ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม 2548

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2548

*******************************************

เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 4 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ เสด็จลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โปรดฯ ให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรี ข้าราชการ นิสิตนักศึกษา พ่อค้าประชาชน ตลอดผู้แทนมูลนิธิต่างๆ เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 78 พรรษา


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ทรงมีพระราชดำรัสว่า "ขอขอบใจนายกฯ ที่ได้กล่าวอวยพรในโอกาสที่จะถึงวันเกิดในพรุ่งนี้ เข้าใจว่าจะทำให้ทุกคนทั้งในที่นี้และนอกที่นี้มีกำลังใจว่า นายกฯ พูดดี ก็ไม่ทราบว่าที่ชมนายกฯ ว่าพูดดีอาจจะมีคนไม่เห็นด้วย ที่มาพูดนี่เป็นความเดือดร้อนกับตัวเอง ถ้าชมนายกฯ คนอื่นอาจจะไม่ชมคือ ไม่ชมข้าพเจ้าว่าชมนายกฯ ทำไม แต่นายกฯ มีอยู่ไหมสำหรับให้ชม คือ ถ้ามีนายกฯ แล้วไม่ชมนายกฯ ก็ไม่ค่อยพอใจ แล้วถ้านายกฯ ไม่พอใจงานการจะไปได้อย่างไร ถึงต้องชมนายกฯ ว่า พูดดี เพราะเราถือว่านายกฯ พูดดีเพราะมาชมเรา เป็นของธรรมดาที่ทุกคนชอบให้เขาชม ไม่ชอบให้ติ

"ข้าพเจ้าเองก็ได้ติคนอยู่เรื่อยๆ เขาก็ไม่พอใจกัน แม้ว่าจะไม่ติคน บางทีเขาไปประกาศในหนังสือพิมพ์ว่า พระเจ้าอยู่หัวติคนโน้นคนนี้ แท้จริงไม่เคยติใครเท่าไหร่ บอกว่าเท่าไหร่เพราะว่าอาจจะติ แต่ไม่ได้พูดออกมาโจ่งแจ้งว่าติ คนเราถ้าอยู่ในที่แจ้ง ในที่ที่คนเห็นมากๆ ย่อมถูกติได้ง่ายๆ เพราะว่าคนเห็นมาก ถ้าเห็นมากแล้วเราทำอะไรไม่มีดี หรือมีดีก็มีที่ไม่ดีมาก แต่ถ้าสมมติว่ามีดีมากก็ไม่เป็นไร ถ้ามีไม่ดีบ้างแล้วคนเขาติ ถ้าเรารู้สึกว่าไม่ดีมีการแสดงตนว่า รู้ว่าไม่ดีมันก็ทำให้เกิดความรู้สึก ถ้าเกิดความรู้สึกบางทีก็รู้สึกชื่นชม บางทีก็รู้สึกเคือง ถ้าผู้ที่ถูกเล็งรู้สึกว่าถูกติเตียนแล้วแสดงตัวว่าเข้าใจว่าถูกแล้วเขาติเตียนเรา แล้วเราไม่พอใจก็เสียหาย ทำให้ส่วนรวมทั้งหมดเกิดปั่นป่วน พูดแค่นี้ก็พอแล้วถ้าพูดมากกว่านี้ทำให้เกิดเรื่องยุ่ง

"วันนี้ตั้งใจจะพูดอะไรที่ไม่พาดพิงใคร ไม่ติเตียนใคร เพราะว่าการติเตียนพาดพิงใครก็เกิดเคือง ไม่สบายใจ แต่ที่เห็นอยู่ข้างหน้านี่ มีคนที่พูดก็คงรู้ว่าใครพูด ที่พูดว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ดี ทำอะไรผิดแต่ก็ต้องแสดงออกมาว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ผิด ผิดไม่ได้ ซึ่งเป็นตามความจริงในระบอบประชาธิปไตย ในระบอบรัฐธรรมนูญที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระเจ้าอยู่หัวผิดไม่ได้ เขาพูดอย่างนั้น "The King can do no wrong" ท่านองคมนตรีชอบพูดว่าต้องอ่านภาษาอังกฤษ แต่ว่าเวลาที่พระมหากษัตริย์บอกว่า "The King can do no wrong" ก็เป็นสิ่งที่ผิดแล้ว ไม่ควรจะพูดอย่างนั้น

