ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ (1)

ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ (1)

โดย นพ.ประเสริฐ กังสดาลย์ วารสารโรงพยาบาลชุมชน ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 ก.ค.-ส.ค. 2547

ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์

1.ความเจ็บป่วยส่วนใหญ่จะไม่รู้สาเหตุ แต่รักษาได้

ในการแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์จะมุ่งวินิจฉัยให้ได้ว่าเป็นโรคอะไร ถ้าไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร ก็ทำอะไรไม่ถูก แต่ในความเป็นจริงความเจ็บป่วยส่วนใหญ่ไม่สามารถนิยามได้ชัดเจนว่าเป็นโรคอะไร ละไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งมีเหตุผลที่จะอธิบายได้ดังนี้

อุปมากับอุบัติเหตุรถยนต์ รถที่วิ่งด้วยความเร็วสูงมากจะเกิดความเครียดในระบบขาดดุลยภาพระหว่างรถ คนขับ ถนน รถคันอื่น คนเดินเท้า วัว ต้นไม้ ฯลฯ อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถแต่ละคัน ไม่เหมือนกันเลย บางรายเสียหลักลงข้างทาง บางรายพลิกซ้าย บางรายพลิกขวา บางรายชนกับคันอื่น ชนคน ชนต้นไม้ ชนควาย ไฟลุก เบรคแตก ฯลฯ เพราะมีเหตุปัจจัยเกี่ยวข้องมากมาย ในกาละ-เทศะ ที่แตกต่างกัน ถ้าขับเร็วเกิน เรารู้ว่าจะเกิดเรื่อง แต่ “เรื่อง” ที่เกิดนั้นไม่เหมือนกันในแต่ละคัน

เหตุปัจจัยทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทางสิ่งแวดล้อม ที่เกี่ยวข้องกับดุลยภาพและการเสียดุลยภาพ จะเห็นว่าเหตุปัจจัยมีหลากหลายสุดประมาณ นอกจากนั้น ดีเอ็นเอและสภาวะจิตใจของแต่ละคนแต่ละขณะทำให้การตอบโต้ของร่างกายต่อปัจจัยแตกต่างกันไป เช่น การตอบโต้ต่อความเครียดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น บางคนออกมาเป็นโรคกระเพาะ บางคนเป็นความดันโลหิตสูง บางคนเป็นโรคหัวใจ บางคนเป็นโรคมะเร็ง บางคนเป็นโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน เช่น โรครูมาตอยด์ เอ็สแอลอี และอื่นๆ เหมือนเวลาเราเค้นแป้ง แล้วมันทะลักออกไปเป็นรูปต่างๆ หลากหลายสุดประมาณ

ชีวิตของคนปัจจุบันเต็มไปด้วยความเครียดทั้งโลก ผลของการตอบโต้ต่อความเครียดในแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น ปวดหัว แผลในกระเพาะอาหาร ความดันโลหิตสูง โรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน ความเครียด โรคหัวใจ เบาหวานกำเริบ โรคมะเร็ง ฯลฯ

ความเครียดเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ เพราะความขัดแย้งระหว่างระบบชีววิทยาของมนุษย์ที่ยังคงเหมือนกันเมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว แต่สภาพและปัญหาสมัยใหม่แตกต่างไปจากสภาพและปัญหาเมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว โดยสิ้นเชิง ปัญหาสมัยเก่า เช่น ออกจากถ้ำมาเจอเสือ ปัญหาปัจจุบัน เช่น รถติด ทำงานไม่ทัน เป็นหนี้ วิกฤติเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน สภาพงาน โครงสร้างขององค์กรที่บีบคั้น ความกดดันจากสังคม ฯลฯ มนุษย์ก็ยังตอบโต้ปัญหาเหล่านี้เหมือนการตอบโต้เมื่อเจอเสือ เช่น หลั่งอะดรีนาลิน แต่การแก้ไขปัญหาสมัยใหม่ไม่เหมือนแก้ปัญหาเสือ สิ่งที่ระบบร่างกายเตรียมให้จึงไม่เหมาะแก่การใช้ แต่ไปก่อให้เกิดความเครียดในระบบชีวิต ชีวิตของคนปัจจุบันจึงเต็มไปด้วยความเครียด ทั้งเครียดอย่างโจ่งแจ้ง และเครียดอย่างแฝงเร้น อาจเรียกสภาวะเครียดว่าเป็น “ความขบกัด” หรือความไม่ลงตัว ซึ่งเป็นสภาวะที่บีบคั้นให้ทะลักออกไปเป็นอะไรก็ได้ ทั้งโรคที่เรารู้จัก และโรคที่เราไม่รู้จัก หรือความเจ็บป่วยที่ไม่สามารถนิยามได้

