ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ต้นกำเนิด "วันวาเลนไทน์"

ต้นกำเนิด "วันวาเลนไทน์"

DMH Staff กรมสุขภาพจิต

วันนี้ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 ตรงกับวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก เป็นวันที่หลายคนให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวัยรุ่น มีประเด็นที่มีการแสดงความเห็นกันมากมายหลากหลายมุมมองเกี่ยวกับค่านิยมของวันวาเลนไทน์ ก็คงต้องว่ากันไปตามบริบทที่ถูกกำหนดแล้วในสังคม ที่กำลังเป็นข้อวิพากย์วิจารณ์กันมากทางหน้าสื่อมวลชนในขณะนี้ประเด็นหนึ่งก็คือ มีวัยรุ่นบางคนใช้วันวาเลนไทน์นี้แสดงออกถึงค่านิยมการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของตนเอง ที่มีนักวิชาการไปทำการสุ่มตัวอย่างถามไถ่แล้วมาแจ้งให้พวกเราทั้งหลายได้อ่านกันทางหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ (สนใจรายละเอียดข่าวที่เกี่ยวข้อง อ่านได้ที่ข่าวด้านสุขภาพจิตและจิตเวชกรมสุขภาพจิต....คลิกที่นี่ค่ะ.....)

ซึ่งเรื่องนี้มีผู้หลักผู้ใหญ่ นักวิชาการ ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับปัญหาสังคม รวมถึงเกจิอาจารย์ที่เคารพของผู้คนในสังคมไทย หลายท่านได้แสดงความเป็นห่วงถึงค่านิยมเรื่องนี้เป็นอย่างมาก มีการแสดงความคิดเห็นผ่านหน้าสื่อมวลชนกันมากว่าการแสดงค่านิยมดังกล่าวนี้ของวัยรุ่นบางกลุ่มจะทำให้วัฒนธรรมอันดีงามของไทยเพี้ยนไป และที่สำคัญเกิดเป็นปัญหาทั้งทางสุขภาพกาย เช่นการตั้งครรภ์อันไม่พึงประสงค์ การติดเอดส์ ปัญหาสุขภาพจิต เช่น การฆ่าตัวตายเพื่อจัดการกับปัญหาความรัก เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าวันวาเลนไทน์จะเป็นวัฒนธรรมของฝรั่งและผู้นับถือศาสนาคริสต์ แต่เจตนาที่แท้จริงของผู้ให้กำเนิดนั้นมีที่ไปที่มาอย่างไร วันนี้ทีมงานกรมสุขภาพจิตจึงได้หาข้อมูลเกี่ยวกับวันวาเลนไทน์นำเสนอ เพื่อเป็นความรู้ และกระตุ้นเตือนวัยรุ่นอีกหลายคนให้หันกลับมามองเจตนาที่แท้จริงของผู้ให้กำเนิดวันวาเลนไทน์ ดังต่อไปนี้

"วาเลนไทน์" มาจากชื่อของนักบุญ St. Valentine ในสมัยกษัตริย์คลอดิอุส ที่ 2 แห่งกรุงโรม St. Valentine เป็นบาทหลวงอยู่ที่โบสถ์ใกล้ๆ กรุงโรม สมัยนั้นกษัตริย์คลอดิอุส ที่ 2 ออกกฎห้ามมีการแต่งงานในเมืองของพระองค์ เพราะทรงต้องการให้ผู้ชายทุกคนไปเป็นทหารเพื่อทำศึกสงคราม สร้างกรุงโรมให้เป็นอาณาจักรที่รุ่งเรือง หากผู้ชายที่มีครอบครัวไปเป็นทหารจะมีห่วงและมีอารมณ์อ่อนไหวเกินกว่าจะเป็นนายทหารที่ดี ถ้าหากไม่มีการแต่งงานผู้ชายจะสนใจการรบมากขึ้น

