ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ความเครียด..บางอย่างที่คุณควรรู้(1)

ความเครียด...บางอย่างที่คุณควรรู้ (1)

นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์

ข้อมูลจาก ตำราจิตเวชศาสตร์ (สำหรับประชาชน)

ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมาได้มีผู้พูดถึงความเครียดมากขึ้น ดูเหมือนว่าพวกเราทุกคนจะเครียดกันไปหมด นอกจากเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง หรือเรื่องการงานแล้ว ยังจะมีปัญหาของลูก หลาน ที่ต้องเผชิญกับความรุนแรงในสังคมหรือยาเสพติดที่แพร่หลายอยู่ในทุกวันนี้

ในทางวิชาการ ความเครียดหมายถึงปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจ ที่มีต่อสิ่งที่มากระตุ้น ซึ่งคำว่าปฏิกิริยาก็ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าส่วนใดส่วนหนึ่ง อาจจะเป็นการตอบสนองของร่างกายบางส่วน เช่น ปวดหัว หัวใจเต้นแรง เหงื่อออก หรือเป็นความรู้สึกกระวนกระวาย และสิ่งที่มากระตุ้นหรือสิ่งเร้าที่จะทำให้เกิดความเครียดก็แตกต่างกันไปในแต่ละคน

ว่ากันว่ามนุษย์รู้จักความเครียด ครั้งแรกก็เมื่อตื่นนอนเดินออกจากถ้ำที่พักในตอนเช้าแล้วมาเจอเสือเขี้ยวดาบยืนแสยะยิ้มรออยู่ปากถ้ำ (สมมุติว่าก่อนหน้านั้นไม่เคยเจออะไรที่น่ากลัวเท่านี้มาก่อน) ปฏิกิริยาของบรรพบุรุษของเรา ท่านนั้นก็อาจจะออกมาได้สองแบบ คือ วิ่งเข้าต่อสู้กับเจ้าเสือเขี้ยวดาบนั้นด้วยมือเปล่าหรือกระบอง (ถ้ามี) หรือวิ่งหนีเข้าถ้ำ ไปแอบจนกว่าเจ้าเสือจะผ่านไป ความอกสั่นขวัญแขวนที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดความกลัว จนไม่กล้าออกไปล่าสัตว์อีกต่อไป ก็กลายมาเป็นต้นแบบของโรคประสาทชนิดหนึ่ง ของลูกหลานมนุษย์ในเวลาต่อมา

ผู้เขียนบอกว่า “ความเครียด” เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตของพวกเราก็คงฟังแปลกออกไป เพราะดูเหมือนว่าในขณะนี้ พวกเราพยายามหาวิธีที่จะลดความเครียดให้เหลือน้อยที่สุด แต่ถ้าปราศจากความเครียดแล้ว ชีวิตของมนุษย์คงจะลดสีสันและน่าเบื่อ ความเครียดเหมือนกับผงชูรสที่เพิ่มรสชาดให้กับชีวิต เป็นสิ่งที่ท้าทายในการดำรงอยู่ของพวกเราทุกคน ความเครียดที่มากและติดต่อกันนานเกินไปต่างหากที่จะมีผลร้ายต่อร่างกายและจิตใจของเรา เพราะฉะนั้นจึงมีบางอย่างที่เราควรรู้เกี่ยวกับความเครียดสักห้าประการ คือ

ประการแรก คนทุกคนจะเครียดเหมือนๆ กัน เมื่ออยู่ในภาวะเดียวกัน ซึ่งเป็นความเข้าใจผิด คนเราจะมีปฏิกิริยาต่อความเครียดแตกต่างกันออกไป แม้จะอยู่ในสถานการณ์แบบเดียวกัน ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ นักเรียนที่ฟังการประกาศผลสอบเอนทรานซ์ ในคนที่สอบไม่ได้เหมือนๆ กัน ทุกคนจะรู้สึกเสียใจผิดหวัง แต่ปฏิกิริยาต่างกัน บางคนเฉยๆ บางคนร้องห่มร้องไห้ บางคนหลบหน้าเพื่อนฝูงเพื่อขอเวลาทำใจ และในบางคนอาจจะซึมเศร้ามากจนคิดฆ่าตัวตายก็มี

