ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

อยากสุขภาพจิตดีต้องรู้จักโกรธ

อยากสุขภาพจิตดีต้องรู้จักโกรธ

โดย แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา

อย่าเพิ่งอ่านเรื่องนี้ โปรดถามตัวเองก่อนว่า คุณเคยรู้สึกโกรธใครหรือเปล่า ถ้าตอบตัวเองได้ว่าเคยจึงค่อยอ่านต่อไป แต่ถ้าคุณคิดว่า คุณไม่เคยโกรธและจะไม่โกรธได้อย่างแน่นอน โดยสุขภาพจิตดี ก็จงพลิกผ่านเรื่องนี้ไปเถิด

คุณไม่ได้อยู่โดดเดี่ยวในป่าอันสงบร่มรื่น แต่อยู่ในสังคมที่รีบร้อน แข่งขัน วุ่นวาย ซึ่งพร้อมที่จะยั่วอารมณ์แต่เช้า คุณต้องตื่นแต่เช้า ไม่มีเวลาบิดขี้เกียจ เข้าห้องน้ำ (แย่งกันกับคนอีก 5 คน ในครอบครัว) ถือขันรองน้ำประปาขององค์การประปาแห่งประเทศไทยตั้งนานกว่าจะได้เต็มหนึ่งขัน (หงุดหงิด) แล้วกระหืดกระหอบออกจากบ้าน บางคนต้องแย่งคนอื่นขึ้นรถเมล์ บางทีก็ถูกคนข้างข้างถองเอาบ้าง (โกรธ) แล้วคนขับขี้โมโหก็เบรกกะทันหัน จนคุณคะมำไปข้างหน้า (คุณโกรธคนขับ คนขับโกรธคันหน้าที่แซงขึ้นหน้า) คุณคะมำไปกระแทกคนข้างหน้าอย่างแรง คนข้างหน้า (โกรธ) หันมามองคุณตาเขียว พอถึงป้ายที่จะลงคุณต้องรีบฟันฝ่าฝูงคนที่อัดกันแน่นอยู่ตรงช่องทางลง คนข้างๆ กำลังจะลงเหมือนกันเหยียบเท้าคุณเต็มแรง คุณมัวเสียเวลาหันไปมอง (โกรธ) กว่าจะถึงบันไดรถก็พอดีคนขับ (ซึ่งจอดให้เพียงครึ่งวินาที) กระชากรถออกจากป้ายเสียแล้ว คุณลงรถไม่ทัน (โกรธ)

ฝ่ายคุณที่ขับรถส่วนตัวไปทำงานก็หนีไม่พ้นภาวะคล้ายๆ กัน คุณขับรถดีมากรักษากฎจราจรเคร่งครัด จนกองตำรวจจราจรต้องสืบหาตัวเพื่อจะมอบเหรียญชมเชยให้ แต่แล้วรถคันหลังก็แซงปาดหน้า คุณเบรกจนตัวโก่ง (ตกใจและโกรธ) สักครู่รถคันหน้าก็หักเลี้ยวกะทันหันโดยไม่ให้สัญญาณไฟเลี้ยว คุณเบรกอีก (ตกใจและโกรธ)

อยู่ๆ รถเมล์คันที่คุณนั่งหรือรถคันที่คุณขับถูกชนท้าย คุณเห็นท่าจะไปทำงานไม่ทันแน่ จึงแวะเข้าไปใช้บริการโทรศัพท์แห่งประเทศไทยที่ตู้สาธารณะ เพื่อจะรายงานผู้บังคับบัญชา คุณหมุนหมายเลข 816527 คุณไม่แน่ใจว่าหมุนหมายเลขนั้นแน่นอน แต่ผลปรากฏว่าทางโน้นรับสาย “ที่นี่ 725618 ค่ะ” คุณ (โกรธ) อยากจะต่อโทรศัพท์ไป “สรรเสริญ” ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทยทันที แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะกลัวถูกฟ้องฐานหมิ่นประมาท เมื่ออยากทำอะไรแล้วทำไม่ได้ก็เกิดความคับข้องใจและความโกรธ

จึงเห็นได้ว่า เพียงชั่วระยะเวลาตั้งแต่ตื่นนอนจนเดินทางถึงที่ทำงานเท่านั้น คุณก็เสี่ยงต่อการเกิดอารมณ์โกรธใครหรืออะไรเข้าไปตั้งไม่รู้กี่หนแล้ว ไม่ต้องสงสัยว่ากว่าจะถึงเวลาเข้านอนคุณจะต้องเกิดอารมณ์โกรธหรืออารมณ์อื่นๆ สักกี่ครั้ง ถ้าคุณกดเก็บไว้ทั้งหมดความกดดันทางอารมณ์จะมากสักเพียงไหน

