ”

ผศ.นพ.ชาญวิทย์ ให้ข้อมูลด้วยว่า ผู้ที่เป็นโรคบูลิเมียนั้น ทำให้เกิดอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้หากเข้ารับการรักษาไม่ได้ โดยภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงคือภาวะสารเกลือแร่ในร่างกายไม่สมดุล เช่น โพแทสเซียมหรือคลอไรด์ในเลือดต่ำ

นอกจากนี้การล้วงคออาเจียนบ่อยๆ ทำให้ระบบทางเดินอาหารผิดปกติ เช่น หลอดอาหารฉีกขาด เยื่อบุลำคอฉีก ถึงขั้นเลือดออกในทางเดินอาหาร บางรายฟันผุทั้งปาก เนื่องจากกรดที่ขย้อนอาหารจากกระเพาะ ประจำเดือนผิดปกติ ไตวายจากการกระตุ้นอาเจียนจนขาดน้ำ

สำหรับแนวทางการรักษาโรคนี้ ในปัจจุบันต้องอาศัยการรักษาหลายด้านร่วมกัน แต่แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายหาภาวะแทรกซ้อน พบจิตแพทย์ปรับสภาพจิตใจ การรักษาด้วยยาซึ่งปัจจุบันได้ผล โดยใช้ยาต้านความเศร้า ลดพฤติกรรมการกินที่ผิดปกติได้ ส่วนการรักษาอื่นๆ คือการทำพฤติกรรมบำบัด ฝึกสติตนเองให้ยับยั้งความคิดค้นหาปัจจัยกระตุ้นการกินที่ไม่เหมาะสมและหยุดพฤติกรรมนั้น ก่อนที่จะหลวมตัวกินเกินไป

“ผู้ปกครองควรช่วยเหลือวัยรุ่นที่มีความผิดปกติในการกิน ส่งเสริมให้ลูกรู้จักพฤติกรรมการกินตั้งแต่เด็ก รู้จักคุณค่าของอาหาร การดูแลร่างกายให้สมส่วน สมวัย ด้วยการออกกำลังกายที่สำคัญที่สุดคือพ่อแม่ต้องมีพฤติกรรมการกินที่เหมาะสมเป็นแบบอย่างให้กับลูก”



**********************************************

29 ตุลาคม 2547

By ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล

Views, 14488