ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

เตือนหนุ่มสาวยุคใหม่กลายเป็นคนหูแก่

เตือนหนุ่มสาวยุคใหม่กลายเป็นคนหูแก่

โดย DMH Staffs.

เตือนหนุ่มสาวยุคใหม่กลายเป็นคนหูแก่

ในช่วงหนึ่งของวัยรุ่นนั้นจะนิยมฟังเพลงกันมาก เพลงเป็นสื่อกลางให้วัยรุ่นได้มีปฏิสัมพันธ์กับสังคม เพื่อน หรือแม้แต่กับตัวเอง จะว่าไปแล้วดนตรีและเพลงนั้นก็มีคุณค่ามหาศาล ถ้าการฟังเพลงเหล่านั้นเป็นการฟังเพลงในความดังที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายของอวัยวะที่รับได้คือหูของเรานี่เอง

แต่ถ้าการฟังเพลงหรือความดังของเพลงนั้นดังมากจนเกินไป เช่น จากดิสโก้เธค ซึ่งมีความดังของเสียงที่มักจะดังจนเป็นอันตรายต่อหูนั้น ซึ่งเรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุข โดย รมช. อนุทิน ชาญวืระกูล ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาทางแก้ไขอยู่ตลอดเวลา ดังรายงานข่าวที่คัดลอกมาให้ท่านผู้อ่านได้ทราบดังกรอบข้างล่างนี้

จากกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงใยต่อพสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเยาวชนที่เข้าไปในสถานบันเทิงที่มักมีเสียงดังมากเกินควร อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพในระยะยาวได้ สธ.จึงได้ดำเนินการควบคุมมาตรฐานสถานบันเทิง ตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535 โดยประกาศให้ดิสโก้เธค ผับ คาราโอเกะ เป็นกิจการอันตรายต่อสุขภาพ เสียงดังเฉลี่ยห้ามเกิน 90 เดซิเบล และเสียง ณ เวลาใดเวลาหนึ่งห้ามเกิน 110 เดซิเบล เพื่อคุ้มครองสุขภาพของนักเที่ยว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นและพนักงานให้บริการ

รมช.สาธารณสุขมีนโยบายในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม โดย ล่าสุดจากการการรณรงค์ ควบคุมความดังเสียงในสถานบันเทิงประเภทดิสโก้เธค และติดตามประเมินผลตรวจวัดระดับเสียงในสถานบันเทิงทั่วประเทศ 1,163 แห่ง ประกอบด้วย กทม. 118 แห่ง ต่างจังหวัด 1,045 แห่ง "ในปี 2548 สธ.ตั้งเป้าอบรมเจ้าของสถานบันเทิง 80% ให้ทราบถึงอันตรายของเสียงดัง วิธีการป้องกันและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และตรวจวัดระดับเสียงทุกแห่งอย่างน้อย 1 ครั้ง ได้สั่งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจัดทีมออกตรวจ 3 ครั้ง ครั้งแรกจะให้ความรู้คำแนะนำการปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน ครั้งที่ 2 จะติดตามประเมินผล และครั้งที่ 3 หากพบยังกระทำผิด จะดำเนินคดี มีโทษจำคุก 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” รมช.สาธารณสุข กล่าว.


สนใจรายละเอียดข่าว คลิกที่นี่


จากกรอบที่คัดลอกมานี้เป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยในพสกนิกรชาวไทยของในหลวง ที่มีต่อเยาวชนของชาติทั้งหลายที่นับวันจะประสบปัญหาด้านหูจากการฟังเพลงเสียงดังจะเกินกว่าหูคนธรรมดาจะรับได้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อเยาวชนไทยเป็นอย่างยิ่ง

นั่นเป็นเรื่องที่กล่าวถึงความดังของเสียงที่เป็นอันตรายที่พวกเราหลายท่านรู้ๆกันอยู่คือ การฟังเพลงในดิสโก้เธค แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า ในอีกมุมหนึ่งของกระแสนิยมของวัยรุ่นในเรื่องการฟังเพลงที่หลายคนอาจจะมองข้ามหรือนึกไม่ถึง คือการฟังเพลงจากเครื่องเล่นชนิดหนึ่งที่รู้จักกันในชื่อเครื่องเล่น MP3 เป็นเครื่องเล่นพกพาที่กำลังเป็นที่นิยมของวัยรุ่นขาโจ๋ทั้งหลาย ที่ชอบเสียงเพลงเป็นชีวิตจิตใจ หรืออาจจะไม่ชอบเสียงเพลงแต่ฟังตามเพื่อน เพื่อจะได้สื่อสารกับวัยเดียวกันได้นั้น หรือแม้แต่กลุ่มวัยโจ๋ที่ชอบใช้โทรศัพท์มือถือคุยกับเพื่อนวัยเดียวกันเป็นเวลานานๆนั้น เป็นภัยเงียบที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

วันนี้ทีมงาน กรมสุขภาพจิตได้คัดลอกข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 18 กันยายน ที่ผ่านมา ได้นำเสนอรายงานการศึกษาผลกระทบจากการฟังเพลงจากเครื่องเล่นพกพาที่ใช้หูฟังว่าส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ดังต่อไปนี้คือ

ผลวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความนิยม เครื่องเล่นเพลงแบบ พกพา ไปจนถึงอุปกรณ์ ที่ใช้แนบกับหู ซึ่งรวมถึง โทรศัพท์มือถือนั้น จะส่งผลให้ ประสิทธิภาพ ด้านการฟัง ของผู้ใช้ถดถอยลง

