ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

โครงการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต

โครงการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต

โดย DMH Staffs.


ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่ามีประชากรทั่วโลก จำนวน 450 ล้านคน ที่ต้องทุกข์ทรมานจากปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตประสาท (WHO, 2004) ในขณะเดียวกันประเทศไทยซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มที่กำลังพัฒนา ก็ประสบกับปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชเช่นเดียวกัน

จากการสำรวจทางระบาดวิทยาโรคจิตเวชครั้งล่าสุดในปี 2546 โดยกรมสุขภาพจิต จากประชากรที่ศึกษาจำนวน 11,683 ราย ในช่วงอายุ 15-59 ปี พบว่าประชากรที่เป็นโรคจิตเวชมีจำนวน 2,169 คน เป็นเพศหญิงมากกว่าเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 53.30 และ 46.70 ตามลำดับ โดยพบว่า โรคทางจิตเวช ที่มีอัตราความชุกสูง 3 อันดับแรก ได้แก่ โรคจิตเวช เนื่องจากแอลกอฮอล์ (Alcohol use disorders) คิดเป็นร้อยละ28.52 รองลงมาคือโรคซึมเศร้า (Major depressive disorders) คิดเป็นร้อยละ 3.20 และ โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalize anxiety disorders) คิดเป็นร้อยละ 1.83 (พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ และคณะ, 2547) และจากสถิติจำนวนผู้ป่วยนอกจิตเวชที่มารับบริการของหน่วยบริการในสังกัดกรมสุขภาพจิต ระหว่างปีงบประมาณ 2545-2547 พบว่ามีจำนวน 786,608, 853,253 และ 903,613 ราย ตามลำดับ รวมทั้งจากสถิติผู้ป่วยในที่มารับบริการของหน่วยบริการในสังกัดกรมสุขภาพจิตระหว่างปีงบประมาณ 2545-2547 พบว่ามีจำนวน 98,698, 100,142 และ 99,426 ราย ตามลำดับ (กรมสุขภาพจิต, 2547)

จากรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่าจำนวนผู้มีปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวชในแต่ละปียังมีจำนวนมากนับเป็นปัญหาทางสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

จากสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชดังรายละเอียดข้างต้น ประเทศไทยจึงเป็นประเทศหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลกให้มีการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตขึ้น โดยจุดมุ่งหมายพื้นฐานของการออกกฎหมายสุขภาพจิต คือ เพื่อปกป้อง คุ้มครอง ส่งเสริม ปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิตของประชาชน เนื่องจากกฎหมายที่ออกมาในสมัยก่อน มักเพ่งเล็งไปที่การปกป้องสาธารณชนจากอันตรายที่มาจากผู้ป่วยโรคจิตเวชและมีเป้าหมายที่จะแยกบุคคลซึ่งป่วยด้วยโรคจิตออกจากสาธารณชน ไม่ให้ความสนใจต่อการคุ้มครองสิทธิของ ผู้ที่มีความผิดปกติทางจิตในฐานะมนุษย์และพลเมืองของสังคม ส่งผลให้มีความผิดปกติทางจิตนอกจากต้องเผชิญกับความผิดปกติทางจิตแล้ว ยังต้องเผชิญกับการถูกรังเกียจ ถูกตัดขาดจากสังคม ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน ขั้นพื้นฐาน ขาดเสรีภาพ ถูกลิดรอนสิทธิพลเมือง สิทธิทางการเมือง เศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม นอกจากนี้บุคคลกลุ่มนี้มักถูกปฏิเสธในโอกาสที่จะได้ทำงาน ถูกกดดันที่จะได้รับบริการต่างๆ ของสังคม เช่น ถูกปฏิเสธไม่ได้รับการยอมรับในการใช้สิทธิจากกฎหมายประกันสังคม

กฎหมายสุขภาพจิต จึงเปรียบเสมือนเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมให้มีการจัดบริการที่ดีแก่ผู้ที่มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลทางสุขภาพจิต โดยเฉพาะบุคคลที่มีความผิดปกติทางจิต ซึ่งเป็นบุคคลที่อาจตกเป็นเหยื่อของการล่วงล้ำและละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ง่าย กฎหมายสุขภาพจิตจะมีส่วนช่วยปกป้อง คุ้มครอง ส่งเสริม และปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสุขภาพจิต รวมทั้งเป็นการเสริมสร้างและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้ที่มีความผิดปกติทางจิต นอกจากนี้ยังช่วยคุ้มครองความปลอดภัยให้กับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตและจิตเวชที่มีภาวะอันตรายต่อตนเอง ผู้อื่นและสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการปฏิเสธการรักษาและการกำหนดกระบวนการนำผู้ป่วยมาสู่การบำบัดรักษา เพื่อประโยชน์ของผู้ป่วยและคุ้มครองป้องกันผู้อื่นให้ปลอดภัย ดังนั้นการออกกฎหมาย สุขภาพจิตจึงเป็นหลักประกันอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนและความปลอดภัยของสังคม ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นภาพสังคมไทยก้าวไปสู่การบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีต่อไป

