ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ผลจากคลื่นยักษ์สึนามิ (Tsunami)กับจิตใจ

ผลจากคลื่นยักษ์สึนามิ (Tsunami)กับจิตใจ

โศกนาฎกรรมที่เกิดขึ้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ฝั่งตะวันตกของประเทศไทย กับการเผชิญเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิ (Tsunami) ซัดเข้าฝั่งทำลายชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวไทย (รวมถึงชาวต่างประเทศอีกหลายประเทศที่เผชิญเหตุการณ์เดียวกันนี้) อย่างมากมายมหาศาลที่ไม่อาจประเมินค่าความเสียหายได้ (ข้อมูลล่าสุดเมื่อเช้า 28 ธันวาคม 2004 เวลา 6.45 น. รวมทุกประเทศที่ประสบภัยพิบัติครั้งนี้ ตัวเลขผู้เสียชีวิต อยู่ที่ 23,263 ผู้บาดเจ็บ 7,218 คนเข้าไปแล้ว โดยขณะนี้ตัวเลขขณะนี้ยังไม่นิ่ง หมายความว่ายังสามารถเพิ่มได้อีกเมื่อการค้นหาผู้เสียชีวิตยังไม่สิ้นสุด) โดยคลื่นยักษ์นี้ซัดเข้าฝั่งเมื่อตอนสายของวันที่ 26 ธันวาคม 47 หลังเกิดแผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา ซึ่งห่างออกไปประมาณกว่า 400 กิโลเมตร โดยคลื่นซัดเข้าฝั่งทำลายความเสียหายเป็นวงกว้างไปทั่วโลก และอย่างยับเยินกับพี่น้องชาวไทย จนถึงวันนี้คือวันที่ 28 ธันวาคม 2547 ถ้านับแล้ว ก็ย่างเข้าวันที่ 3 ของการเกิดเหตุการณ์โศกนาฎกรรมนั้น กรมสุขภาพจิตขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับญาติผู้สูญเสียชีวิต มา ณ.ที่นี้ด้วย

ส่วนผู้เผชิญกับเหตุการณ์หลายท่านที่ยังมีชีวิตอยู่จะประสบกับปัญหาสุขภาพจิตชนิดหนึ่งที่เรียกทางจิตวิทยาว่า “ความเครียดที่เกิดจากการสูญเสียหรือบาดแผลทางใจ: Post traumatic stress disorder (PTSD)” วันนี้กรมสุขภาพจิตขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับภาวะดังกล่าวนี้ เพื่อเป็นข้อมูลและเป็นแนวทางสำหรับญาติและผู้ใกล้ชิดในการดูแลข่วยเหลือผู้ประสบภัยที่เผชิญกับเหตุการณ์และเกิดภาวะดังกล่าว ดังนี้

ความหมาย :

ความเครียดที่เกิดจากการสญเสียหรือบาดแผลทางใจ Post traumatic stress disorder (PTSD) หมายถึง ภาวะเครียดที่เกิดจากต้องเผชิญกับเหตุการณ์ใดๆก็ตามที่ทำให้เกิดการสูญเสียหรือการเปลี่ยนแปลงอย่างมากมาย เช่นเหตุการณ์ภัยพิบัติคลื่นยักษ์สึนามิส์ ที่กล่าวตอนต้น และทำให้เกิดอาการแสดงทางร่างกายและจิตใจ มีอาการวิตกกังวลเป็นประจำ และจะหวนนึกถึงเหตุการณ์ซ้ำๆเกิดภาวะซึมเศร้า ร้ายแรงอาจถึงการหาทางออกด้วยการฆ่าตัวตาย อาการของโรคเครียดหลังได้รับบาดแผลทางใจ หรือที่เรียกว่า PTSD อันก่อให้เกิดอาการนึกเห็นภาพเหตุการณ์ซ้ำๆ วิตกจริต และฝันร้ายซ้ำซาก ในบางรายอาจมีอาการของโรคนี้เป็นเวลาหลายปี (อ้างอิง: พิเชฐ อุดมรัตน์. จิตเวชศาสตร์สำหรับประชาชน, 2542)

การตอบสนองทางอารมณ์ต่อความสูญเสียของแต่ละคนแตกต่างกันอย่างไร?

