ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

รักลูกให้ตี (ตรวน)? (ต่อ)

รักลูกให้ตี(ตรวน)? (ต่อ)

โดย.นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ : ข้อมูลจาก นิตยสาร สารคดี หน้า 106-107

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี หมายถึง ให้ตีจริง ๆ มิได้หมายถึงให้ตีตรวน!!

ตีจริง ๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ข้อห้ามที่เด็ดขาดและชัดแจ้ง ตีจริง ๆ เพื่อตีตรวนที่มองไม่เห็นล่ามลูกเอาไว้

ในบทความ “รักวัวให้ผูก” ผมเขียนข้อความตอนหนึ่งว่า

“ถ้าไม่ฟัง ตีเลยครับ การตีลูกมิใช่ข้อห้าม หากคุณแม่จัดการด้วยวิธีอื่นไม่ได้และพิจารณาแล้วว่าพฤติกรรมไม่พึงประสงค์นั้นปลรอยไว้นานก็ไม่ได้ ก็ถึงเวลาต้องตี ไม่จำเป็นต้องตีให้เจ็บ ตีเพียงให้เขารู้ว่าเราเอาจริง ห้ามทำเช่นนี้อีก


หากจะตีให้เจ็บก็ต้องมั่นใจว่าตีทีเดียวรู้เรื่อง คงไม่ต้องบอกซ้ำนะครับว่าอย่าตีด้วยอารมณ์ คุณจะตีลูกก็ด้วยเหตุผลเดียวคือจะหยุดพฤติกรรมนั้นอย่างเด็ดขาด”


ผมเชื่อว่าคุณพ่อคุณแม่ที่มีวิจารณญาณอันดีและยอมรับว่าหน้าที่อบรมลูกคือหน้าที่ของเรา มิใช่หน้าที่ของใคร หมายถึงมิใช่หน้าที่ของคุณครู สารวัตรนักเรียน หรือตำรวจ แต่เป็นหน้าที่ของเราซึ่งเป็นคุณพ่อคุณแม่โดยไม่มีข้อแม้ คุณพ่อคุณแม่เช่นนี้จะคิดได้เองว่าเมื่อไรที่ควรตี เมื่อไรไม่ควรตี และตีอย่างไรให้บรรลุวัตถุประสงค์

การออกคำสั่งห้ามตีกับคุณพ่อคุณแม่ที่มีคุณภาพกลับสร้างความสับสนให้แก่คุณพ่อคุณแม่เกี่ยวกับวิธีเลี้ยงลูกที่เมาะสมกับวัยและสภาพสังคม คุณพ่อคุณแม่กลุ่มนี้จำนวนมากยอมรับว่า ลำพังจิตวิทยาสมัยใหม่ที่เน้นการให้คำชมและรางวัลไม่สามารถจัดการพฤติกรรมเด็กได้ทุกเรื่อง เพราะเด็กเป็นวัยที่ต้องการเสพสุขตามแรงขับโดยธรรมชาติ ศัพท์เทคนิคเรียกว่า เด็กกระทำการใด ๆ ตาม Primary Pleasure การไม่ตีเลยอย่างสิ้นเชิงกลับสร้างความเสียหายในระยะยาวให้แก่เด็ก เพราะเขาจะรักสนุก รักสบาย และแสวงหาแต่ความสุข โดยไม่สนใจกติกาของสังคม

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีคุณภาพอ่อนด้อย มักโยนความรับผิดชอบในการอบรมลูกให้แก่คุณครู ยามลูกกระทำผิดก็มักโทษปี่โทษกลองมากกว่าที่จะพิจารณาตนเอง คุณพ่อคุณแม่กลุ่มนี้ยามจะตีลูกก็ตีรุนแรงโดยไม่มีเหตุผล ตีเพียงเพื่อระบายอารมณ์โกรธของตนเอง ในความผิดเดียวกันบางครั้งก็ตี บางครั้งก็ไม่ว่าอะไร ยามใจดีก็ใจดีจนไร้เหตุผลเช่นเดียวกัน กล่าวรวบยอดคือไม่มีความสม่ำเสมอในการอบรมลูก ศัพท์เทคนิคเรียกว่า inconsistency ซึ่งเป็นปัญหาของพ่อแม่ที่พบบ่อยที่สุดในวัฒนธรรมบ้านเรา นำมาซึ่งการทำร้ายเด็กในระยะยาวโดยไม่เจตนา เพราะเด็กจะไร้ความสามารถในการควบคุมตนเอง

การออกคำสั่งห้ามตีในคุณพ่อคุณแม่กลุ่มหลังกลับจะทำให้คุณพ่อคุณแม่ได้ใจ อ้างจิตวิทยาสมัยใหม่ที่ห้ามตีและนำไปสู่การปรนเปรอลูกด้วยวัตถุมากกว่าที่จะให้เวลาและการอบรมที่สม่ำเสมอ