ตามที่กรมสุขภาพจิต ได้มอบหมายให้สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ดำเนินโครงการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต โดยมีเป้าหมายจัดทำกฎหมายสุขภาพจิตให้แล้วเสร็จและนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ภายในเดือนกันยายน 2550 นั้น ทางสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ได้ดำเนินการจัดโครงการประชุมปฏิบัติการ เรื่อง กรอบแนวทางการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2548 ณ โรงแรมรอยัลริเวอร์ กรุงเทพ และได้ข้อสรุปจากที่ประชุมในประเด็นที่จะเป็นแนวทางในการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต นอกจากนี้ในที่ประชุมยังได้ให้แนวทางสำหรับประเด็นการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตทั้ง 4 ครั้ง 4 ภาค ในปี 2548 เพื่อรวบรวมข้อมูลจากประชาชนทุกสาขาอาชีพมาเป็นสาระสำหรับการพัฒนาร่างกฎหมายสุขภาพจิต โดยทางสถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ ได้มีการจัดประชุม 4 ครั้ง 4 ภาค ดังนี้

ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 29 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม 2548 จังหวัดภูเก็ต

ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 27-29 กรกฎาคม 2548 จังหวัดอุดรธานี

ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 3 - 5 สิงหาคม 2548 กรุงเทพ

ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 17- 19 สิงหาคม 2548 จังหวัดเชียงใหม่

ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยผู้พิพากษา อัยการ ทนายความ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ พระสงฆ์ นักวิชาการทั่วไป นักวิชาการสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ตัวแทนภาคประชาชน องค์กรเอกชน และสื่อมวลชน โดยการดำเนินการดังกล่าวได้เสร็จสิ้นลงแล้ว ดังนั้นขั้นตอนต่อไปสำหรับการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต คือ ขั้นตอนของการยกร่างกฎหมายสุขภาพจิต ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งวิธีการและผู้เชี่ยวชาญที่จะมาร่วมกันยกร่าง โดยอาศัยข้อมูลที่ได้จากการประชุมวิชาการเชิงปฏิบัติการการพัฒนากฏหมายสุขภาพจิตทั้ง 4 ครั้ง เพื่อให้การดำเนินการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตสำเร็จลุล่วงล่วงตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ ดังนั้น สถาบันกัลยาณ์ราช-นครินทร์ จึงได้จัดโครงการประชุมปฏิบัติการเรื่อง กรอบแนวทางการดำเนินงานพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต ครั้งที่ 2 ขึ้น เพื่อนำเสนอวีการพัฒนาร่างกฎหมายาสุขภาพจิตขึ้น โดยอาศัยข้อมูลที่ได้ขากการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตทั้ง 4 ครั้ง ซึ่งจะส่งผลให้กฎหมายสุขภาพจิตมีความครอบคลุมและชัดเจนต่อการนำไปบังคับใช้ต่อไป

แผนการดำเนินงานการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต

ปีงบประมาณ 2548

- แต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะทำงานพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต

- ทบทวนองค์ความรู้ด้านกฎหมายสุขภาพจิต

- กำหนดกรอบแนวคิดในการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต

- จัดประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิตทั่วประเทศ 4 ครั้ง

- สัมมนาสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนากฎหมายสุขภาพจิต

ปีงบประมาณ 2549

- จัดทำร่างกฎหมายสุขภาพจิต

- จัดทำประชาพิจารณ์ร่างกฎหมายสุขภาพจิตสัญจรทั่วประเทศ

- ปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมายสุขภาพจิตเพิ่มเติม

ปีงบประมาณ 2550

- เสนอร่างกฎหมายสุขภาพจิตต่อสภาผู้แทนราษฎร

- การพัฒนาบุคลากรด้านสุขภาพจิตและผู้เกี่ยวข้องเพื่อรองรับการบังคับใช้กฎหมายสุขภาพจิต

*******************************************

30 กันยายน 2548

By โดย DMH Staffs.

Views, 3874