ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

หัวใจของชีวิตคู่คืออะไร? (ตอนที่ 1)

หัวใจของชีวิตคู่คืออะไร? (ตอนที่ 1)

โดย ศ.พญ. นงพงา ลิ้มสุวรรณ คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

: ข้อมูลจาก ติมเข้ม เต็มรัก ชีวิตคู่ หน้า 59-82

หัวใจของชีวิตคู่ เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่คู่ชีวิตควรเรียนรู้ หลังจากตัดสินใจจะใช้ชีวิตร่วมกัน เพราะจะเป็นโครงสร้างหรือเป็นเสาหลักให้ชีวิตคู่ดำเนินต่อไปได้เหมือนอาคาร หรือบ้านหลังหนึ่งจะคงสภาพอยู่ได้ไม่พังทลายลงก็เพราะโครงสร้างที่รับน้ำหนักทั้งหมดของอาคารต้องแข็งแรงพอนั่นเอง ความสำคัญนี้เป็นที่รู้กันโดยทั่วไป แต่จะได้รับการเอาใจใส่แค่ไหนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คู่สมรสจำนวนมากดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจที่จะดูแลความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่คล้าย ๆ จะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ บางครั้งก็ลืม ๆ ไป ใช้ชีวิตไปเรื่อย ๆ วุ่นวายไปกับเรื่องอื่น ๆ ที่เข้ามาในชีวิตวันหนึ่ง ๆ กว่าจะรู้ตัวบางทีความแตกร้าวก็มากเกินเยียวยาได้เหมือนกัน

ดังนั้น การดูแลทำนุบำรุง หรือ การบำรุงรักษาสายสัมพันธ์รัก ระหว่างสามีภรรยา จึงเป็นเรื่องที่คนทั้งคู่ไม่ควรลืมเป็นอันขาด เหมือนกับที่เราไม่ควรลืมดูแลสุขภาพตัวเอง เช่น กินอาหารให้ถูกต้อง ออกกำลังกายให้พอเหมาะ พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่ใช่ทำ ๆ ไป พอให้อยู่ได้แต่ไม่มีคุณภาพใด ๆ ก็ช่างมัน ไปรู้อีกทีก็ป่วยเสียแล้ว ฉะนั้นถ้าต้องการคุณภาพต้องใส่ใจให้เวลาพอควร ซึ่งถ้ารู้หลักการจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร และจะไม่ใช่เรื่องที่ต้องใช้เวลามากมาย แต่ทั้งสองฝ่ายกลับจะมีความสุข ความสบายใจ และต่างก็ต้องการด้วยกันทั้งคู่อยู่แล้ว เนื่องจากมันเป็นอาหารใจที่จำเป็นนั่นเอง

ตามสภาพการณ์ที่เห็นกันอยู่ประจำคือ ฝ่ายสามีจะทำงานนอกบ้านหรือทำมาหากินเป็นหลัก จะมีเวลาให้ครอบครัวน้อยหรือแทบไม่มีเลยในบางคน ส่วยฝ่ายภรรยาอาจทำงานนอกบ้านด้วยหรือจะต้องช่วยในการทำมาหากินด้วย เช่น ขายของ ทำธุรกิจ เวลาที่เหลือจะต้องดูแลลูก ดูแลบ้าน ดูแลญาติและอื่น ๆ จิปาถะ ผู้หญิงส่วนใหญ่ยังต้องดูแลสามีด้วยในบางเรื่อง จึงเห็นได้ว่า ภาระของผู้หญิงจะหลายเรื่องกว่าผู้ชาย