ขณะที่เราเกิดอารมณ์โกรธหรือตกใจ ต่อมแอดรีนัลของร่างกายจะขับสารคัดหลั่งชื่อแอดรีนาลินออกมาสู่กระแสโลหิต สารนี้จะกระตุ้นประสาทออโตโนมิคชนิดที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น ฯลฯ คือทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยาภายในร่างกายนั่นเอง เพราะฉะนั้น เรื่องของอารมณ์หรือจิตใจกับร่างกายจึงสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ออก การกดเก็บอารมณ์ต่างๆ ไว้มาก จึงมีผลเสียต่อร่างกายอาจทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตเวชที่เรียกว่า โรคไซโคโซมาติค เช่น ท้องอืดท้องเฟ้อเป็นอาจิณ เป็นแผลเปื่อยในกระเพาะอาหาร ถ่ายอุจจาระเป็นมูกเลือด โรคปวดท้องบางอย่าง โรคผิวหนังบางอย่าง ฯลฯ

ความกดดันภายในจิตใจจำเป็นต้องมีทางออก คล้ายแรงอัดดันในถังแก๊ส ถ้าไม่เจาะรูให้มันออกเสียบ้าง ถังนั้นอาจจะระเบิดเป็นอันตรายได้ ความกดดันทางจิตใจก็เช่นกัน ถ้าไม่มีทางออกก็จะไปออกทางอวัยวะของร่างกาย ทำให้เกิดโรคไซโคโซมาติคได้

คุณอาจสงสัยว่า นี่จะแนะนำให้แสดงอารมณ์ออกโดยไม่ต้องยับยั้งกระมัง ขอตอบว่าไม่ใช่ เพราะถ้าเกิดอารมณ์แล้วแสดงออกตรงๆ ทุกครั้ง ไม่ยับยั้งควบคุม เราก็ไม่แตกต่างจากสัตว์โลกชนิดอื่น ซึ่งเมื่อโกรธก็ขู่คำราม ตะปบ หรือกัด เด็กเล็กเมื่อโกรธก็แสดงความก้าวร้าวโดยตรง เช่น กัด กระทืบเท้า ขว้างปาของ หรือทำร้ายร่างกายฝ่ายตรงข้าม โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกของผู้อื่น แต่ผู้ใหญ่ที่บรรลุวุฒิภาวะ ย่อมไม่ทำเช่นนั้น เราโกรธได้ ไม่ต้องกดเก็บความโกรธ แต่เราต้องรู้จักโกรธ เราอาจบอกให้เขารู้ว่าเราโกรธก็ได้ แต่ไม่ก้าวร้าวเขาและโกรธแล้วรู้จักให้อภัย การบอกให้ใครรู้ว่าเราโกรธควรบอกด้วยเสียงเรียบแต่หนักแน่น ไม่ฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด บอกสั้นๆ แต่ตรงไปตรงมา จะได้ผลกว่าการตะโกนตะคอก หน้าตาถมึงทึง หรือพูดประชดถากถาง ซึ่งเขาอาจกลัว แต่เขาจะรังเกียจและเกิดความรู้สึกดูถูกชิงชัง เป็นการเพาะความเป็นศัตรู ซึ่งจะทำให้เรายิ่งโกรธเขามากขึ้น เป็นวงจรไม่รู้จบ

สมมติว่า คุณสั่งคนรับใช้กวาดบ้านแล้วเขาไม่ทำ คุณเตือนเขาก็ยังเฉย คุณท้าวสะเอวตวาดลั่นบ้านเสียงเขียว “ฉันบอกกี่หนแล้ว ได้ยินไหม หูแตกหรือยังไง งานไม่ทำแต่เงินเดือนละก็อยากได้ มันน่าตัดเงินเดือนนัก” คนรับใช้คิดในใจ “โอ้โฮ ยายนี่เวลาโกรธเหมือนนางพันธุรัต นี่หรือ ผู้ดี ปากมาก” แล้วก็หยิบไม้กวาดกระแทกกวาดอย่างลวกๆ ด้วยความโกรธ