บางคนอาจจะตอบสนองอย่างทันทีและรุนแรงหลังจากนั้นก็เป็นปกติ แต่บางคนอาการอาจจะเกิดหลังจากเหตุการณ์ผ่านไปเป็นเดือนหรือเป็นปี นอกจากนั้นอาการที่เกิดก็มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะเครียด ได้แก่

      1. ความรุนแรงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หากเหตุการณ์รุนแรงมาก็ต้องใช้เวลามาก

      2. ความสามารถของแต่ละคนที่จะแก้ปัญหา

      3. สภาพจิตใจและสุขภาพก่อนเหตุการณ์หากเช้นมีปัญหาเรื่องจิตใจหรือโรคทำให้ต้องใช้เวลานานในการฟื้นคืน

การช่วยตัวเองและครอบครัว หลังเหตุการณ์ผ่านไปท่านมีหลายวิธีที่จะทำให้ความเครียดลดน้อยลง ดังนี้

      1. ให้เวลากับตัวเองในการปรับตัวและลืมเหตุการณ์ดังกล่าว

      2. ท่านต้องหาคนที่เข้าใจและสามารถเป็นที่ปรึกษาให้กับท่านได้แต่ต้องไม่ใช่คนที่สูญเสียเหมือนกับท่านเพราะอาจจะทำให้เหตุการณ์แย่ลงอีก ท่านอาจจะจดลงในสมุดบันทึกประจำวันหรือพูดกับเพื่อน

      3. หากลุ่มที่มีประสบการณ์ช่วยเหลือ เช่น กลุ่มที่ช่วยผู้ประสบภัย กลุ่มช่วยหญิงที่ถูกข่มขืน กลุ่มเหล่านี้จะให้คำปรึกษาถึงการดำรงชีพ

      4. ให้พักผ่อนให้พอเพียงหากนอนไม่หลับควรปรึกษาแพทย์ รับประทานอาหารที่มีคุณภาพหลีกเลี่ยงสุรา บุหรี่

      5. รับประทานอาหารให้เป็นเวลา ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หางานอดิเรกที่ชอบทำ

      6. หลีกเลี่ยงการตัดสินใจสำคัญหรือกิจการที่ทำให้เกิดความเครียดมาก

หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์

      1. ฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์

      2. มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ หรือเบื่ออาหาร

      3. มีความวิตกหรือกลัวโยเฉพาะเมื่อมีเหตุการณ์ชวนให้นึกถึงอดีต

      4. หงุดหงิดและตื่นเต้นง่าย โกรธง่าย

      5. มักจะเกิดความจำเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นบ่อยๆ

      6. มักจะฝันร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น

      7. มักจะเกิดอาการกลัวหรือตกใจเหมือนเหตุการณ์เพิ่งจะเกิดขึ้น

      8. ผู้ป่วยอาจจะเกิดอาการหวาดกลัวเกิดขึ้นเหมือนตอนเกิดเหตุการณ์หากมีสิ่งที่คล้ายเคียงกันกระตุ้น เช่น เสียงรถพยาบาล เห็นรถตำรวจ ฯลฯ

      9. ผู้ป่วยอาจจะมีอารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ง่าย โกรธง่าย หงุดหงิด

      10. ผู้ป่วยบางคนจะจำเหตุการณ์นั้นฝังใจทำให้ใจสั่นเหงื่อออก ผู้ป่วยอาจจะมีปัญหาเรื่องการรับประทานอาหารหรือนอนหลับ

      11. ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอาการของโรคอาจจะแย่ลงเมื่อมีภาวะเครียดกระตุ้น

ผู้ป่วยมักจะหลีกเลี่ยงความทรงจำที่ทำร้ายจิตใจผู้ป่วย โยมีพฤติกรรมที่แสดงออกดังนี้

      1. พยายามหลีกเลี่ยงความคิดหรือความรู้สึกเกี่ยวกับเหตุการณ์นั้น

      2. พยายามหลักเลี่ยงของหรือสถานที่เกิดเหตุ

      3. จำเหตุการณ์ที่สำคัญในขณะเกิดเหตุไม่ได้

      4. มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น เช่น คนในครอบครัว เพื่อนร่วมงาน ผู้ป่วยอาจะชอบเก็บตัว

แนวทางการช่วยเหลือ

      1. เภสัชบำบัด หรือการใช้ยา

      จากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เราเข้าใจการทำงานของสมองมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ปัจจุบันเราทราบแล้วว่าในเซลประสาทของทุกคนมีการที่เรียกว่า “สารสื่อนำประสาท” อยู่หลายชนิด แต่ละชนิดจะมีความเกี่ยวข้องกับโรคทางจิตเวชต่างๆ ออกไป ยาที่สามารถออกฤทธิ์คลายกังวลหรือลดเครียดได้ก็เพราะไปจับที่บริเวณตัวรับของเซลส์ประสาทเหล่านี้ แล้วไปช่วยเสริมการทำงานของเซลประสาทลดลง ส่งผลให้ความวิตกกังวลหรือลดภาวะเครียดลดลงได้

      คำถาม ที่คนทั่วไปถามกันมากก็คือ “แล้วกินยานี้นานๆ จะติดหรือเปล่า

      คำตอบ หากผู้ป่วยกินยาตรงตามขนาด และเวลาที่แพทย์สั่งจะไม่มีปัญหาเรื่องติดยา

      2. จิตบำบัด โดยทั่วไปผู้ป่วยส่วนใหญ่จะรู้สึกคลายกังวลหรือลดเครียดไปได้มาก ถ้าหากแพทย์เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้เล่าระบายปัญหา และความยุ่งยากต่างๆ ที่เกิดขึ้น

