ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

เมื่อลูกท้าทายคุณ ตอนฟังลูกเสียบ้าง

เมื่อลูกท้าทายคุณ ตอนฟังลูกเสียบ้าง

โดย นพ.รูดอลฟ์ ไดรเคอร์/ แปลโดย นพ.สันต์ สิงหภักดี


การฟังลูกนั้นเป็นการให้เกียรติลูก ทำให้เขารักและเคารพ และฟังเราด้วย เด็กนั้นมีความเฉียบแหลมอย่างไม่น่าเชื่อ การฟังเด็กอาจได้อะไรอีกมากมายจากเขา

เราแทบทุกคนคงเคยได้ยินเรื่องตลกเรื่องนี้บ่อยๆ เมื่อลูกถามคุณแม่ว่า “คุณแม่ หมูมาจากไหน” คุณแม่จะให้คำอธิบายยืดยาวถึงเรื่องนกเรื่องผึ้งต่างๆ นานา

“เรื่องที่อธิบายนั้นหนูทราบแล้ว แต่หนูอยากทราบแต่เพียงว่าหนูมาจากไหน” คุณแม่อธิบายต่อไปอีกถึงเรื่องการเกิดของเด็ก หนูน้อยก็ยังไม่พอใจในคำตอบ

“คุณแม่ หนูมาจากไหน”


เป็นส่วนหนึ่งของความลำเอียงในใจต่อเด็ก เรามักจะไปสรุปว่าเราเข้าใจว่าเด็กพูดอะไร โดยเราไม่ตั้งใจฟังเขา และเราก็เอาแต่พูด ๆ จนไม่ได้ยินว่าเด็กเขาพูดว่าอะไรบ้าง นอกจากนั้นแล้วผู้ใหญ่จำนวนมากไปชอบอ่านหนังสือ หรือดูเรื่องในโทรทัศน์ที่แสดงถึงเด็กลูกคนอื่นเขาทำอะไรซื่อๆ เปิ่นๆ เราไม่จำเป็นต้องไปเชื่อถือเรื่องสนุกเหล่านั้น เพราะนี่เป็นบ้านของเราจริงๆ เราจำเป็นต้องฟังลูกเราให้ดี

น้องพีทอายุหกขวบ กำลังช่วยคุณพ่อจัดกระเป๋าเสื้อผ้าใส่ท้ายรถเตรียมตัวจะไปพักร้อนกันทั้งครอบครัว กระเป๋าหิ้วเล็กใบหนึ่งใส่ลงไปในท้ายรถไม่ได้

“คุณพ่อไม่ฟังคำแนะนำของพีท จัดกระเป๋าเดินทางใหม่ ลองจัดใหม่อีกครั้งก็คงใส่ไม่ได้อยู่นั่นเอง พอคุณพ่อเดินเข้าไปในบ้าน พีทยกเบาะที่นั่งท้ายรถออก เมื่อคุณพ่อกลับมาที่รถก็ประหลาดใจเมื่อเห็นพีทเอากระเป๋าหิ้วใส่ในที่วางกระเป๋าท้ายรถได้

คุณพ่อไม่ยอมฟังคำแนะนำของลูกซึ่งเป็นคำแนะนำที่ถูกต้อง ลูก ๆของเรานั้นเฉียบแหลมมากในการประเมินแก้ไขสถานการณ์ต่างๆ ลูกๆ เขามีวิธีการแก้ไขที่ฉลาดเพื่อช่วยเรา อาจเป็นวิธีซึ่งแตกต่างไปและเรานำมาใช้ได้เป็นอย่างดี

