ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ (2)

ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์ (2)

โดย นพ.ประเสริฐ กังสดาลย์ วารสารโรงพยาบาลชุมชน ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 ก.ค.-ส.ค. 2547

ทฤษฎีใหม่ทางการแพทย์

2. การมีสุขภาพดีไม่ได้แปลว่า คือการไม่มีโรค

ตาม “ทฤษฎีโรค” สุขภาพคือการไม่มีโรค การมีโรคแปลว่าสุขภาพไม่ดี

ตาม “ทฤษฎีสุขภาพ” สุขภาพดีคือดุลยภาพ การมีโรคถ้ารักษาดุลยภาพได้ก็มีสุขภาพดีได้ เช่น คนเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือแม้แต่เป็นมะเร็ง ก้อาจมีสุขภาวะทางกาย ทางจิต ทางสังคมได้

ตัวอย่างที่ 3 ผู้หญิงอายุ 85 ปี คนหนึ่ง ฝึกกรรมฐานมาหลายสิบปี มีชีวิตที่สงบเย็น วันหนึ่งเกิดเป็นอัมพาตครึ่งซีกตัว เนื่องจากหลอดเลือดในสมองอุดตัน แต่เนื่องจากได้ฝึกจิตมาดี จึงไม่มีความทุกข์กับโรคที่เป็น หน้าตายยิ้มแย้มแจ่มใส และยังพูดเย้ยความตายด้วนใบหน้ายิ้มละไมว่า “ความตายน่ะเหรอ เชิญเลย จะมารับวันไหน ก็เชิญเลยตามสบาย” เมื่อคนไข้ไม่ทุรนทุราย ลูกหลานก็เลยไม่มีความทุกข์ ถ้าคนไข้มีความทุกข์ทุรนทุราย ทุกคนรอบตัวจะมีความทุกข์ ความเครียดกันไปหมด นี่เป็นตัวอย่างว่า ถ้าเป็นโรคก็สุขภาพดีได้

ตัวอย่างที่ 4 หญิงคนหนึ่งอายุ 65 ปี อาชีพรับจ้างดายหญ้า วันหนึ่งเป็นหวัดมีอาการไอ เมื่อไอหลายวันลูกสาวอยากพาไปสถานตรวจโรคปอด คนไข้ไม่อยากไป เพราะรู้สึกแข็งแรงดี อยากไปดายหญ้ามากกว่า แต่ลูกสาวเอาตัวไปตรวจที่สถานตรวจโรคปอดยศเส หมอเอกซเรย์แล้วบอกว่าไวใจโตให้รีบไปโรงพยาบาล ที่โรงพยาบาลใหญ่แห่งหนึ่งรับตัวไว้ อยู่มาหลายวันคนไข้ก็ไม่มีอาการผิดปรกติ อยากจะไปรับจ้างดายหญ้าอยู่อย่างเดียว คนไข้คนนี้แม้พบว่าหัวใจโต แต่ไม่มีอากรป่วยเลย ประกอบการงานได้ เรียกว่าดุลยภาพหรือสุขภาพดี

ตัวอย่างที่ 5 ผู้ชายอายุประมาณ 35 ปี ทำงานธนาคาร สุขภาพดี เล่นเทนนิสเป็นประจำ วันหนึ่งมีการตรวจสุขภาพประจำปีที่ธนาคาร เจ้าหน้าที่ธนาคารมาเข้าแถวตรวจ แพทย์ตรวจร่างกายทีละคนอย่างรีบๆ และเร็ว ฟังหัวใจเขาแล้วก็บอกว่าเขาเป็นโรคหัวใจรั่ว ไม่อธิบายอะไร ตรวจคนอื่นต่อไป เขามีอาการช็อกที่รู้ว่า “หัวใจรั่ว” (ที่จริงไม่รู้มากกว่าว่าคืออะไร) หลังจากนั้นเป็นไข้ มีอาการหนัก และมาเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

