ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

โรคกังวล/โรคประสาทกังวล (Anxiety neurosis-Anxiety reaction)

โรคกังวล/โรคประสาทกังวล (Anxiety neurosis-Anxiety reaction)

โรคประสาทที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคกังวล(โรคประสาทกังวล) จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2 เท่า ในช่วงอายุ 20-35 ปี และวัยผู้สูงอายุ ซึ่งคนทุกระดับการศึกษารวมทั้งฐานะมีโอกาสเป็นโรคนี้เท่าๆ กัน

สาเหตุของโรคนี้อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ ที่พ่อแม่พี่น้องของผู้ป่วยเป็นโรคนี้ด้วย เกิดจากบุคลิกภาพเดิมของผู้ป่วยที่เป็นคนหวาดหวั่นวิตกกังวลง่าย ขี้อาย หรือเกิดจากความเครียดทางจิตใจ เช่นปัญหาครอบครัว (สามีเจ้าชู้ กินเหล้าเล่นการพนัน ทะเลาะเบาะแว้ง) ปัญหาเศรษฐกิจ (ยากจน ทำนาไม่ได้ เป็นหนี้) ปัญหาเกี่ยวกับหน้าที่การงาน การเรียน หรือเกิดจากมีการสูญเสีย (ญาติตาย) ทำให้ผู้ป่วยเกิดความเครียดทันทีเมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นมา

ผู้ป่วยจะมีอาการหงุดหงิด โมโหง่าย ไม่มีสมาธิ ตื่นตกใจง่าย ใจสั่น เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หน้ามืดบ่อย เบื่ออาหาร ชา มือสั่น เหงื่อออกง่าย บางรายอาจมีการบ่นว่าหายใจไม่ออก จุกแน่นในลำคอ หรือเจ็บหน้าอก มีอาการจุกเสียดท้อง คลื่นไส้ ท้องผูก มีความรู้สึกกลัว เช่น กลัวตาย กลัวเป็นโรคหัวใจ โรคกระเพาะ แต่ผู้ป่วยส่วนมากยังสามารถทำงานและดำเนินชีวิตได้เป็นปกติ เมื่อตรวจร่างกายแล้วมักไม่พบสิ่งผิดปกติ บางรายอาจมีความดันต่ำเล็กน้อย มือเท้าเย็น เหงื่อออก หน้าตาท่าทางไม่สบายใจ

การรักษาผู้ป่วยที่เป็นโรคกังวลนี้ โดยการให้ยากล่อมประสาทแต่ไม่ควรให้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 2 เดือน เพราะอาจทำให้ติดยาได้ เมื่ออาการดีขึ้นควรหยุดยา การให้ยาตามอาการที่เกิดขึ้น เช่น ให้ยาแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ พยายามพูดคุยให้กำลังใจ คำแนะนำ รับฟังการระบายทุกข์ของผู้ป่วย ให้ผู้ป่วยหมั่นออกกำลังกายและพยายามทำใจให้สงบ ฝึกผ่อนคลายความเครียด ด้วยการหายใจเข้าออกลึกๆ ทุกวันในเวลาเช้าเย็น นานครั้งละ 5-10 นาที หรือทำสมาธิเป็นประจำ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 เดือนหรือผู้ป่วยมีอาการซึมเศร้า ท้อแท้ สิ้นหวัง หรืออยากตาย ควรรีบปรึกษาแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยให้แน่ใจและใช้วิธีการรักษาให้เหมาะสมกับอาการของโรค

ผลการรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุและตัวผู้ป่วยเอง ถ้าเกิดจากความเครียดที่เป็นปัญหาที่สามารถแก้ไขและผู้ป่วยมีความเข้าใจในตัวเองดี ก็อาจรักษาหายได้ แต่ถ้าตรงกันข้ามคือเป็นปัญหาที่แก้ไขยาก ผู้ป่วยมีบุคลิกภาพเดิมที่เป็นคนคิดมากก็อาจเป็นเรื้อรังได้

2 January 2546

By

Views, 18672