ถ้าสามีไม่มาช่วยแบ่งเบาภาระเรื่องครอบครัวของภรรยาบ้าง ภรรยามักจะเหนื่อยมากจนไม่เหลืออารมณ์ที่จะหวานชื่นกับสามีได้เหมือนกัน ส่วนสามีกลับอาจคิดว่าเดี๋ยวนี้ภรรยาไม่สนใจตนเหมือนตอนรักกัน ตอนเป็นแฟนกัน หรือตอนแต่งงานใหม่ ๆ (ที่ภาระยังไม่มาก) สามีก็เลยอาจไปหาทางออกอื่น ๆ เช่น ไปเฮฮากับเพื่อน ๆ หรือยิ่งทำงานหนักขึ้นให้เวลาหมดไป ส่วนภรรยาพอเหนื่อยมาก ๆ เข้าอาจเกิดอารมณ์น้อยใจที่สามีไม่ช่วยและไม่สนใจครอบครัว เกิดท้อใจหมดแรง ก็อาจหาทางออกให้คัวเองอีกแบบหนึ่ง เช่น เลิกสนใจสามี สนใจแต่ลูกอย่างเดียว จะยิ่งดูแลลูกใกล้ชิดทุกเรื่องจนลูกอาจจะอึดอัด หรือลูกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทำให้พัฒนาการของลูกไม่ถูกต้อง มีปัญหาได้อีกในอนาคต ภรรยาบางคนอาจทำสิ่งอื่น ๆ เช่น ภรรยาไปติดหวย ไปเล่นการพนัน ไปเข้าสังคมนอกบ้านกลายเป็นสาวสังคมแล้วไม่ดูแลลูกบ้าง หรือภรรยาอาจยิ่งทำงานมากขึ้นคล้ายสามีบางคนได้เช่นกัน ภรรยาอีกกลุ่มหนึ่งจะหันไปทางวัตถุนิยมคือพยายามเอาวัตถุมาชดเชยกับความว้าเหว่ทางจิตใจ โดยใช้เงินทองไปซื้อข้างของเครื่องใช้ เสื้อผ้า เครื่องประดับอย่างมากมาย ที่ผู้เขียนเคยพบคือภรรยาบางคนจะออกเที่ยวกลางคืนเหมือนสามี แล้วทำให้มีปัญหาบุคคลที่สามในชีวิตสมรสได้ทั้งสามีภรรยา ซึ่งทางออกเหล่านี้ล้วนเสี่ยงต่อการเพิ่มปัญหาให้ชีวิต เพราะปัญหาไม่ได้รับการแก้อย่างถูกจุด จึงเลอะเทอะเปรอะเปื้อนกันไปใหญ่ทั้งคู่ การไม่สามารถตอบสนองความต้องการทางจิตใจบางครั้งแสดงออกตั้งแต่ตอนเป็นแฟนกันแล้ว เช่น ตัวอย่างนี้

ตัวอย่างที่ 12 ขัดแย้งตั้งแต่ก่อนแต่งงาน

ผู้ชายมาหาจิตแพทย์เพราะแฟนบอกให้มาหา ถ้ายังต้องการจะแต่งงานกัน เนื่องจากทะเลาะกันตลอดเวลา

ผู้ชายว่าเคยทำร้ายผู้หญิงด้วยแต่นานมาแล้ว 2 ปี หลังไม่เคยทำร้าย แต่ถ้ามีเรื่องสะกิดแม้นิดเดียว ผู้หญิงก็ยังพูดซ้ำ ๆ ถึงเรื่องเดิมที่ถูกทำร้ายโดยฝ่ายชาย คล้ายไม่ยอมลืมเรื่องที่เกิดขึ้นเลย

ผู้หญิงก็ว่าผู้ชายไม่เคยฟังใคร ไม่ชอบให้ตนไปไหน ไม่ยอมให้ตนไปเยี่ยมพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด แม้เมื่อแม่ฝ่ายหญิงมาจากต่างจังหวัดเพื่อเยี่ยมเยียน ฝ่ายชายก็แกล้งพาฝ่ายหญิงไปธุระแล้ววนไปวนมาจนฝ่ายหญิงไปรับแม่ไม่ทัน ผู้ชายจะไม่ยอมรับญาติฝ่ายหญิงเลย นอกจากนั้นก็เชื่อแต่ญาติตัวเองโดยเฉพาะพี่สาวที่ผู้ชายสนิทด้วย แต่ญาติคนอื่นผู้ชายก็ไม่สนใจเหมือนกัน

ครั้งสุดท้าย ทั้งสองคนทะเลาะเรื่องฤกษ์แต่งงาน ญาติผู้ชายบอกไม่มีฤกษ์นานถึง 4-5 ปีข้างหน้า ผู้หญิงโกรธมาก เลยบอกไม่แต่งแล้ว และงดติดต่อกับฝ่ายชาย ผู้ชายก็ร้องไห้อ้อนวอนให้ออกไปตกลงกัน พอออกไปตกลงกันก็ตกลงอะไรกันไม่ได้เลยทะเลาะกันอีก ฝ่ายชายพูด ๆ จนฝ่ายหญิงร้องไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ แทนที่ฝ่ายชายจะปลอบ กลับพูดตะคอกว่า “ร้องเข้าไป ร้องเข้าไป” พอผู้หญิงจะลงจากรถฝ่ายชายก็ไม่ยอมให้ลง ขังผู้หญิงไว้ในรถ ทำให้ฝ่ายหญิงเกิดอาการหายใจหอบถี่อยู่ในรถด้วยความโกรธและเครียดจัด