แทนที่จะท้าวสะเอวตวาดเสียงเขียว คุณกลับพูดเสียงเรียบๆ อย่างหนักแน่นว่า “ฉันขอเตือนเป็นครั้งสุดท้ายให้เธอกวาดบ้าน เพราะฉันชักโกรธแล้วนะ” เขาจะรู้สึกทันทีว่า คุณโกรธเพราะเขาผิด และเขาจะไม่คิดก้าวร้าวคุณแม้แต่ในใจเลย เพราะคุณไม่ได้ก้าวร้าวเยาะเย้ยขู่เข็ญ หรือพูดมากน่ารำคาญ ทั้งยังคงเคารพความเป็นผู้ดีของคุณอีกด้วย และเขาจะรีบตั้งใจกวาดบ้านโดยไม่กระแทกไม้กวาด

คุณเห็นลูกคนโตกำลังแย่งตุ๊กตาของแกคืนจากน้อง พร้อมกับผลักอกน้องด้วยความโกรธ คุณถลันเข้าไปกระชากแขนแก ตวาดเสียงลั่นบ้าน “หยุดนะ ตีกันวันยังค่ำหาเรื่องร้อนใจให้แม่เสียเรื่อย รู้ไหม วันๆ แม่เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว แดงน่ะโตไม่รู้จักโตตัวเป็นพี่ทำไมจะยอมน้องบ้างไม่ได้ หรือยังรังแกน้องอีก เด็กอะไร มีพี่น้องกันอยู่สองคนแค่นี้ไม่รู้จักรักกัน คอยดูนะ คราวหน้าแม่จะซื้อตุ๊กตาให้น้องคนเดียว

ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำๆ จะเกิดอะไรขึ้นกับแดง

ไหนๆ ก็ถูกแม่ว่าเป็นคนไม่ดีแล้ว ต่อมาแดงก็เลยทำตัวเป็น “คนไม่ดี” ให้สมใจแม่และอาจฝังใจเชื่อว่า การแย่งของของคนอื่นไม่ใช่ความผิดอะไร เพราะเมื่อน้องแย่งของของเขา แม่ยังเข้าข้างน้อง เขาจะไปแย่งของของคนอื่นบ้างก็น่าจะไม่ผิดอะไร หรือมิฉะนั้นอาจกลับตรงกันข้าม คือ แดงเติบโตขึ้นเป็นคนกดเก็บความรู้สึกอย่างมาก โดยเฉพาะความโกรธโดยใช้จิตกลไกชนิดกดเก็บ เขาจะไม่กล้าโกรธใคร เพราะฝังใจผิดมาแต่วัยเด็กว่าเมื่อเขาแสดงความโกรธแม่จะไม่รัก เมื่อโตขึ้นเขาจึงไม่กล้าโกรธใคร เมื่อเขาไม่รู้จักโกรธใครเสียแล้ว เขาอาจป่วยเป็นโรคไซโคโซมาติคได้ ทั้งจะไม่กล้าปกป้องสิทธิของตน เพราะเมื่อเขาปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของเขา แม่กลับตำหนิเขาและไม่รักเขา เขาจึงสู้สึกว่าการปกป้องสิทธิของตนนั้นไม่ดีต้อง “ยอม” ให้เขาเอาเปรียบจึงจะได้รับความรักเป็นการตอบแทน คือ เขาต้องยอมเสียเปรียบน้อง แม่จึงจะรัก เพราะฉะนั้นเมื่อโตขึ้นเขาต้องยอมคนอื่น คนอื่นๆ จึงจะรักเขา

ที่ถูกเมื่อผู้เป็นแม่เห็นเหตุการณ์เช่นนั้น ควรเข้าไปแยกเด็กออกจากกัน บอกลูกคนโตอย่างเข้าใจและเห็นใจว่า “แม่รู้ดีว่าแดงโกรธที่น้องมาแย่งของของแดง เป็นแม่ถ้ามีใครมาแย่งของแม่ แม่ก็โกรธเหมือนกัน เราโกรธได้ แต่จะทำร้ายไม่ได้นะจ๊ะ” แล้วแม่หาของเล่นอื่นมาให้ลูกคนเล็กแทน ค่อยๆ ดึงตุ๊กตาของลูกคนโตคืนไปให้เจ้าของ บอกลูกคนเล็กว่า “เอ้า” นี่ของลูก ตุ๊กตานั่นของพี่แดงเขา แดงจะรู้สึกขอบคุณแม่ของเขามากที่เข้าใจและเห็นใจเขา ซึ่งจะช่วยให้ความโกรธของเขาบรรเทาลง ทั้งยังเอาของซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของเขาคืนมาให้ด้วย เมื่อโตขึ้นเขาจะรู้จักปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของตน ทั้งยังรู้จักแสดงความโกรธในทางที่ถูกที่ควรโดยไม่ก้าวร้าวหยาบคายอีกด้วย

ส่วนคนขี้โกรธหรือคนขี้โมโหเล่าจะทำอย่างไร?