นายโรเบิร์ต โนวาก ผู้อำนวยการ ศูนย์ศึกษาด้านการฟัง มหาวิทยาลัย Purdue สหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ความนิยม ในการใช้โทรศัพท์มือถือ ตลอดจนเครื่องเล่นเพลงแบบ พกพาในปัจจุบันนั้น แตกต่างจากการใช้งานในยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง

“กลายเป็นว่าคนในยุคปัจจุบันใช้เวลาในการฟังอุปกรณ์แนบติดหูตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้ โทรศัพท์มือถือหรือฟังเพลงจากเครื่องเล่นพกพา เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าช่วงออกกำลังกายหรือจ๊อกกิ้ง”

ปัจจุบันผู้อำนวยการศูนย์ ศึกษาด้านการฟังพบว่า คนหนุ่มสาวจำนวนมากกำลังประสบ ปัญหาหูแก่ ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นราว 10-20 ปีก่อนหน้า เมื่อครั้งเครื่องเล่นเพลง พกพาสุดฮิตรุ่นแรกๆอย่าง โซนี่ วอล์กแมน ออกมาตีตลาดทั่วโลก

จากการวิจัยพบว่า นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการตกอยู่ในความเสี่ยงต่อภาวะด้อย ประสิทธิภาพในการฟัง โดยส่วนมากจะเป็นการสูญเสียการฟังเสียงที่มีความถี่สูง รวมไปถึงการฟังบทสนทนาในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงจอแจ

นอกจากนั้น ยังพบอีกว่าคนที่อยู่ในช่วงอายุ 30-40 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ เป็นคนในยุคที่โซนี่ วอล์กแมน กำลังฮิตติดตลาด ต้องเผชิญกับปัญหาเสียงอื้อในหู บางรายได้ยินเสียงกริ่ง เสียงอุทาน หรือเสียงหึ่งๆในหูเกือบตลอดเวลา

ทั้งนี้ ภาวะด้อยประสิทธิภาพในการฟังเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการชมคอนเสิร์ต เข้าคลับ บาร์ ดิสโก้เธค ที่มีเสียงดัง รวมไปถึงการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปราศจากความสงบ เต็มไปด้วยเสียงรถยนต์ มอเตอร์ไซค์

ในบางครั้งคนที่ใส่หูฟังในการเดินทาง หรือทำกิจกรรมไม่ว่าจะอะไรก็ตาม ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ฟังเพลงจากเครื่องเล่นเท่านั้น แต่ยังต้องการที่จะหลบเลี่ยงเสียงรบกวน ทั้งเสียงจากรถเมล์ รถไฟ หรือเสียงบนท้องถนน

แต่ที่สำคัญก็คือ คนที่มีอาการหูเสื่อมนั้น มักไม่รู้ตัวในช่วงแรกเริ่มที่เป็น เพราะเป็นอาการที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะรู้ และอาจสายเกินกว่าจะรักษาให้หายขาด

ในกรณีของการใช้หูฟัง หากเปิดเสียงดังเกินไปอย่างต่อเนื่อง โอกาสทำลายเยื่อหูจะสูงมาก แต่หากเปิดสักระยะแล้วหยุดพัก อาการก็อาจดีขึ้น เพราะการฟังเสียงดังต่อเนื่อง จะเป็นการทำลายแฮร์เซลล์ซึ่งอยู่ในหูส่วนใน และเป็นอวัยวะสำคัญที่จะบ่งชี้ ประสิทธิภาพในการฟัง แต่เนื่องจากเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในปัจจุบัน ทำให้การใช้งานแบตเตอรี่ยาวนาน ผู้ใช้งานฟังเพลงจากเครื่อง เล่นพกพาได้นานขึ้น ทำให้ไม่มีโอกาสพักหู

ผลการวิจัยยังระบุด้วยว่า 25% ของผู้ใช้เครื่องเล่นเพลงแบบ พกพา เปิดเสียงดังในระดับที่จะทำลายประสิทธิภาพในการฟัง โดยเฉพาะ คนในวัย 18-24 ปี

ศูนย์ศึกษาด้านการฟังจึงให้คำแนะนำว่า ระดับเสียงที่เหมาะสมต่อการฟังเครื่องเล่นเพลงพกพา อยู่ที่ 60% ของระดับความดังทั้งหมดของเครื่อง ส่วนระยะเวลาในการฟังนั้นควรอยู่ที่ 1 ชั่วโมงต่อวัน นอกจากนั้น ยังควรหลีกเลี่ยงสถานที่ที่ มีเสียงดัง การยืนใกล้ลำโพง เครื่องจักร หรือสถานที่ก่อสร้าง.

กล่าวโดยสรุป: เมื่อทราบเช่นนี้แล้ว วัยรุ่นขาโจ๋ทั้งหลายโปรดนำกลับไปทบทวนในเรื่องรสนิยมการฟังเพลงของพวกท่านทั้งหลาย เพื่อจะไม่ได้ชื่อว่า "เป็นวัยรุ่นที่มีหูเป็นคนแก่" นะคะ ..........จากพี่ๆ ทีมงานสุขภาพจิต............

*******************************************

ที่มาของข้อมูล: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 18 กันยายน 2548

28 กันยายน 2548

By โดย DMH Staffs.

Views, 4460