ฝ่ายหญิงยังว่าครั้งหลังสุดตกลงให้ฝ่ายหญิงหาฤกษ์ แต่พอได้มา ฝ่ายชายก็เอาให้หมอดู ตรวจซ้ำอีก 3 คน ฝ่ายหญิงอยากใส่ชุดแต่งงานสีขาว ญาติฝ่ายชายก็บอกไม่ได้ต้องใส่สีชมพู

ในตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งฝ่ายชายและฝ่ายหญิงไม่มีความเข้าใจ เรื่องความต้องการทางจิตใจ จึงไม่สามารถตอบสนองใจของกันและกันได้ให้มีความสุข ไปติดอยู่แต่เรื่องภายนอกจิตใจ เช่น ฤกษ์แต่งงาน สีของชุดเจ้าสาว เป็นต้น

สรุปแล้วหัวใจของชีวิตคู่ คือ ทั้งสามีและภรรยาต้องตอบสนองความต้องการทางจิตใจของกันและกันต่อเนื่องกันไปหลังแต่งงานกันแล้ว ไม่ใช่ทำเฉพาะช่วงที่จีบกันหรือช่วงที่เป็นแฟนกันเท่านั้น ฉะนั้นพูดง่าย ๆ ก็คือสิ่งที่ท่านเคยทำให้คู่รักรู้สึกชื่นใจ พอใจ มีความสุข จนทำให้เขาตัดสินใจมาใช้ชีวิตร่วมกับท่านนั่นแหละ คือสิ่งที่หัวใจของคนเราต้องการ หลายท่านคงนึกออกว่าช่วงเป็นแฟนกันนั้นกิจกรรมที่ทำกันมีอะไรบ้าง เช่น

       1. การโทรศัพท์คุยกัน ถามความเป็นไปด้วยความสนใจ

       2. การไปพบพูดคุยกันบ่อย ๆ บางครั้งจะใช้เวลาอยู่ด้วยกันนาน ๆ

       3. การพูดจาที่ไพเราะรื่นหู ฟังแล้วสบายใจ ชื่นใจ หัวใจพองโต

       4. การพยายามช่วยเหลืออีกฝ่ายในเรื่องต่าง ๆ เช่น การช่วยติวหนังสือ ช่วยถือข้าวของต่าง ๆ

       5. การหาเวลาไปเที่ยวด้วยกัน ดูหนัง ฟังเพลง ไปศูนย์การค้าและอื่น ๆ

       6. การไปทานอาหารด้วยกันตามลำพังในที่บรรยากาศดี ๆ

       7. การหาของมาฝากกัน การให้ของขวัญวันเกิด

       8. การปกป้องดูแลซึ่งกันและกัน เช่น ฝ่ายชายจะจูงมือฝ่ายหญิงเวลาที่จะข้ามถนน

       9. การแสดงความชื่นชมอีกฝ่ายหนึ่ง เช่น การชมว่า สวย หล่อ เก่ง ฉลาด ใจดี พูดเพราะ อ่อนหวาน เป็นสุภาพบุรุษ/สตรี

       10. บางคู่อาจมีความสัมผัสที่แสดงความรักที่มีต่ออีกฝ่ายหนึ่ง เช่น การจับมือ โอบกอด

ท่านจะเห็นได้ว่ากิจกรรมที่ยกตัวอย่างข้างต้นที่คู่รักมีต่อกันนั้นจริง ๆ แล้ว คือ การแสดงความรัก ความห่วงใย การเอาใจใส่ การช่วยเหลือ การให้เกียรติ การทำให้คู่ของตนรู้สึกตัวเองมีค่าน่าทะนุถนอม เป็นที่ต้องการปรารถนาของอีกฝ่ายหนึ่ง ดังนั้นถ้า คู่สามีภรรยารักษาความรู้สึกดี ๆ ที่มีต่อกันไว้ได้นั่นแหละคือหัวใจของชีวิตคู่