แพทย์คงจะได้ยินเมอร์เมอร์ที่หัวใจก็เลยบอกว่าเป็นโรคหัวใจรั่ว โดยไม่ทราบว่าแท้ที่จริง ชายผู้นั้นมีสุขภาพดี เพราะมีความเป็นปกติเล่นเทนนิสได้ แต่คำว่า “โรคหัวใจรั่ว” ทำให้เขาตกใจมาก ความกระทบกระเทือนทางจิตใจเฉียบพลันทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ทำให้เป็นโรคติดเชื้อหรือเป็นมะเร็งได้

“ทฤษฎีโรค” กับ “ทฤษฎีสุขภาพ” นำไปสุ่เวชปฏิบัติที่ต่างกัน

“ทฤษฎีสุขภาพ” เป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยมากกว่า

ถ้าตระหนักว่า “เป็นโรคก็สุขภาพดีได้” โรงพยาบาลทั้งหมดอยู่ในฐานะที่จะส่งเสริมการมีสุขภาพดี ไม่ได้เป็นเพียงสถานรักษาโรค

การตายก็มีสุขภาพดีได้

ตามทฤษฎีโรค การตายคือการที่สุขภาพเสียอย่างที่สุด แต่ตามทฤษฎีสุขภาพการตายก็สุขภาพดีได้

การแพทย์แผนปัจจุบันไม่มีมโนทัศน์เกี่ยวกับการตายอย่างมีคุณภาพเลย มีแต่พยายามไม่ให้ตายโดยใช้เทคโนโลยีถึงที่สุด (แต่ก็ตาย)

ตัวอย่างที่ 6 หญิงผู้หนึ่งร้องไห้โฮๆ อยู่ที่ระเบียงตึก ถามดูได้ความว่าสามีพึ่งตาย ก่อนสามีตายเธอขอเข้าไปนั่งจับมือสามี แพทย์ไม่ยอม เพราะเกะกะการใช้เครื่องมือ คนไข้เลยตายอยู่กับเครื่องมือแทนที่จะมีภรรยานั่งจับมืออยู่

การแพทย์แผนปัจจุบันพยายามจะ “ยืดชีวิต” ด้วยเทคโนโลยีให้มารกที่สุดแต่ในกรณีที่เป็น “ปัจฉิมพยาธิ” (terminal illness) ความพยายาม “ยืดชีวิต” กลายเป็น “ยืดความตาย” (prolong death) แต่ตายด้วยความทุกข์ทรมานและราคาแพง ในสหรัฐอเมริกาค่าใช้จ่ายในการรักษาในช่วง 6 เดือนท้ายของชีวิต มีสัดส่วนเป็นร้อยละ 75 ของค่าใช้จ่ายในบริการทางการแพทย์ทั้งหมด

ก่อนการแพทย์สมัยใหม่มีการปฏิบัติเกี่ยวกับการตายอย่างมีคุณภาพ เช่น ตายในท่ามกลางลูกหลาน มีพระสวดโพชฌงค์ มีคนบอก “อรหังให้จิตใจอยู่กับพระ หรือมีผ็นำในการเจริญสติ เป็นต้น

การแพทย์แผนปัจจุบันควรจะสร้างผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการตายอย่างมีคุณภาพและส่งเสริมความสนใจเกี่ยวกับการตายกันให้มากๆ จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการอยู่ การตายอย่างลดความทรมานหรือการตายอย่างมีคุณภาพ รวมทั้งลดค่าใช้จ่ายทั้งของญาติและของส่วนรวมลงมา

ทฤษฎีการแพทย์ที่ถือหลักสุขภาพกับที่ถือหลักโรค จะทำให้มีเวชปฏิบัติต่างกันมาก รวมทั้งเวชปฏิบัติเกี่ยวกับการตายด้วย

*********************** << อ่านต่อฉบับหน้าค่ะ >> ***********************

22 พฤศจิกายน 2547

By นพ.ประเสริฐ กังสดาลย์ วารสารโรงพยาบาลชุมชน ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 ก.ค.-ส.ค. 2547

Views, 6334