ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ขัดแย้งเรื่องเลี้ยงลูก(ตอนที่ 2)

ขัดแย้งเรื่องเลี้ยงลูก(ตอนที่ 2)

โดย ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ คณะแพทย์ศาสตร์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี
ข้อมูลจาก ติวเข้ม เต็มรัก ชีวิตคู่ หน้า 185-194

      3. ปัญหาแม่สนใจแต่ลูก ไม่สนใจพ่อเลยหลังมีลูก

ธรรมดาแล้วผู้หญิงจะมีสัญชาตญาณความเป็นแม่สูงโดยธรรมชาติคือจะมีความรู้สึกรักและจะปกป้องลูกมาก แม่สามารถเสียสละและทุ่มเทแรงกายแรงใจให้ลูกได้อย่างไม่มีขอบเขต จนบางครั้งในชีวิตของความเป็นแม่จะรู้สึกว่าลูกคือทุกสิ่งทุกอย่าง แม่หายใจเข้าออกเป็นเรื่องลูกเสียหมด พูดคุยกับใครจะพูดถึงแต่ลูก ไปไหนซื้อของก็นึกถึงแต่ลูก ความรู้สึกทั้งหมดนี้ในบางคนถึงขั้นลืมสามีไปเลย ทำให้ความสัมพันธ์หรือสายใยผูกพันระหว่างสามีภรรยาหย่อนยานลงไป

สามีเองอาจรู้สึกถูกภรรยาทอดทิ้งหรือทิ้งขวาง รู้สึกตัวเองหมดความสำคัญสำหรับภรรยาไปแล้ว ถ้าสามีเป็นคนที่มีวุฒิภาวะดีก็จะไม่เกิดปัญหาคือสามีอาจหันไปทุ่มเททำงานและดูแลตัวเองให้มีความสุขได้ ส่วนสามีที่มีวุฒิภาวะไม่ดีเท่าไหร่ จิตใจลึกๆ จะเกิดความไม่พอใจลูกที่มาแย่งความรักความสนใจจากภรรยาไปหมด เกิดความรู้สึกแข่งขัน หรือ “อิจฉา” ลูกได้โดยไม่รู้สึกตัว

ลูกเองสามารถรู้สึกได้ถึงความไม่ชอบใจของพ่อ ลูกจึงเกิดความรู้สึกเกรงๆ เลยทำตัวห่างๆ พ่อไว้ ทำให้ในบ้านมีสองค่ายเกิดขึ้นเหมือนกัน คือค่ายระหว่างพ่อแม่และลูกๆ กับพ่อผู้โดดเดี่ยวแม่ในลักษณะนี้ จะไม่ใช้เวลาเพื่อที่จะได้อยู่กับพ่อตามลำพังสองคน ทำให้ชีวิตสามีภรรยาหมดไป เช่น แม่จะไม่ไปไหนกับพ่อสองคนเลยไปไหนต้องมีลุกไปด้วยตลอดทุกครั้ง ในห้องนอนพ่อแม่ลูกจะเข้ามานอนรวมกันหมด ลูกไม่ยอมแยกห้องนอนออกไปไม่ว่าจะโตแค่ไหน บางครั้งลูกถึงกับตั้งใจกีดกัน ไม่ยอมให้พ่อแม่ได้คุยกันตามลำพังเลย ลูกจะครอบครองไม่ไว้ตลอดเวลา

ถ้าผู้เป็นแม่ไม่เข้าใจและไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้ปล่อยให้ครอบครัวเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ย่อมไม่เป็นผลดีกับทุกคนในครอบครัว ลูกจะไม่สามารถพัฒนาไปตามวัย โดยมีทั้งพ่อและแม่เป็นแบบอย่างให้ลูก จะมีแม่เป็นแบบอย่างเท่านั้น ทำให้ไม่เกิดความสมดุลในจิตใจโดยเฉพาะลูกชาย ถ้าไม่สามารถรู้สึกภาคภูมิใจในพ่อของตัวเองแล้ว ลึกๆ ในใจลูกอาจขาดความมั่นใจในความเป็นชายของตัวเองด้วย เพราะลูกรู้อยู่แก่ใจว่าว่าตัวเขามาจากพ่อครึ่งหนึ่ง หรือพูดแบบภาษาชาวบ้านคือ ตัวเขามีเลือดพ่ออยู่ครึ่งหนึ่งด้วย ส่วนแม่เองบางครั้งจะไม่มีชีวิตเป็นของตัวเอง จะหมกมุ่นอยู่แต่เรื่องลูก พอลูกโตจะมีแฟนก็อาจจะเกิดอาการหวงลูกมาก เพราะแม่ต้องการมีชีวิตเกาะติดกับลูกต่อไป คือคราวนี้จะกลับกันคือ แม่อยากจะครอบครองลูกต่อไป ลูกเลยไม่สามารถเป็นตัวของตัวเอง จึงอาจเป็นการสร้างปัญหาในรุ่นลูกต่อไปอีกทอดหนึ่ง