ดังนั้นท่านต้องไม่ลืมที่จะแสดงออกให้คู่ของท่านทราบ หรือไม่ลืมที่จะเอาใจใส่คู่ของท่านตลอดชีวิตเท่าที่โอกาสและเวลาจะอำนวยในทุก ๆ วัน คือในชีวิตประจำวัน อย่ารอจนถึงวันสำคัญ อย่ารอจนมีโอกาสอยู่กันตามลำพังเท่านั้น อย่ารอจนเจ็บป่วยจึงใส่ใจกัน ถ้าท่านทำได้อย่างที่ว่านี้จะเป็นการถนอมรัก จะเป็นเหมือนการรดน้ำพรวนดินต้นรักที่ปลูกร่วมกันให้มีชีวิตชีวาต่อไป หัวใจชีวิตคู่มีเพียงเท่านี้

ตัวอย่างที่ 13 ภรรยารู้สึกตัวเองหมดคุณค่าแล้ว

ภรรยาเป็นเด็กกำพร้า เติบโตมากับป้า และถูกใช้งานเหมือนคนรับใช้ตั้งแต่เล็กจนโต มีความลำบากตรากตรำ งานหนัก ไม่ได้รับความรักความอบอุ่น ป้าเพียงให้อาศัยอยู่และส่งเสียให้เรียนตามที่ต้องการ แต่ไม่มีความใกล้ชิด ป้าไม่เคยแสดงความรักใคร่หรือเอาใจใส่แบบแม่กับลูกที่ควรจะเป็น ภรรยาจึงรู้สึกว้าเหว่เสมอมา

ตอนมาพบสามีซึ่งมีอายุมากกว่าเป็นผู้ใหญ่ ดูเป็นคนจะให้ความอบอุ่นได้อย่างที่ภรรยาต้องการ ภรรยาจึงมีความคาดหวังสูงว่าสามีจะรักใคร่เอาใจใส่ตนซึ่งเป็นสิ่งที่ตนไขว่คว้า โหยหามาตลอดชีวิต

ช่วงแรก ๆ ของการแต่งงานก็มีความสุขดี สามีมีเวลาให้พอสมควร ภรรยาเองก็ยุ่งอยู่กับการเลี้ยงดูลูก 4 คน และทำงานอาชีพเลขานุการของตนด้วย เวลาก็หมดไป พอลูกโตช่วยตัวเองได้หมด ภรรยาก็ว่างขึ้น และได้ออกจากงานมาทำอาชีพส่วนตัว เพราะงานเลขานุการหนักเกินไป และตัวเองก็เริ่มมีความเจ็บป่วยต้องหาหมอบ่อย ๆ และรูปร่างได้เปลี่ยนไปมาก จากยาที่รักษาโรคภูมิแพ้หอบหืดที่จำเป็นต้องใช้ประจำเพื่อควบคุมอาการของโรค ทำให้ภรรยารู้สึกว่าตัวเองไม่สวยไม่สาวเหมือนเมื่อก่อน แต่สามีกลับมีตำแหน่งการงานสูงขึ้น งานมากขึ้น ต้องต้อนรับแขกต่างประเทศบ่อยครั้ง ต้องไปประชุมต่างประเทศบ่อย ๆ ซึ่งภรรยาเองเดินไม่ค่อยไหว ข้อเท้าและเข่าไม่ดี เดินเร็วไม่ไหว เคยไปแล้วเดินไม่ทันกลุ่ม สามีก็เดินไม่รอภรรยา ภรรยาเลยโกรธและน้อยใจ จึงไม่ยอมไปด้วยอีก

นานเข้าภรรยาเกิดความหวาดระแวงว่าสามีมีผู้หญิงอื่น เพราะสามีชอบไปเล่นกอล์ฟและในกลุ่มจะมีผู้หญิงและแคดดี้สาว ๆ ด้วย สามียืนยันว่าไม่มีผู้หญิงอื่น ภรรยาก็ไม่เชื่อ เกิดความรู้สึกโกรธแค้นที่กอล์ฟทำให้สามีทิ้งครอบครัวไป และยังไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น จึงเกลียดกีฬากอล์ฟมาก ทุกครั้งที่สามีจะไปตีกอล์ฟ จึงทะเลาะกัน ภรรยาควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ในระยะหลังจากที่ถึงวัยทองแล้วอารมณ์แปรปรวนด้วยจึงถึงกับทำลายไม้กอล์ฟ เอาไม้กอล์ฟฟาดรถสามีเสียหาย เห็นสามีดูกีฬากอล์ฟในทีวีก็ทะเลาะกัน ทำลายข้าวของในบ้าน จนลูก ๆ เครียดมาก