บาทหลวงวาเลนไทน์รู้สึกเห็นอกเห็นใจหนุ่มสาวที่มีความรัก จึงแอบจัดพิธีแต่งงานให้หนุ่มสาวที่ต้องการแต่งงานหลายคู่อย่างลับๆ โดยภายในงานจะมีเพียงเจ้าบ่าว เจ้าสาว และบาทหลวง พวกเขาต้องกระซิบคำสาบานและคำอธิษฐานต่อกัน ขณะเดียวกัน ก็ต้องเงี่ยหูฟังเสียงการเดินตรวจตราของเหล่าทหารด้วย

เรื่องรู้ถึงหูคลอดิอุสเข้าจนได้ ในที่สุด นักบุญวาเลนไทน์ถูกจับเข้าคุกและถูกทรมานอย่างสาหัส ระหว่างที่อยู่ในคุกมีคู่แต่งงานที่บาทหลวงวาเลนไทน์เคยทำพิธีให้หลายคู่ลอบไปเยี่ยมเยียนอย่างสม่ำเสมอ พวกเขาได้โยนดอกไม้และกระดาษเขียนข้อความต่างๆ เข้าไปทางช่องหน้าต่างของคุก เพื่อให้นักบุญวาเลนไทน์รู้ว่า พวกเขามีความเชื่อและศรัทธาในความรักเช่นกัน

ขณะที่ถูกขังอยู่ในคุกรอการประหาร บาทหลวงวาเลนไทน์ได้รู้จักกับผู้คุมชื่อแอสทีเรียส ซึ่งมีลูกสาวตาบอด และขอให้เขาช่วยรักษา เหมือนปาฏิหาริย์เธอสามารถมองเห็นได้อีก ลูกสาวของผู้คุมจึงมักมาเยี่ยมและให้กำลังใจบาทหลวงอยู่เสมอ กระทั่งก่อนเสียชีวิตเขาได้เขียนจดหมายถึงเธอ และลงท้ายว่า "From your Valentine" นักบุญวาเลนไทน์ เสียชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 ในคุกแห่งนั้นนั่นเอง

ต่อมา สันตะปาปา Gelasius ยกย่องให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันวาเลนไทน์ เพื่อรำลึกถึงคุณความดี ความกล้าหาญ และความเสียสละของนักบุญวาเลนไทน์ โดยเฉพาะในเรื่องของ "ความรัก" และ "มิตรภาพ"

จะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของบาทหลวงวาเลนไทน์แต่แรกเริ่มเดิมทีนั้นท่านมีเจตนาเช่นไร ท่านผู้อ่านคงจะมีคำตอบให้กับตนเองแล้ว การจะมีความเชื่อและค่านิยมเช่นใดนั้นทีมงานกรมสุขภาพจิตไม่ขอออกความเห็น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคล แต่การมีค่านิยมความเชื่อที่มีประโยชน์และเป็นคุณกับตนเองนั้น ทีมงานขอให้เป็นความเชื่อบนพื้นฐานของ วัฒนธรรม จารีตประเพณี ความเหมาะสม และความพร้อมด้านวัยและอื่นๆของหนุ่มสาวเหล่านั้น ประกอบกัน ไม่น่าจะใช่เรื่องหนึ่งเรื่องเดียว เช่นที่หลายคนเป็นห่วงคือเอาเฉพาะความพร้อมของตนเองเท่านั้น ในการจะตัดสินใจใดๆก็ตามเพื่อแสดงออกถึงค่านิยมของตนเอง เพื่อในท้ายที่สุดจะไม่เกิดปัญหาหลายๆอย่างดังที่กล่าวแล้วตอนต้น ที่หลายคนแสดงความเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ นั่นเอง

เรียบเรียงโดย ทีมงานกรมสุขภาพจิต

*******************************************

แหล่งข้อมูล: Section ประชาชื่น มติชนออนไลน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 และข้อมูลจากหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2548 หน้า 33

14 กุมภาพันธ์ 2548

By DMH Staff กรมสุขภาพจิต

Views, 5792