ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

เรื่องเด่นด้านการแพทย์ประจำปี 2003

เรื่องเด่นด้านการแพทย์ประจำปี 2003

โดย. ศ.นพ.อดุลย์ วิริยเวชกุล จากสรรพสาร วงการแพทย์

บอกเล่าเก้าสิบ : หน้า 17

เรื่องที่นำมาเสนอเป็นบทความวันนี้ แม้จะเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับวงการสุขภาพจิตโดยตรง แต่ก็เป็นข้อมูลข่าวสารที่สำคัญด้านการแพทย์ ซึ่งทางคณะ DMH Staff เห็นว่าเป็นเรื่องจำเป็นที่จะแจ้งให้ทราบ

อนึ่งในปีหนึ่งๆ มีประชาชนหลายท่านต้องสิ้นเปลืองเงินทองกับค่าใช้จ่ายเพื่อซื้อวิตามินเสริมจากต่างประเทศมากมาย เพื่อป้องกันโรคหลายโรค หนึ่งในนั้นที่จะขอกล่าวถึงก็คือโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งจัดเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งที่ WHO เสนอรายงานและเผยแพร่มาแล้วนั้น ทำให้หลายคนพยายามที่จะป้องกันโรคดังกล่าวโดยการรับประทานวิตามินเสริม ซึ่งในอีกมุมมองหนึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรก็เป็นได้ ข้อมูลที่จะนำเสนอต่อไปนี้เป็นข่าวสารที่สำคัญที่จะช่วยผ่อนคลายความกังวลของคนที่ไม่มีโอกาสที่จะหาวิตามินเหล่านั้นมาเสริมป้องกันโรคได้

เรื่องเด่นด้านการแพทย์ประจำปี 2003(7)

บอกเล่าเก้าสิบฉบับนี้ ขอเสนอเรื่องเด่นด้านการแพทย์ปี ค.ศ. 2003 เป็นตอนที่ 6 ต่อจากฉบับที่แล้ว บทความนี้ผู้เขียนได้นำมาจากวารสาร WATCH ที่ได้มีการคัดเลือกเรื่องเด่นด้านการแพทย์ในปี ค.ศ. 2003 ที่ผ่านมา โดยคณะบรรณาธิการได้จัดทำเรื่องเด่นด้านการแพทย์ปี ค.ศ. (Top Medical Story 2003) และพิมพ์เผยแพร่ในวารสารฉบับนี้หลังปีใหม่ คณะผู้จัดทำได้แถลงว่า การจัดทำเรื่องเด่นด้านการแพทย์นั้น ได้พยายามจัดทำโดยมุ่งหมายเพื่อให้ได้สมดุลระหว่างสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการบริบาล ปฐมภูมิ, การศึกษาที่ยอมรับว่ามีความก้าวหน้าที่มีความสำคัญ และความแพร่หลายในสื่อสาธารณะ ตลอดจนเรื่องที่สาธารณชนตระหนักว่าเป็นข่าวด้านการแพทย์ที่น่าสนใจ

เรื่องเด่นด้านการแพทย์ที่คณะบรรณาธิการวารสารฉบับนี้ได้คัดเลือกมา อาจจะเป็นเพียงการศึกษาที่มีความสำคัญที่เป็นการศึกษาเดี่ยว หรือเป็นกลุ่มของการศึกษาหลายๆ การศึกษา แต่เรื่องเด่นการแพทย์ทั้งหมดนี้ ได้ตีพิมพ์ในวารสาร ด้านการแพทย์ต่างๆ ในปี ค.ศ. 2003 เป็นส่วนใหญ่ โดยย่อยเฉพาะส่วนที่สำคัญๆ ต่อจากตอนที่แล้ว มีดังต่อไปนี้

เรื่องที่ 8 วิตามิน : ความผิดหวัง และความหวัง

ความผิดหวัง

การกินอาหารที่มีวิตามินสูงมีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่ประโยชน์ของการกินวิตามินเสริมก็ยังมีความขัดแย้งกันอยู่ ในปี ค.ศ. 2003 ผลการศึกษาใหม่ๆ ได้ให้ผลทั้งที่เป็นความผิดหวังและที่เป็นความหวัง

เบต้า-แคโรทีน ได้รับการชักนำให้เชื่อว่า อาจจะมีผลในการป้องกันโรคหัวใจ ในการศึกษาแบบเมตะ-อะนาลัยสิส ที่ได้รวมการศึกษาทดลองแบบมีการสุ่มจำนวน 8 การศึกษา ที่มีผู้ถูกทดลองจำนวน 138,000 ราย ที่ได้มีการติดตามเป็นเวลานานสูงสุดถึง 6 ปี

คณะนักศึกษาวิจัยได้พบว่าการกินเบต้า-แคโรทีนเสริมให้ผลทำให้อัตราตายโดยรวมเพิ่มขึ้น (ร้อยละ 7.4 ต่อร้อยละ 7.0) และอัตราตายจากโรคหัวใจ และหลอดเลือดก็สูงขึ้นด้วย

(ร้อยละ 3.4 ต่อร้อยละ 3.1)

