ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ชี่กงศาสตร์เพื่อการพัฒนาตนเอง

ชี่กงศาสตร์เพื่อการพัฒนาตนเอง

กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ชี่กง หมายถึง การฝึกฝนกาย-ใจ เพื่อบำรุงรักษาสุขภาพ โดยมีรากศัพท์มาจากคำว่า ชี่ หมายถึง กลังชีวิต ซึ่งมีอยู่ในร่างกายมนุษย์และสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่ว่าในใหญ่จะอยู่ในรูปแบบของประจุไฟฟ้า และคลื่นความร้อน มนุษย์รับเอา ชี่ มาจากภายนอกโดเยการกินอาหาร กานหายใจ การรับแสงแดด การเดินบนพื้นดิน

กง หมายถึง การกระทำหรือการทำงานเพื่อให้ได้พลังชีวิต

มนุษย์ทุกคนย่อมมีพลังชีวิตอยู่ในตัวทั้งนั้น แต่จะมีปริมาณมากบ้างน้อยบ้างตามสภาพของร่างกายและจิตใจ ผู้ที่เจ็บป่วยย่อมมีพลังชีวิตน้อยกว่าผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง

 ประวัติความเป็นมา

ชี่งกงมีอายุมากกว่า 2,000 ปี โดยในยุคแรกๆ เน้นการร่ายรำลอกเลียนแบบการเคลื่อนไหวของสัตว์ แพทย์จีนสมัยโบราณได้พัฒนาและคิดค้นรูปแบบการฝึกเพื่อใช้แนะนำแก่ คนไข้ของตนเองอย่างกว้างขวาง ตำราทางแพทย์จีนจึงประกอบไปด้วย เรื่องราวของสมุนไพรการฝังเข็มและการฝึกชี่กง

ปัจจุบันมีชี่กงที่ประชาชนฝึกฝนกันมากกว่า 3,000 แบบ แต่ละแบบมีความยากง่ายและประสิทธิภาพแตกต่างกันออกไป การฝึกชี่กงแบบ 4ท่า ที่นำเสนอในคู่มือเล่มนี้ เกิดจากการประยุกต์ท่าทางและกระบวนการฝึกให้เหมาะสม กับผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยและผู้ติดเชื้อเอดส์

 ปัจจัยสำคัญในการฝึกชี่กง

ปัจจัยสำคัญที่มีความสำคัญ ได้แก่

1. ผู้ฝึกมีความรู้ความเข้าใจ ทำการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ และในขณะที่เหมาะสมคือจิตใจมีความสบายสงบพอสมควร ไม่อยู่ในอารมณ์โกรธหรือเครียดมากๆ และร่างกายมิได้อ่อนเพลียมาก หรือมีไข้สูง

2. สถานที่ฝึกมีความเหมาะสม มีอากาศปลอดโปร่ง มีแสงแดดส่องถึง ทั้งนี้ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฝึกได้แก่ เวลาเช้า และเย็น ระหว่างฝึกควรถอดรองเท้าแล้วยืนบนพื้นดิน หญ้าหรือไม้ ไม่ควรยืนบนพื้นซิเมนต์ หรือหินอ่อน (แต่หากตำเป็นก็ควรใส่รองเท้าหรือผ้าปูเพื่อรองรับเท้าทั้งสองข้าง)

 ชี่กงกับการทดลองทางวิทยาศาสตร์

วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับผลที่เกิดจากการฝึกชี่กง ทั้งในหลอดทดลองและกับผู้ป่วยด้วยโรคต่างๆ ซึ่งสามารถสรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

1. พลังชีวิตที่เกิดจากการฝึกชี่กงสามารถฆ่าเชื้อโรคในหลอดทดลองและในจานเพาะเชื้อได้

2. การฝึกชี่กงทำให้การไหลเวียนเลือด (Micro circulation) ดีขึ้น ภายหลังการฝึกจึงมักพบว่าอุณหภูมิผิวหนังของผู้ฝึกจะสูงขึ้น

3. การฝึกชี่กงสามารถเพิ่มความสามารถของร่างกายในการต่อสู้กับสารภูมิแพ้ (Ryu, H และคณะ 1996) จึงสามารถใช้บำบัดอาการภูมิแพ้อย่างได้ผล

4. การฝึกชี่กงสามารถเพิ่มเม็ดเลือดขาว CD4 ในกระแสเลือดในอาสาสมัครที่ฝึกชี่กง ติดต่อกันนานเกิน 5 เดือนขึ้นไป (Tyu, H และคณะ 1994)

5. การฝึกชี่กงในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จะช่วยลดความดันโลหิต รวมทั้งลดการใช้ยารักษาความดันโลหิตสูงลงไปได้ (อมรรัตน์ ภิราษร 2541)

