ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

ปวดประจำเดือน (2) (Dysmenorrhea)

อาการปวดประจำเดือน ก็จะเริ่มมีอาการก่อนมีประจำเดือนไม่กี่ชั่วโมง และเป็นอยู่ตลอดช่วง 2-3 วันแรกของการปวดประจำเดือน โดยมีอาการปวดบิดเป็นพักๆ ที่บริเวณท้องน้อย บางรายอาจมีอาการปวดศรีษะ คลื่นไส้ ท้องเดิน ใจคอหงุดหงิดร่วมด้วย ถ้าปวดรุนแรงอาจมีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น มือเท้าเย็นได้

การดูแลรักษา ถ้าปวดไม่มากให้กินยาแก้ปวด เช่นยาแอสไพริน หรือพาราเซตามอลครั้งละ 1-2 เม็ด เวลาปวดซ้ำทุก 4-6 ชั่วโมง ถ้ามีอาการปวดมากให้นอนพัก และใช้กระเป๋าน้ำร้อนประคบหน้าท้อง และใช้ยาต้านอักเสบครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3-4 ครั้ง ควรกินก่อนมีประจำเดือน 48 ชั่วโมง และกินทุกวันจนเลือดประจำเดือนหยุดออก ส่วนมีอาการปวดจนเหงื่อออก ตัวเย็น ให้ฉีดแอนติสปาสโมดิก ในปริมาณครึ่งหลอด-หนึ่งหลอด เข้ากล้ามเนื้อหรือหลอดเลือดดำ ถ้าไม่ทุเลาควรส่งโรงพยาบาล สำหรับในรายที่ปวดอยู่เป็นประจำ อาจกินยาคุมกำเนิด (กินแบบเดียวกับใช้ยาคุมกำเนิด คือวันละ 1 เม็ด ทุกวัน) เพื่อมิให้มีการตกไข่ จะช่วยให้ปวดได้ชั่วระยะหนึ่ง อาจให้นานติดต่อกันนาน 3-4 เดือน แล้วลองหยุดยา ถ้าหากมีอาการกำเริบใหม่ ก็ควรกินยาคุมกำเนิดต่อไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าเมื่อหยุดยาแล้วอาการประจำเดือนทุเลาไป แต่ถ้าพบว่าอาการปวดประจำเดือนเริ่มเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในผู้หญิงมากกว่า 25 ขึ้นไป หรือยังปวดมากหลังแต่งงาน หรือมีเลือดประจำเดือนมากกว่าปกติ ควรไปโรงพยาบาลอาจจะต้องตรวจภายในและทำการตรวจพิเศษ เช่นอัลตราซาวนด์, การใช้กล้องส่องตรวจช่องท้อง (Iaparoscope) เป็นต้น

ข้อแนะนำ ควรให้ความมั่นใจแก่เด็กสาวที่เริ่มมีอาการปวดประจำเดือนว่า โรคนี้ไม่มีอันตรายร้ายแรง และส่วนใหญ่เมื่อมีอายุมากขึ้นอาจทุเลาหรือหายเอง ส่วนผู้หญิงที่เคยมีอาการปวดประจำเดือนเป็นประจำ ถ้าหากมีอาการปวดท้องรุนแรงผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้ามีอาการกดเจ็บตรงท้องน้อยข้างขวาก็ควรจะรีบไปหาหมอ อาจเกิดจากไส้ติ่งอักเสบหรือสาเหตุที่ร้ายแรงอื่นๆ ได้

25 ธันวาคม 2545

By

Views, 3655