คุณพ่อมีลูกห้าคนได้มาหาที่ปรึกษาเพื่อขอความช่วยเหลือและขอคำแนะนำ เมื่อคุณพ่อได้อธิบายปัญหาต่างๆ ของเขาแล้วก็ได้มีการวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ และได้มาซึ่งคำแนะนำที่ดีมีเหตุผล ที่ปรึกษาได้ให้คุณพ่อออกจากห้องไป แล้ว เชิญลูกทั้งห้าคนเข้ามา นักจิตวิทยาที่ปรึกษาได้ถามเด็กๆ ว่าเหตุผลของความขัดแย้งคืออะไร เด็กๆ เขาอธิบายได้อย่างชัดแจ้ง เมื่อถูกถามว่าความขัดแย้งนี้ควรแก้ไขอย่างไร เด็กๆ เขาให้คำแนะนำอย่างเดียวกับที่นักจิตวิทยาที่ปรึกษาให้กับคุณพ่อทุกประการ

คุณพ่อไม่ควรจะต้องเสียเงินเสียเวลามาปรึกษานักจิตวิทยา และถ้าเพียงแต่คุณพ่อคิดจะฟังเสียงลูกๆ เสียบ้าง ลูกเขาทราบว่าพ่อแม่เองก็ทำอะไรผิดบ่อยๆ แต่เราก็ยังมีความมั่นใจอย่างแน่วแน่ว่า เราต้องออกคำสั่งว่าเด็กทำอะไรผิดอะไรถูก ความถือตัวของผู้ใหญ่ทำให้ไม่สนใจฟังสียงเด็ก ไม่ทราบว่าเราจะได้ประโยชน์สักแค่ไหน จากความแหลมคมของลูกเรา ถ้าเพียงเราถือว่าลูกก็มีความเท่าเทียมและสนใจจะฟังความเห็นของลูกบ้าง

โดม ด้วง และโรสทะเลาะกันเรื่องแย่งดูรายการโทรทัศน์ โดมจะดูหนังจีน น้องสาวทั้งสองจะดูรายการตลก คุณแม่อดรนทนไม่ไหว

“โดม แม่เบื่อ แม่เหนื่อยกับเรื่องทะเลาะกันของลูกเหลือเกิน กลับไปห้องเดี๋ยวนี้”

“ทำไมคุณแม่เล่นวานแต่หนูคนเดียว” โดมบ่น

“อย่ามาพูดย้อนแม่ ไปห้องเธอเดี๋ยวนี้”

คุณแม่ควรจะฟังลูก น้องโดมถามคำถามที่ดีมาก “ทำไมคุณแม่จึงเล่นงานแต่เขา” เพราะคุณแม่ตกหลุมพรางลูกสาวสองคนที่จะทำให้โดมถูกเล่นงานอยู่เรื่อยๆ ถ้าหากคุณแม่ฟังคำพูดของลูกชายดีๆ คุณแม่ก็จะทราบว่าคุณแม่นั่นเองช่วยให้ลูกทะเลาะกันเรื่อยไป

น้องจอห์นอายุเก้าขวบจูงสุนัขของเขาย่ำไปบนห้องนั่งเล่น การทำเช่นนี้เป็นข้อห้ามเด็ดขาด ทั้งสุนัขและคนกลิ้งไปบนพื้นชนโต๊ะ ชนไฟตั้งและทำให้หลอดแตก คุณแม่รีบเข้ามาในห้องดุน้องจอห์นเสียงขนานใหญ่และลงเอยว่า

“ทำผิดอย่างนี้บ่ายนี้หนูไม่ต้องไปว่ายน้ำแล้ว”

“หนูก็ไม่สนใจ” น้องจอห์นย้อนคุณแม่อย่างโกรธเคือง

น้องจอห์นสนใจอยากไปว่ายน้ำมาก แต่ความหยิ่งในตัวเองไม่ยอมให้เขารับว่าอยากไป คำตอบของน้องจอห์นเป็นการท้าทายต่อไปจากที่ทำไปแล้ว และจะเอาชนะคุณแม่ต่อไปอีก

