ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

“โรคซึมเศร้า รักษาได้” แนวคิดหลักวันรณรงค์ป้องกันโรคซึมเศร้าแห่งชาติ 2548

สำนักสุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต

Social Mental Health Division

Department of Mental Health

ถ.ติวานนท์ นนทบุรี โทร. 025908409 โทรสาร 029544365M

*********************************

“โรคซึมเศร้า รักษาได้” แนวคิดหลักวันรณรงค์ป้องกันโรคซึมเศร้าแห่งชาติ 2548

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม 2548 กระทรวงสาธารณสุข โดยกรมสุขภาพจิต จัดงานวันรณรงค์ป้องกันโรคซึมเศร้าแห่งชาติ ประจำปี 2548 ขึ้น ภายใต้แนวคิด “Depression Treatable” (โรคซึมเศร้า รักษาได้) เพียงทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง เข้าใจ เปิดใจ ให้กำลังใจ เพื่อให้ผู้ป่วยเหล่านี้กลับมาต่อสู้กับชีวิตต่อไปได้ ด้วยความเข้มแข็ง

นายแพทย์อภิชัย มงคล รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวเนื่องในพิธีเปิดงานวันรณรงค์ป้องกันโรคซึมเศร้าแห่งชาติ ประจำปี 2548 ว่าปัจจุบันสถานการณ์การฆ่าตัวตายในประชากรไทยกำลังเป็นปัญหา ที่เริ่มมีการขยายวงกว้างออกไป ทั้งในแง่ของวิธีการและการทำร้ายคนอื่นร่วมด้วย จากการรายงานผลการประเมินโครงการป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตายปี 2547 ของกรมสุขภาพจิต พบว่าประชากรไทย มีอัตราการพยายามทำร้ายตนเองมากถึง 43.7 ต่อแสนประชากร และมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จเท่ากับ 7 ต่อแสนประชากร และ ในผู้ที่ฆ่าตัวตายสำเร็จจะพบว่า 50% มีปัญหาโรคซึมเศร้าอยู่ ซึ่งโรคซึมเศร้านั้น ในอดีตที่ผ่านมา เป็นโรคที่สังคมได้ให้ความสนใจน้อย ไม่ได้เกิดความร่วมมือย่างจริงจัง ในการเข้ามาร่วมมือแก้ไขปัญหา บางครั้ง สังคมเกิดมุมมองต่อผู้เจ็บป่วยด้วยโรคนี้ว่า เป็นบุคคลที่อ่อนแอ น่าอับอาย ล้มเหลวในการดำรงชีวิต สร้างตราบาปต่อการเข้ารับการรักษา ปล่อยให้เผชิญปัญหาตามลำพัง ซึ่งสุดท้าย จะพบผู้ป่วยเหล่านี้เลือกวิธีการทำร้ายตนเองตามข่าวที่สะท้อนภาพให้เห็นในแต่ละวัน

ขณะนี้ จากตัวเลขของผู้มารับบริการในหน่วยงานสาธารณสุข จะพบว่ามีผู้ป่วยด้วยโรคซึมเศร้าอยู่ที่ 13.3 ต่อแสนประชากร นั่นคือ มีผู้ป่วยด้วยโรคนี้ประมาณ 1.2 ล้านคน ในจำนวนนี้ ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าชนิดรุนแรง 871,700 คน ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรัง 321,300 คน อยู่ในกลุ่มวัยทำงาน สำหรับผู้ชาย พบมากที่สุดในช่วงอายุ 55-59 ปี และในผู้หญิง พบมากที่สุดในช่วงอายุ 45-54 ปี โดยผู้หญิงจะมีอัตราการเป็นโรคซึมเศร้า มากเป็น 2 เท่าของผู้ชาย กลุ่มผู้หญิงภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีความชุกของโรคมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคเหนือ และภาคกลาง และสำหรับกลุ่มผู้ป่วยโรคซึมเศร้านั้น ยังพบว่ามีการเลือกใช้วิธีการรุนแรงทำร้ายตนเองมากกว่าคนทั่วไป 2 เท่า นอกจากนี้ ยังพบว่า อัตราการป่วยทางจิตในวัยเด็กด้วยโรคซึมเศร้ามีจำนวนเพิ่มขึ้น