ลูกคนหนึ่งถึงกับโกรธแม่ที่อาละวาดด่าทอ เสียงดังอายเพื่อนบ้าน ลูกหาว่าแม่เป็นบ้า ไม่ยอมพูดกับแม่เลย ซึ่งแม่ก็เสียใจว่าลูกไม่ยอมรับแม่อีก บางครั้งสามีเหลืออดก็ว่าภรรยาแรง ๆ เช่น ภรรยาตะโกนอาละวาด เสียงดัง จนสุนัขตกใจวิ่งหนี สามีก็ว่า “อย่างเธอหมายังไม่เอาเลย” ภรรยายิ่งช้ำใจมาก ฝังใจกับคำบาดใจนี้อย่างมาก จะพูดซ้ำ ๆ ว่าสามีพูดอย่างนี้ เพราะตนหมดความหมายแล้ว ไม่สาวไม่สวยแล้ว มัวแต่เลี้ยงลูกดูแลบ้านให้สามี ไม่มีความดีอีกต่อไป ไม่มีความหมายอีกแล้ว

ภรรยารู้สึกว่าสามีก็ไม่ยอมรับ ลูกก็ไม่ยอมรับ รู้สึกเจ็บปวดมาก ยิ่งทำให้อารมณ์รุนแรง บางครั้งทะเลาะกันควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ภรรยาถึงกับเอาปืนออกมาไล่ยิงสามี

ภรรยาพึ่งพิงสามีในแง่เป็นผู้ให้ความสุข ไม่ใช้แนวคิดว่าตนสามารถหาความสุขด้วยตนเองได้ เพราะไม่ขัดสนเรื่องเงินทอง ไม่มีภาระและมีอิสระมากขึ้นจากลูกโตหมดแล้ว ภรรยากลับแก้ปัญหาผิดทางด้วยการไปขอสุนัขขนาดใหญ่มากมาเลี้ยงตัวหนึ่งเพื่อแก้แหงา ทำให้ยิ่งเพิ่มปัญหา เพราะลูก ๆ ไม่ชอบและอิจฉาสุนัขตัวนี้ เพราะแม่สนใจแต่สุนัขอย่างหมกมุ่น เช่น ไปไหนด้วยกันตลอด ให้สุนัขนอนเตียงเดียวกับแม่ แม่จะไปทุ่มเทให้เวลากับสุนัขตัวนี้อย่างมาก สุนัขตัวนี้จึงกลายเป็นตัวกีดกันความสัมพันธ์ระหว่างสามีภรรยา และกั้นความสัมพันธ์ระหว่างแม่กับลูกให้ยิ่งห่างเหินออกไปอีก

ภรรยามีความต้องการทางจิตใจ คือต้องการความรักจากสามี ต้องการให้สามีเอาใจบ้าง ให้ความสนใจ ให้ความสำคัญ ตลอดจนความรักจากลูก ๆ ในกรณีนี้เงินทองที่มีไม่สามารถจะซื้อหาความต้องการได้ มีทางเดียวที่จะช่วยได้คือภรรยาต้องเรียนรู้ที่จะรักตัวเอง ดูแลตัวเองให้ดี โดยคือหันมารับผิดชอบต่อทุกข์สุขของตัวเอง ทำให้ตัวเองเป็นสุข ไม่ต้องรอให้คนอื่นมาทำให้เป็นสุขจะดีที่สุด

********************************************

จบตอนที่ 1 ตอนต่อไปพบกับ หัวใจของชีวิตคู่ตอนจบ เรื่อง น้ำผึ้งพระจันทร์เริ่มขม

ข้อมูลจาก : ติวเข้ม เต็มรัก ชีวิตคู่ หน้า 59-82 โดย ศ.พญ. นงพงา ลิ้มสุวรรณ คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

2 ธันวาคม 2547

By ศ.พญ. นงพงา ลิ้มสุวรรณ คณะแพทย์ศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

Views, 12953