เงื่อนไขของการตีที่จะขอเพิ่มเติมในตอนนี้ คือ คุณพ่อคุณแม่ต้องเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ และมีความผูกพันกับลูกเป็นอย่างดีจึงมีสิทธิ์ตีได้ อันจะส่งผลให้การตีนั้นมีประสิทธิภาพ สามารถหยุดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ได้อย่างเด็ดขาด กล่าวคือเด็กยอมรับการตีนั้นด้วยใจ เพราะคนที่ตีมิใช่ใคร แต่เป็นคุณพ่อคุณแม่อันเป็นที่รัก

คุณครูที่รักเด็กดั่งพ่อแม่ก็อาจจะมีสิทธิ์ตีได้ แต่ถ้าเป็นครูเพลน ๆ หมดสิทธิ์ เพราะใจเด็กไม่ยอมรับ มิหนำซ้ำยังเป็นการปิดโอกาสให้มีการละเมิดเด็กอย่างกว้างขวาง ความข้อนี้ตั้งอยู่บนสมมุติฐานที่ว่า คุณครูที่เด็กรักดั่งพ่อแม่ ย่อมไม่ตีเด็กจนเลือดตกยางออก

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่เลี้ยงลูกด้วยตนเอง ไม่มั่นใจว่าตนเองได้ให้เวลาลูกมากพอก็ไม่ควรใช้การตีเป็นวิธีเลี้ยงลูก เพราะเมื่อฐานของความรักความผูกพันไม่แน่นเสียแล้ว การตีย่อมไม่มีผลอะไรนอกจากทำให้ลูกเจ็บทั้งกายและใจ นำไปสู่สัมพันธภาพพ่อแม่ลูกที่สั่นคลอนมากขึ้นไปอีก ในบางครอบครัวและในเด็กบางคน การตีกลับกลายเป็นแรงเสริมทางลบ (negative reinforcement) ที่วางเงื่อนไขให้เด็กกระทำผิดซ้ำ ๆ เพื่อแสวงหาความสุขจากการเจ็บตัว ทำนองว่าดึงคุณพ่อคุณแม่มาสนใจด้วยการตี ยังดีกว่าอยู่เงียบ ๆ เหงา ๆ เพราะคิดถึงคุณพ่อคุณแม่ผู้ไม่ค่อยมีเวลาอยู่บ้าน

หลักใหญ่ใจความของการเลี้ยงลูก ยังคงเป็นเรื่องของเวลาจำนวนมากที่ต้องให้แก่ลูก เวลาน้อย ๆ แต่มีคุณภาพนั้น เป็นเพียงคำปลอบประโลมตนเองของคุณพ่อคุณแม่ที่ไม่มีเวลา และฝันหวานว่าอะไร ๆ ก็สามารถดีได้ด้วยเวลาคุณภาพ สภาพสังคมปัจจุบันนั้นชัดเจนว่าสิ่งเร้าและสิ่งยั่วยวนมีรอบตัวลูก 360 องศา ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนอกบ้าน รอบบ้าน และภายในบ้าน เป็นไปไม่ได้ที่คุณพ่อคุณแม่จะฝันหวานว่า เด็กคนหนึ่งจะเกิดมาดีเอง สามารถควบคุมตนเองได้โดยไม่ต้องอบรมสั่งสอน วัยเด็กเล็กเป็นวัยวิกฤตที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทุ่มเวลาทั้งหมดให้แก่เขา ชื่นชมและให้รางวัลยามเขาประพฤติดีเพื่อให้เขาล่องไปตามสายน้ำอันเชี่ยวกรากอย่างมั่นคง ออกคำสั่งห้ามและทำโทษเมื่อเขาออกนอกลู่นอกทาง หากสุดวิสัยก็ต้องตี

ตีจริง ๆ ในวัยเด็กเล็ก เพื่อจะได้ไม่ต้องตีตรวนในวัยเด็กโต .. หากจะตีตรวนเด็ก ตรวนนั้นต้องมองไม่เห็น

********************************************

ถึงตรงนี้ คุณพ่อคุณแม่ทั้งหลาย คงจะได้คำตอบแล้วนะคะว่า จะอย่างไรก็ตาม สุภาษิตโบราณที่ว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" ยังสามารถนำมาใช้กับการเลี้ยงดูบุตรหลานในยุคเทคโนโลยีเป็นหัวใจของสรรพสิ่งในโลก

ท้ายที่สุดนี้ คณะ DMH Staff ขอขอบคุณอาจารย์ นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ และนิตยสารสารคดี ที่ได้เอื้อเฟื้อข้อมูล พวกเราจะติดตามผลงานของอาจารย์ต่อไป

27 พฤศจิกายน 2547

By นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

Views, 4313