6. การฝึกชี่กงแบบ 4 ท่า (แบบเดียวกับการฝึกในคู่มือเล่มนี้) สามารถช่วยบำบัดผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โดยมีผลลดความดันโลหิตภายหลังการฝึก วันละ 30-45 นาที อย่างต่อเนื่องติดต่อมากกว่า 2 สัปดาห์ (นวลทิพย์ ทวิรัตน์ 2544)

7. การฝึกชี่กง (แบบ 4 ท่า) ติดต่อกันเกิน 30 นาที จะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติโซนในกระแสเลือด ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้ จะมีมากในผู้ที่มีความเครียดสูงและมีผลลดการทำงานของเม็ดลือดขาวรวมทั้งสมองส่วนความจำระยะสั้น (เทอดศักดิ์ เดชคง 2541)

8. การฝึกชี่กง (แบบ 4 ท่า) สามารถลดระดับความเครียดในผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูก (น้ำทิพย์ ด่อนแผ้ว 2545)

9. การฝึกชี่กงแบบ 4 ท่า สามารถลดความตึงของกล้ามเนื้อศีรษะในผู้ป่วยโรคปวดศีรษะ ซึ่งสามารถใช้บำบัดผู้ที่มีอาการปวดศีรษะที่เกิดจากกล้ามเนื้อตึง (อัญรัช นิตุธร 2543)

 ประโยชน์ของการฝึกชี่กง

การฝึกชี่กงมีประโยชน์ทั้งในด้านการเสริมสุขภาพและการบำบัดโรคหลายชนิด เหตุที่เป็นอย่างนี้เพราะการฝึกชี่กงนั้นทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและสร้างความสมดุลของร่างกาย จิตใจนั้น ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้

1. การฝึกชี่กงเป็นการบริหารร่างกายทำให้เกิดการยืดหยุ่นของข้อต่อและเส้นเอ็น กระดูกและกล้ามเนื้อก็แข็งแรง

2. การฝึกหายใจเข้าท้องพองหายใจออกออกท้องยุบในระหว่างฝึก จะช่วยให้หายใจได้ลึก ปอดได้รับออกซิเจน ขับคาร์บอนไดออกไซด์ออกได้อย่างมีประสิทิภาพ

3. การฝึกชี่กง เป็นการทำสมาธิจึงช่วยสงบจิตใจ ทำให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดากรทำงานของหัวใจ และสร้างสมดุลของระบบประสาทอัตโนมัติ

4. ภูมิคุ้มกันทำงานได้ดีขึ้น มีความสมดุลมากขึ้น

5. ฮอร์โมนของร่างกายสมดุลมากขึ้น เช่น ช่วยลดฮอร์โมนของต่อมหมวกไตที่อาจมากเกนไป เป็นต้น

6. ระบบประสาทอัตโนมัติทำงานอย่างสมดุลมากขึ้นมีประโยชน์มากในผู้ที่มีความเครียดสูง

 สำหรับโรคและความผิดปกติสามารถใช้การฝึกชี่กงช่วยเสริมการบำบัด ได้แก่

1. ความเครียด เช่น อาการหายใจไม่โล่ง ใจสั่น กระวนกระวายใจ นอนไม่หลับ อาการตกใจง่าย อาการเหล่านี้ควรฝึกวันละ 15-30 นาที

2. ภูมิแพ้ เช่น อาการน้ำมูกไหลตอนเช้าๆ อาการไอ จาม คัดจมูก อาการเหล่านี้ควรฝึกวันละ 15-30 นาที

3. ความดันโลหิตสูง คือความดันโลหิตมากกว่า 160/90 มิลลิเมตรปรอท ควรใช้เวลาฝึกประมาณวันละ 30-45 นาที

4. มะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งบางชนิด ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือด มะเร็งเต้านม ควรใช้เวลาในการฝึกวันละ 2 ชั่วโมง

5. โรคเอดส์ และการติดเชื้อเอชไอวี การฝึกชี่กง ช่วยให้ภูมิคุ้มกัน ร่างกายดีขึ้น ลดคามเครียด สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้เกิดขึ้น ควรฝึกวันละ 30-60 นาที

การฝึกชี่กงเพื่อช่วยบำบัดโรคนี้ มีข้อควรเข้าใจว่าต้องใช้ควบคู่ไปกับการรักษา โดยแพทย์แผนปัจจุบัน ผู้ป่วยรายใดได้รับยารักษาอยู่ก็ควรติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ใช้การฝึกชี่กง เพื่อเสริมการบำบัดรักษาให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

หมายเหตุ ท่านใดที่สนใจรายละเอียดเรื่องเกี่ยวกับชี่กง สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต มีคู่มือ การบริหารกายจิตแบบชี่กง ให้สามารถดาวน์โหลดคู่มือดังกล่าวได้จาก E-Books สื่อเทคโนโลยีสุขภาพจิต ซึ่งเป็นไฟล์ .PDF Format ทางหน้าแรกเวปป์ไซด์กรมสุขภาพจิตได้ค่ะ

16 พฤศจิกายน 2547

By สำนักพัฒนาสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

Views, 7010