ประการที่สอง ความเครียดเป็นสิ่งที่ไม่ดี ความคิดที่ว่าไม่มีความเครียดเลยจะดีที่สุดเป็นความคิดที่ยังไม่ถูกต้องทีเดียวนัก ความเครียดต่อมนุษย์เปรียบได้กับความตึงที่เราขึงสายไวโอลิน ถ้าขึงหย่อนหรือตึงไปก็จะทำให้เสียงไวโอลินผิดเพี้ยนไป ความเครียดอาจจะเป็นอุปสรรคหรือเพิ่มสีสันให้กับชีวิตจะขึ้นอยู่กับวิธีที่เรา “จัดการ” กับมันมากกว่า

ประการที่สาม ไปที่ไหนก็มีแต่ความเครียด จะทำอะไรได้ มีผู้ที่คิดเช่นนี้มากมายแต่มันไม่เป็นเช่นนั้น ถ้าเรารู้จักคิดและวางแผนในการจัดการรับความเครียดไม่ให้มาท่วมท้นเรา การจัดลำดับความเครียด จากน้อยไปหามากและค่อยๆ แก้ปัญหาไปตามความยากง่ายของต้นเหตุที่ทำให้เราเครียด ถ้าเราไม่จัดการกับความเครียด ไม่สามารถจัดลำดับชั้นความเครียดได้ จะทำให้ปัญหาทุกอย่างใหญ่เท่า ๆ กัน และดูเหมือนจะมีความเครียดไปทุกแห่งจนแก้ไขอะไรไม่ได้

ประการที่สี่ วิธีคลายเครียดที่เป็นยอดนิยมเป็นวิธีที่ดีที่สุด สำหรับเราเช่นเดียวกัน ไม่มีวิธีคลายเครียดแบบใดที่จะใช้ได้ผลกับทุกๆ คน วิธีดำเนินชีวิตของเราแตกต่างกัน พบสภาพปัญหาที่แตกต่างกัน ดังนั้นวิธีแก้ปัญหาของเรา จึงแตกต่างกันไป วิธีคลายเครียดที่ใช้ได้ผลกับคน ๆหนึ่ง อาจไม่ได้ผลกับเรามากนัก ควรใช้วิธีคลายเครียดหลายๆ อย่างเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรา

ประการที่ห้า ถ้าไม่มีอาการทางกายแปลว่าไม่เครียด ตามความเป็นจริงแล้วการไม่มีอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ใจสั่น ไม่ได้หมายความว่าเราไม่มีความเครียด บางคนอาจใช้ยาเพื่อลดอาการทั้งทางร่างกายและจิตใจลงไปได้ แต่ยังมีความเครียดอยู่ บางคนอาจจะพูดว่าไม่เคยเครียด หรือเป็นคนไม่เครียดตลอดชีวิต ดูจะเป็นความสามารถเฉพาะตัวที่ยากจะลอกเลียนแบบได้

ถ้าท่านคิดว่าท่านมีความเครียดและต้องการ “จัดการ” กับความเครียดอาจทำได้โดยการศึกษาหาความรู้จากหนังสือ สื่อต่างๆ หรือทางโทรทัศน์ ฮอตไลน์ของทั้งรัฐและเอกชน เช่น หมายเลข 1667 ของกรมสุขภาพจิต หรือทางพูดคุยกับผู้ที่คิดว่าจะช่วยเหลือท่านได้

พบกับความเครียด..บางอย่างที่คุณควรรู้(2) ในตอนต่อไป

***********************************************

เอกสารอ้างอิง: จิตเวชศาสตร์สำหรับประชาชน. เชียงใหม่: โรงพิมพ์นันทพันธ์, 2542.

Posted by DMH Staff.

28 ธันวาคม 2547

By นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์

Views, 6398