สำหรับสาเหตุของโรคซึมเศร้านั้น รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า สัมพันธ์กับหลายปัจจัย ทั้งจากด้านกรรมพันธุ์ การพลัดพรากจากพ่อแม่ในวัยเด็ก พัฒนาการของจิตใจ รวมถึง การเปลี่ยนแปลงของระดับสารเคมีในสองบางตัว โดยมีความเครียดทางจิตสังคมเป็นตัวกระตุ้นให้เป็นโรคได้มากขึ้น เช่น การสูญเสียคนที่รัก การหย่าร้าง ความเครียดทางจิตสังคม การมีโรคทางกายที่เรื้อรังและการไปพึ่งพิงสารเสพติด โดยเฉพาะเหล้า ซึ่งองค์การอนามัยโลกร่วมกับธนาคารโลก ได้คาดการณ์ว่า โรคซึมเศร้า จะก่อให้เกิดความสูญเสียด้านสุขภาพของประชากรโลกเป็นเท่าตัว ซึ่งในปี 2020 โรคซึมเศร้าจะเป็นปัญหาสาธารณสุขระดับโลกอันดับที่ 2 รองลงมาจากโรคหัวใจหลอดเลือด

อย่างไรก็ตามโรคซึมเศร้าเป็นโรคที่สามารถดูแลรักษาได้ ซึ่งโรคนี้เป็นการเจ็บป่วยอย่างหนึ่งของร่างกายเช่น เดียวกับการป่วยด้วยโรคอื่นๆ ไม่เป็นสิ่งที่น่าอับอายแต่อย่างใด ในการที่จะเข้าพบและพูดคุยกับจิตแพทย์ ซึ่งถ้าได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม โรคก็จะทุเลาลง และพร้อมที่จะทำกิจวัตรต่างๆ ได้ดังเดิม

เพื่อการบรรลุสู่เป้าหมายในการสร้างสุขภาพคนไทยแข็งแรง กระทรวงสาธารณสุข จึงได้มอบหมายให้กรมสุขภาพจิต กำหนดกลยุทธ์การดำเนินงานให้ครอบคลุม ตั้งแต่กลุ่มบุคคลที่มีภาวะสุขภาพดี ตลอดจนกลุ่มบุคคลที่เจ็บป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เพื่อป้องกันโรคซึมเศร้าเรื้อรัง และกลุ่มบุคคลที่ฟื้นหายจากโรคซึมเศร้าแล้ว เพื่อป้องกันการกลับเป็นซ้ำ สำหรับกลุ่มประชากรทั่วไปนั้น ได้กำหนด 4 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ รณรงค์ให้มีกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพจิตแก่บุคคลทั่วไปอย่างเหมาะสม ส่งเสริมพัฒนาเครือข่ายสาธารณสุข และ เพิ่มขีดความสามารถเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ให้ความรู้ กระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและเข้ามามีส่วนร่วมตลอดจน เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า การป้องกันและช่วยเหลือผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าแก่ประชาชนทั่วไปผ่านสื่อมวลชนต่างๆ ส่วนประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้กำหนด 3 กลยุทธ์หลักได้แก่ ค้นหากลุ่มบุคคลที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคซึมเศร้า จัดให้มีโปรแกรมในหน่วยบริการสาธารณสุข เพื่อช่วยเหลือกลุ่มบุคคลดังกล่าว และพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารและข้อมูลทางระบาดวิทยา ให้ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต ตลอดจนแหล่งที่รับบริการเมื่อสงสัยว่ามีการเจ็บป่วยทางสุขภาพจิต

ทั้งนี้ รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต ได้กล่าวเน้นย้ำว่า การรณรงค์ป้องกันโรคซึมเศร้านั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสื่อมวลชน ที่นับว่าเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในฐานะเป็นสื่อกลางในการผลักดันให้เกิดการดำเนินงานแก้ไขปัญหาโรคซึมเศร้าของคนไทยให้บรรลุเป้าหมาย ในการควบคุมและลดปัญหา โดยการสร้างกระแสนิยมของสังคม ให้เห็นพ้องกันว่า โรคซึมเศร้าเป็นการเจ็บป่วยอย่างหนึ่งของร่างกาย สามารถที่จะเข้ามารับการรักษาได้ ในหน่วยบริการสาธารณสุขใกล้บ้าน ไม่ยุ่งยากต่อการรักษา หากอาศัยเพียงความรัก ความห่วงใย และเรียนรู้ที่จะสังเกตตนเองหรือบุคคลใกล้ชิด เกิดความเข้าใจและเจตคติที่ดีต่อการเข้าไปให้ความช่วยเหลือ เพื่อร่วมกันป้องกันปัญหาอย่างจริงจัง

***********************************

7 ตุลาคม 2548

By นายแพทย์อภิชัย มงคล

Views, 6286