      3. พฤติกรรมบำบัด การรักษาโดยวิธีนี้จะเน้นพฤติกรรมผู้ป่วยเป็นหลัก เช่น ผู้ป่วยที่กลัวฝูงชน อาจค่อยๆ ให้เผชิญทีละน้อย เช่น ลองยืนอยู่หน้าศูนย์การค้าก่อน นอกจากนั้นอาจสอนให้ผู้ป่วยรู้จักเทคนิคการฝึกฝนคลายกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะในรายที่มีอาการปวดหัวเครียดจากกล้ามเนื้อ

      4. วิธีรักษาโดยเปลี่ยนความนึกคิดและเข้าใจ (cognitvie therapy) หลักของการรักษาด้วยวิธีนี้ก็คือ การเปลี่ยนความรู้ ความนึกคิด และความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง ให้กลายเป็นความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องแทน เช่น ในผู้ป่วยโรคแพนิคนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์ใจสั่นขึ้นผู้ป่วยอาจแปลความหมายไปว่า ตัวเองกำลังเริ่มมีอาการของโรคหัวใจ และอาจทำให้ช็อคหรือตายได้ เรียกว่าผู้ป่วยแปลความหมายความรู้สึกทางร่างกายที่เกิดขึ้นผิดไปว่า ความหายนะหรืออันตรายร้ายแรงกำลังเกิดขึ้นกับตน การรักษาด้วยวิธีนี้จะสอนให้ผู้ป่วยแปลความหมาย ความรู้สึกทางร่างกายที่เกิดขึ้นเสียใหม่ว่า อาการใจสั่นนั้นเกิดขึ้นจริง แต่เกิดจากการทำงานเพิ่มขึ้นของระบบประสาทออโตโนมิคที่ไปที่หัวใจ เกิดขึ้นเพียงชั่งขณะ และจำไม่ทำให้เป็นอันตรายถึงกับชีวิต จิตแพทย์บางคนถือว่าการรักษาวิธีนี้จัดเป็นชนิดหนึ่งของจิตบำบัด แต่จิตแพทย์บางคน ก็จัดรวมการรักษาวิธีนี้เข้ากับการรักษาด้วยวิธี “การให้ความรู้เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบำบัด” (Cognitive Behavior Therapy)

สำหรับการช่วยเหลือของกรมสุขภาพจิต จากเหตุการณ์ภัยพิบัติสึนามิส์ ครั้งนี้ เมื่อ วันที่ 26 ธันวาคม 2547

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 28 ธ.ค. 47

นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงคลื่นยักษ์สึนามิถล่มว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดกระทบความรู้สึกและจิตใจของคนจำนวนมาก ซึ่งในช่วง 1-2 วันแรก สิ่งที่ต้องลงไปก่อนเป็นเรื่องของการช่วยเหลือทางร่างกาย แต่หลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของจิตใจ ดังนั้น ทางกรมสุขภาพจิตจึงจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือทางสังคมจิตใจกรณีภัยพิบัติคลื่นยักษ์ภาคใต้(ศชส.) เพื่อให้การช่วยเหลือทางด้านจิตใจ ที่โรงพยาบาลสวนสราญรมย์ จ.สุราษฎร์ธานี โดยมีการวางแผนให้ความช่วยเหลือทางด้านสังคมจิตใจเป็นหลัก

โดยจัดทีม 5 ทีม ประกอบด้วยจิตแพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ลงไปในพื้นที่พร้อมกับผู้บริหาร ในวันที่ 29 ธันวาคม โดยมีจิตแพทย์จากหลายหน่วยงาน เช่น มหาวิทยาลัย สมาคมจิตแพทย์อาสาเข้ามาช่วยงาน โดยจะจัดแบ่งเป็น 5 ทีม คือ 3 ทีมจากโรงพยาบาลสราญรมย์ และส่วนกลางจะลงพื้นที่ภูเก็ต พังงา กระบี่ ส่วนทีมแพทย์จากโรงพยาบาลสงขลาราชนครินทร์ และทีมแพทย์ในพื้นที่จะไปที่สตูล ตรัง ทั้งนี้ ทีมแพทย์จะอยู่เยียวยาจิตใจของผู้ประสบเหตุถึงวันที่ 31 มกราคม 2548 แล้วจะประเมินสถานการณ์อีกครั้งว่าจะต้องจัดความช่วยเหลือเพิ่มเติมหรือไม่ ทั้งนี้ หากต้องการทราบข้อมูลและขอความช่วยเหลือทางด้านจิตใจสามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-7731-2146 หรือหมายเลข Hotline 1323 และ 0-7731-2178 โรงพยาบาลสวนสราญรมย์

28 ธันวาคม 2547

By DMH Staff ทีมสุขภาพจิต

Views, 6627