ในเอกสารที่ตีพิมพ์ฉบับเดียวกันนี้ ก็ได้มีการประเมินผลการกินวิตามิน อี เสริม โดยวิธีเมตะ-อะนาลัยสิส ที่ได้รวมการศึกษาทดลองที่มีการสุ่มจำนวน 7 การศึกษา และมีผู้ทดลองจำนวน 82,000 ราย ผลการศึกษาวิจัยพบว่าวิตามิน อี เสริม และยาหลอก มีผลร่วมกันกับอัตราตายจากสาเหตุรวม และจากโรคหัวใจ และหลอดเลือดที่เหมือนๆ กัน

ต้นตอของความขัดแย้งอีกเรื่องหนึ่งที่มีอยู่ในขณะนี้ก็คือ ความเชื่อมโยงระหว่างโฮโมศิสเตอีนกับวิตามินบี (homocysteine/B vitamin connection) ในการศึกษาทดลองกับผู้ป่วยนอกที่มาพบตามลำดับ จำนวน 593 ราย ที่เป็นโรคหลอดเลือดแดงโคโรนารีย์

คณะนักศึกษาวิจัยพบว่า การให้กรดโฟลิกเสริม ไม่ได้ทำให้ลดอัตราการติดตามผลที่มีเวลานานเฉลี่ย 24 เดือน อย่างไรก็ดีการศึกษานี้มิได้มีการทำให้บอดและขนาดของกรดโลิกที่ใช้ก็เป็นขนาดต่ำ (0.5 มิลลิกรัมต่อวัน) และระดับของโฮโมศีสเตอีน ก็ลดลงเพียงร้อยละ 18 จากผลของการศึกษาขนาดใหญ่อื่นๆ ที่ได้แสดงว่า ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลันลดลงในผู้ป่วยที่กินอาหารที่มีปริมาณกรดโฟลิกสูง และการให้กรดโฟลิกเสริมในขนาดสูงก็ลดอัตราการตีบซ้ำภายหลังการทำให้มีการไหลเวียนของเลือดซ้ำ (revascularization) ซึ่งการตัดสินในเรื่องนี้ก็ยังคงต้องรอกันต่อไป

จากผลการศึกษาทดลองที่เกี่ยวกับวิตามินที่ค่อนข้างผิดหวัง คณะทำงานระบบบริการป้องกันแห่งสหรัฐอเมริกา (The U.S> Precentive Service Task Force) ได้สรุปว่าในปี ค.ศ. 2003 นี้ ยังไม่มีหลักฐานที่พอจะให้คำแนะนำได้ว่า การให้กินอาหารเสริมที่เป็นวิตามินเอ ซี หรือ อี มัลติวิตามินที่มีกรดโฟลิก หรือส่วนผสมแอนติอ็อกซิแดนซ์ ว่าสามารถไปลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด นอกจากนี้คณะทำงานระบบป้องกันแห่งสหรัฐอเมริกา (The U.S> Precentive Service Task Force) ยังได้กล่าวด้วยว่า เบต้า-แคโรทีนอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดและต่ออัตราตายของสาเหตุรวมในบรรดาผู้สูบบุหรี่อีกด้วย

ในส่วนที่มีความหวัง

วิตามิน ดี เสริม (ขนาดกิน 100,000 หน่วย ทุกๆ 4 เดือน) ที่ได้ให้การศึกษาทดลองที่มีการสุ่มในผู้สูงอายุจำนวน 2,686 ราย (พิสัยอายุ 65-85 ปี) ในช่วงเวลาการติดตาม 5 ปี กลุ่มที่ได้รับการศึกษามีอาการกระดูกหักน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุม (ความเสี่ยงสัมพันธ์เท่ากับ 0.78) นอกจากนั้นยังพบว่าการให้วิตามินเสริมไม่มีผลเสียที่สังเกตให้เห็นได้ผลกระตุ้น (provocative results) ที่ได้รายงานจากการศึกษาทดลองประเภทสุ่ม ระยะเวลา 1 ปี ที่ให้ยาวิตามินรวมแก่ผู้ถูกทดลองจำนวน 158 ราย ในกลุ่มผู้ร่วมทดลองที่อายุต่ำกว่า (อายุต่ำกว่า 65 ปี) ผู้ที่ได้รับวิตามินรวมรายงานว่า มีการติดเชื้อน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับยาหลอก (ความเสี่ยงสัมพันธ์เท่ากับ 0.6) ในบรรดาผู้ที่เป็นเบาหวานจำนวนไม่มาก ปรากฎว่ากลุ่มที่ได้รับวิตามินรวมมีอัตราการติดเชื้อต่ำลงอย่างมาก (ความเสี่ยงสัมพันธ์เท่ากับ 0.2) ผลต่างๆ ดังกล่าวทั้งหมดข้างต้นนี้ จำเป็นต้องมีการศึกษาซ้ำในการศึกษาที่ต้องมีขนาดใหญ่กว่า

*******************************************

ข้อมูลจาก: จากสรรพสาร วงการแพทย์ บอกเล่าเก้าสิบ : หน้า 17 โดย. ศ.นพ.อดุลย์ วิริยเวชกุล "

15 ธันวาคม 2547

By ศ.นพ.อดุลย์ วิริยเวชกุล

Views, 3474