บ่อยๆ ครั้งที่เราต้องฟังความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดของลูก คำว่า “หนูไม่สนใจ” ที่จริงหมายความว่า “แม้การลงโทษก็คงเอาชนะหนูไม่ได้” ถ้าหากลูกเราร้องตะโกน “หนูเกลียดคุณแม่” เขาหมายความเพียงว่า “หนูไม่ชอบเลยถ้าไม่ให้หนูทำอย่างนั้นอย่างนี้” ถ้าลูกเราถามว่า “ทำไมๆ” ไม่หยุดหย่อน ลูกเพียงจะบอกเราว่า “สนใจหนูบ้างสิ”

น้องจุ๊อายุสิบขวบนั่งอยู่ข้างเพื่อนชื่อน้องพราวบนรถบัสของโรงเรียน คนขับรถได้ยินเสียงเด็กสองคนพูดคุยกัน

“ทำไมเธอไม่มาโรงเรียนเมื่อวานนี้”

“ฉันไม่อยากมาโรงเรียนก็เลยทำใจให้ป่วย และก็ป่วยจริงๆ”

“แล้วเธอป่วยเป็นอย่างไร” น้องพราวถาม

“ป่วยที่ท้อง คลื่นไส้”

“ทำไมหรือ”

“ฉันไม่อยากออกมาน้องบ้านมันหนาวจะตาย วันนี้ฉันก็ป่วยอีกเหมือนกัน แต่คุณแม่บังคับให้ฉันสวมเสื้อกันหนาวห่มผ้าตั้งหลายชั้นจนร้องแทบแย่ ฉันเลยไม่อยากอยู่บ้าน

ทีแรกฉันทำใจให้ป่วยแล้ว แต่เลยต้องเปลี่ยนใจ ต้องรีบมาขึ้นรถโรงเรียนแทบแย่ นี่ฉันยังไม่ได้กินอาหารเช้าเลย เพราะยังรู้สึกคลื่นไส้”

เด็กๆ นั้นเปิดเผยซึ่งกันและกัน แต่น้อยครั้งที่เขาจะยอมให้เราแอบได้ยินเรามักจะเอาเรื่องเอาราวเวลาไปแอบได้ยินเด็กพูดเรื่องอะไรต่างๆ ทำให้เด็กยิ่งระมัดระวังมาก แต่คนขับรถโรงเรียนนั้นกลับได้ความรู้ว่าเด็กๆ นั้นสามารถทำตัวให้ป่วยได้เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่เขาไม่ชอบ คนขับรถยังได้ทราบความหมายของความรู้สึกเท่าเทียมกันระหว่างเด็ก น้องพราวยอมรับการกระทำของน้องจุ๊ว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต และเธอไม่ได้ติเตียนว่าเป็นความผิดอะไร ที่จริงคุณแม่ทุกคนทราบความหมายของเสียงร้องของลูกเล็กๆ ได้ดี เพียงแต่ได้ยินเสียงคุณแม่จะทราบว่าลูกกำลังไม่สบายหรือกำลังโกรธ เรามีความสามารถในเรื่องเช่นนี้ แต่เรากลับไปทิ้งมันเสียเมื่อลูกโตขึ้น พอได้ยินเสียงลูกร้องดังลั่นเราก็วิ่งออกไปดูด้วยความโกรธว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้น มีบ่อยๆ ที่การวิ่งออกไปของเรานั่นแหละคือความประสงค์ของการร้อง ถ้าหากเราหยุดและฟังสักหนึ่งนาทีเราคงสามารถหลีกเลี่ยงที่จะไม่สนองตอบต่อเป้าหมายที่ผิดๆ ของเด็ก

ลองคิดดูดี ๆ เถิด เราจะได้ประโยชน์สักแค่ไหนเพียงแต่เราพยายามฟัง

*******************************************

เอกสารอ้างอิง:จากหนังสือหมอชาวบ้าน เล่ม 3 เมื่อลูกท้าทายคุณ ตอนฟังลูกเสียบ้าง หน้า 63-67

15 กรกฎาคม 2548

By โดย นพ.รูดอลฟ์ ไดรเคอร์/ แปลโดย นพ.สันต์ สิงหภักดี

Views, 4518