จากการที่ความเครียด หรือความขบกัด หรือความไม่ลงตัว แพร่หลายมากจนอาจเรียกว่า มีอยู่ในทุกคนโดยไม่เลือกเพศ วัย ฐานะ และความเครียดไปทำให้เกิดโรค หรือความเจ็บป่วยใดๆ ก็ได้ จึงพึงสันนิษฐาน ไว้ก่อนว่า การเจ็บป่วยทุกชนิดมีสาเหตุมาจากความเครียดเป็นปฐมหรือเป็นสาเหตุผสม

ฉะนั้น นอกเหนือไปจากการวินิจฉัยหรือการรักษาจำเพาะเจาะจงโรค ในผู้ป่วยทุกรายพึงฟื้นฟูสภาวะดุลยภาพของผู้ป่วยด้วยเสมอ ในโรคที่ไม่รู้สาเหตุ เมื่อฟื้นฟูดุลยภาวะ โรคก็หายไปได้

ตัวอย่างที่ 1 ผู้ป่วยคนหนึ่งเป็นไข้ไม่รู้สาเหตุ แพทย์บนวอร์ดสั่งการตรวจหารสาเหตุหลานอย่างยังไม่พบ และยังพยายามหาต่อไปโดยไม่สนใจรักษา (เพราะยังหาสาเหตุไม่พบ) อาจารย์สังเกตว่าคนไข้หนัก และไม่ได้กินอาหารมาหลายวัน จึงขอให้หยุดการหาสเหตุไว้เพียงเท่านั้นก่อน แต่หันมาบำรุงคนไข้ด้วยอาหาร ผู้ป่วยฟื้นกำลังขึ้นและไข้หายไปโดยรวดเร็ว

นี้เป็นตัวอย่างของการป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อฟื้นสภาพการเสียสมดุลไข้ก็หายไปได้ ไข้เกิดจากการเสียดุลยภาพได้หรือไม่ หาสาเหตุอื่นก็ไม่เจอ แต่เมื่อรักษาการเสียดุลยภาพไข้ก็หายไป

ตัวอย่างที่ 2 ชายคนหนึ่งทำงานไม่เป็นเวลา บางทีทำทั้งคืน บางทีทำงานต่อเนื่องกันหลายวัน ไม่ได้ออกกำลัง มีความเครียดชัดเจน ป่วยบ่อยๆ บางครั้งเป็นไมเกรน บางครั้งปวดกระดูกเท้า วันหนึ่งปวดที่ตาข้างหนึ่งมากและกลอกลูกตาไม่ได้ การตรวจด้วย MRI พบแกรนูโลมาใน cavernous sinus ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น Tolosa Hunt syndrome คือการมีแกรนูโลมา cavernous sinus โดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อใช้สตีรอยด์อาการดีขึ้นโดยรวดเร็ว แต่เวลาเครียดจะกลับปวดที่ตาขึ้นมาอีก ถ้าไม่เครียดก็สบายดี

Tolosa Hunt syndrome ที่ว่าไม่รู้สาเหตุนั้น แท้ที่จริงมาจากความเครียดหรือชีวิตที่ไม่ลงตัวใช้หรือไม่ บรรดาโรคต่างๆ ที่ไม่ทราบสาเหตุเมื่อให้สตีรอยด์แล้วดีขึ้น ทีจริงเกิดจากความเครียดใช่หรือไม่ ตามทฤษฎีสุขภาพหรือดุลยภาพ บรรดาโรคที่ว่าไม่ทราบสาเหตุทั้งหลาย ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่ามาจากสภาวะขาดสมดุลหรือความเครียด จนกว่าจะพิสูจน์เป็นอย่างอื่น

การฟื้นฟูดุลยภาพ หรือรักษาดุลยภาพหรือดุลยภาพบำบัด จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมสุขภาพดี ในการป้องกันและรักษาโรคทุกชนิด

การรักษาดุลยภาพหรือดุลยภาพบำบัดประกอบด้วย การบริหารกาย การบริหารจิต คือการเจริญสติ เจริญสมาธิ การทำโยคะ การทำงานและอาหารที่พอดี สุนทรียกรรมและการพักผ่อนหย่อนใจ ศิลป์บำบัด การรวมตัวร่วมคิดร่วมทำ หรือการสร้างความเป็นชุมชน ซึ่งเมื่อเกิดขึ้นจะมีความสุขและสุขภาพดีอย่างยิ่ง เหล่านี้ เป็นต้น

ควรมีการศึกษาวิจัยเรื่องดุลยภาพบำบัดให้มาก เพราะคงจะมีของใหม่ๆ ให้ค้นพบอีกมาก ในการศึกษาทุกชนิดควรจะศึกษาวิธีรักษาดุลยภาพ ให้การรักษาดุลยภาพเป็นวิถีชีวิตของทุกคน เพื่อการมีสุขภาพดี เพื่อการป้องกันโรคและเพื่อการรักษาโรค

*********************** << อ่านต่อฉบับหน้าค่ะ >> ***********************

19 November 2547

By นพ.ประเสริฐ กังสดาลย์ วารสารโรงพยาบาลชุมชน ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 ก.ค.-ส.ค. 2547

Views, 6731