      4. ปัญหาญาติเข้ามาก้าวก่ายการเลี้ยงลูก

มักจะเกิดขึ้นในคู่สามีภรรยาที่แต่งงานแล้วไม่ได้แยกครอบครัวออกไปอยู่ต่างหาก ยังอยู่กับพ่อแม่ของสามีหรือภรรยา อำนาจสูงสุดของการปกครองจึงไม่มี เพราะทั้งคู่ไม่ได้มีอาณาจักรเป็นของตัวเอง เวลามีลูกปู่ย่าตายายมักจะรักหลานมากจึงคอยตามใจหลานต่างๆ นานา จนพ่อแม่ไม่สามารถอบรมสั่งสอนได้ตามต้องการ เพราะปู่ย่าตายายจะไม่ยอมให้ทำโทษ พ่อแม่ไม่ซื้ออะไรให้ หลานก็สามารถมาอ้อนเอาจากปู่ย่าตายาย ลูกจึงไม่เชื่อฟังพ่อแม่ซึ่งทำให้พ่อแม่หนักใจมากว่าลูกจะเสียคน

ตัวอย่าง มีพ่อแม่พาลูกชายอายุ 2-3 ขวบ มาปรึกษาจิตแพทย์เด็กว่าจะทำอย่างไรดี เพราะลูกก้าวร้าวมาก เวลาไม่ได้ดั่งใจจะร้องดิ้นลงกับพื้น ฟาดมือ ฟาดเท้า ขว้างปาข้าวของซ้ำยังเริ่มพูดคำหยาบคายกับพ่อแม่ หนักเข้าเวลาไม่ได้ดั่งใจจะเอาหัวโขกข้างฝาหรือโขกกับพื้น หรือตรงข้ามทุบตีผู้ใหญ่ที่ขัดใจเหตุที่เป็นแบบนี้เพราะพ่อแม่ปลูกบ้านอยู่ใกล้กับบ้านปู่ย่า ปู่รักเด็กมากเพราะเป็นหลานคนแรก ปู่เองเพิ่งเกษียณว่างงานจะคอยแย่งเอาหลานจากพ่อแม่มาดูแลเอง ปู่ตามใจหลานทุกอย่าง หลานจึงติดปู่ แม้ก้าวร้าวกับปู่ ปู่กลับมองเป็นเรื่องน่าเอ็นดู บอกว่าหลานยังเล็กอยู่โตขึ้นรู้ความจะดีเอง ปู่ยอมให้หลานขี่คอระหว่างขี่คอจะดึงผมปู่ บางครั้งจะแกล้งฉี่รดปู่ บางครั้งก็ทุบดีปู่ด้วย ปู่เป็นช่างเก่า ลงทุนติดโทรทัศน์วงจรปิดมายังบ้านลูกชายเพื่อจะได้เห็นหลานเวลากลางคืนที่อยู่กับพ่อแม่ มีอยู่ครั้งหนึ่งหลานไม่สบาย พ่อแม่ต้องบังคับป้อนยาให้เพราะเด็กไม่ยอมกินยา ปู่พอเห็นหลานถูกบังคับร้องไห้ถึงกับวิ่งมาบ้านลูกชาย เอาหลานไปและบอกว่าไม่ต้องกินแล้วยา เพราะไม่อยากขัดใจหลานยอดดวงใจ พ่อแม่จึงเห็นว่าลูกถ้าจะเสียคนแน่ถ้าเป็นแบบนี้ จึงมาปรึกษาแพทย์ แพทย์เองก็จนปัญญาเพราะตามใดที่ยังอยู่ด้วยกันแบบนี้และปู่เป็นใหญ่แบบนี้ รวมทั้งปู่ไม่เชื่อใครทั้งนั้น แม้แพทย์จะแนะนำคงไม่ฟัง มีทางเดียวคือต้องแยกออกมาอยู่ให้ไกลปู่ ซึ่งพ่อแม่บอกว่าปู่ไม่ยอมเด็ดขาด ถ้าจะแตกหักกันก็สงสารปู่เหมือนกัน

ในกรณีที่เล่านี้ถ้าสามีภรรยาไม่มีความเข้าใจกันหรือไม่มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันอย่างเหนียวแน่นแล้ว อาจกล่าวโทษกันไปมาจนทะเลาะบาดหมางกันได้ เช่น ภรรยาอาจต่อว่าสามีว่าควรจะแยกออกไปอยู่ต่างหากตั้งแต่ตอนจะแต่งงานแล้ว ถ้าเชื่อตนตั้งแต่แรกก็จะไม่เกิดปัญหาแบบนี้ นี่จะแยกไปตอนปู่ติดหลานยิ่งทำได้ลำบากมากยิ่งขึ้น ส่วนสามีซึ่งวิตกกังวลเรื่องลูกจะเสียคนอยู่แล้วมาโดนภรรยาตำหนิอีก อาจยิ่งโมโหตัวเองที่ตัดสินใจผิดที่ไม่น่าไปใจอ่อนกับพ่อ เพราะรู้อยู่แล้วว่าพ่อเป็นคนที่ถือตัวเองเป็นใหญ่ พ่อไม่เคยเชื่อฟังใครเลย ความหงุดหงิดอาจทำให้ทะเลาะกับภรรยาว่า แทนที่จะช่วยกันคิดแก้ปัญหากลับมาซ้ำเติมกันอีก ทั้งคู่จึงอาจโกรธกันได้

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีความต้องการหาความรู้เพิ่มเติมเรื่องวิธีเลี้ยงลูกที่เหมาะสมถูกต้อง ขอแนะนำให้อ่านได้หนังสือชื่อ “เลี้ยงลูกถูกวิธี ชีวีเป็นสุข” ของผู้เขียนประกอบ

*******************************************

ข้อมูลจาก: ข้อมูลจาก ติวเข้ม เต็มรัก

27 ธันวาคม 2547

By ศ.พญ.นงพงา ลิ้มสุวรรณ คณะแพทย์ศาสตร์ ภาควิชาจิตเวชศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

Views, 3998