แรงผลักดันของความโกรธ อยากก้าวร้าวอาจเปรียบได้กับพลังงานจากน้ำตก ถ้าปล่อยไปตามธรรมชาติอาจเกิดอันตรายใหญ่หลวงถึงขนาดทำลายชีวิตมนุษย์ได้ แต่ถ้ารู้จักเปลี่ยนพลังงานนั้นไปใช้ให้ถูกทางอาจเกิดประโยชน์ทางสร้างสรรค์อย่างมหาศาลได้ เช่นเดียวกับการเปลี่ยนพลังงานจากน้ำตกให้เป็นพลังงานไฟฟ้า

คนขี้โมโหก้าวร้าวควรหาทางออกโดยใช้จิตกลไกชนิดเปลี่ยนไปสู่ทางที่สังคมยอมรับ เช่น เล่นเทนนิส (วันไหนโกรธใครมาก็หวดให้เต็มแรงจนแขนเกือบหลุดจากบ่า) อาจกลายเป็นแชมเปี้ยนเทนนิสไปเลยก็ได้ หรือชกกระสอบทราย (สมมติกระสอบทรายเป็นใบหน้าคู่อริ) ปาเป้า (สมมติว่าปลายลูกศรปักทะลุตรงหัวใจคนหลายใจคนนั้นที่บังอาจมาหักอกเรา) หรือ ซ่อมเก้าอี้ (ตอกตะปูโป้งเดียวให้จมมิดเลย สมมติตะปูเป็นศีรษะยายปากจัดคนนั้น)

แต่ขอไว้สักอย่างเถิด โกรธใครก็อย่าไปเตะหมาแมวเลย บาปกรรมสงสารมัน

คุณที่มีฝีมือทางวรรณกรรมหรือศิลปะต่างๆ เชิญระบายอารมณ์ตามทางที่คุณถนัด ถ้าคุณโกรธขนาดอยากจะฆ่าแล้วเผอิญคุณมีฝีมือทางวาดเขียนละก็ อย่ารอช้ารีบจัดการเลย เปล่า........ไม่ใช่จัดการฆ่า จัดการหยิบดินสอพู่กันขึ้นมาวาดภาพคนถูกฆ่าอาจใช้ชื่อว่า “ฆาตกรเอกแห่งยุคศักดินานายทุน” ภาพนั้นอาจชนะการประกวดภาพได้รับรางวัลที่หนึ่งก็ได้

ถ้าคุณรู้จักใครที่โมโหร้ายผิดปกติ โดยเฉพาะถ้าเป็นเด็ก ควรแนะนำให้ญาติพาไปพบจิตแพทย์ตรวจเสียบ้าง เพราะอาจมีความผิดปกติทางอารมณ์หรือจิตใจอย่างเป็นพยาธิสภาพก็ได้ เช่น ความผิดปกติทางอารมณ์บางอย่างในเด็ก, โรคลมชัก, ปัญญาอ่อน หากเป็นผู้ใหญ่ก็อาจเป็นพวกมีพยาธิสภาพทางจิตใจหรือทางสมอง เช่น พวกบุคลิกภาพ ผิดปกติชนิดก้าวร้าว, พวกโรคลมชัก ฯลฯ ถ้าโมโหร้ายผิดวิสัยสามัญโดยไม่มีเหตุผลแล้วยังทำอะไรแปลกๆ อีกด้วย ยิ่งควรพาไปพบจิตแพทย์โดยเร็ว

ฉะนั้น ไม่ว่าจะโกรธมากไปหรือน้อยไป หรือแสดงอารมณ์โกรธไม่ถูกทาง ก็จัดอยู่ในประเภทสุขภาพจิตไม่ดีทั้งสิ้น แต่ถ้าคุณรู้จักโกรธคือ ไม่มากไปไม่น้อยไป ทั้งแสดงความโกรธถูกทาง คุณก็เป็นปุถุชนที่สุขภาพจิตดีพอสมควรแล้ว ขอให้มีความสุขและโชคดี ปลอดภัยจากโรคไซโคโซมาติค

*******************************************

ที่มาของข้อมูล: จากบทความเพื่อสุขภาพจิต ของ แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข หน้า 23-27

11 ตุลาคม 2548

By โดย แพทย์หญิงสุพัฒนา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา

Views, 6204