"ความจริงเวลาอ่านตำรากฎหมายรัฐธรรมนูญของอังกฤษ มีตำราที่คนเขาอ้างอยู่เสมอ แล้วคนที่เรียนภาษาอังกฤษเรียนกฎหมายอังกฤษต้องอ้างเรื่อง "The King can do no wrong" เสมอ นักกฎหมายแถวนี้ก็พยักหน้าว่าใช่ ความจริงคำว่า "The King can do no wrong" เป็นการดูถูกพระมหากษัตริย์อย่างมาก เพราะว่าพระมหากษัตริย์ทำไมจะไม่สามารถทำผิดได้ แสดงให้เห็นว่าเขาถือว่าพระมหากษัตริย์ไม่ใช่คน แต่ว่าพระมหากษัตริย์ทำความผิดได้ ข้อสำคัญที่สุดข้าพเจ้าเป็นพระมหากษัตริย์แล้วก็เขาบอกว่าไม่ทำผิดเราก็เห็นด้วยกับเขา การทำอะไรถ้าคนเรารู้ว่าต้องมีสติ หมายความว่ารู้ว่ากำลังทำอะไร คิดอะไร แล้วไม่ปล่อยให้มันผิดออกมาก็ไม่มีผิดได้ อันนี้ก็เป็นการพูดว่าข้าพเจ้าเองไม่ผิด ไม่มีวันผิด ถ้าสมมติว่าพูดผิดเพราะไม่รู้ก็ยัง แต่ว่าถ้าผิดโดยรู้ว่าผิด การทำผิดโดยรู้ๆ ไม่ดี แต่บางที่ไม่รู้เพราะว่าไม่มีสติ ขาดสติ คือไม่ระวังตัว ทีหลังก็เสียใจ

"เมื่อก่อนนี้ก่อนที่จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินก็เสียใจหลายครั้ง แต่ตอนที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้วผิดทีหนึ่ง แบบไทยๆ ซึ่งฝรั่งเขาบอกว่าเป็น "The King" เข้าใจว่าน้อยครั้งที่จะได้ทำผิด เพราะว่าระวัง ถ้าไม่ระวังป่านนี้ก็คงตายแล้ว มันลำบากต้องระวัง ถ้าไม่ระวังก็ตาย เป็นเรื่องของธรรมชาติที่เรียกว่าการเมือง หรือการที่อยู่ในสายตาของคนนี่มันฆ่าได้ ถ้าเราไม่ระวังเราตาย ถึงบอกได้ว่าทำไม "The King can do no wrong" เพราะถ้าทำผิดก็ตาย ทุกคนต้องมีสถานะอย่างนี้ ไม่ใช่ว่าพระมหากษัตริย์เก่ง แต่ทุกคนก็มีส่วนที่เก่งได้รับตำแหน่งที่สูง คนก็ชี้ว่าคนนี้สูงมากมียศศักดิ์ ซึ่งพระมหากษัตริย์เป็นยศศักดิ์สูง แต่คนที่อยู่ในที่นี้มียศศักดิ์สูง ไม่ระวังตัวก็ตายเหมือนกัน ทุกคนตั้งแต่แถวแรกจนถึงแถวสุดท้าย จนกระทั่งหลังแถวข้างนอก ทุกคนถ้าไม่ระวังก็ตาย ฉะนั้นที่พูดก็มีอะไรแปลกๆ หน่อย ไม่เคยหาว่าแช่ง แต่ที่จริงไม่แช่ง สงสาร ถ้าไม่ระวังเมืองไทยตาย ฉะนั้นก็ขอร้องอย่างเดียวว่า มาวันนี้ให้ระวังๆ ระมัดระวังที่คิด ที่พูด ที่ทำ ถ้านึกว่าทำถูกต้องก็ทำ

"เรื่องที่มีบอกในหนังสือพิมพ์ วิทยุ และโทรทัศน์ บอกว่าที่พระมหากษัตริย์ทำอะไรเขาไม่วิจารณ์ แล้วก็บอกว่าอย่าวิจารณ์ ที่จริงอยากให้วิจารณ์ เพราะว่าเราทำอะไรก็ต้องรู้ว่าเขาเห็นดีหรือไม่ดี ถ้าไม่พูดก็หาว่าทำดีแล้ว แต่แท้จริงที่พูด ที่ออกข่าวให้สัมภาษณ์ว่า อย่าไปวิจารณ์พระเจ้าอยู่ เพราะว่าไม่ควรในรัฐธรรมนูญก็มีอยู่ว่าละเมิดมิได้ นักกฎหมายก็พยักหน้าว่าถูกต้องไม่ควรจะวิจารณ์ วิจารณ์ไม่ได้ ละเมิดไม่ได้ แต่ว่าถ้าพูดว่าพระเจ้าอยู่หัวทำถูก พูดถูกไม่ใช่การละเมิด เป็นการเห็นชอบด้วยกับพระเจ้าอยู่หัว แต่ไม่เคยมีใครมาบอกเห็นชอบว่าพระเจ้าอยู่หัวพูดดีพูดถูก "แต่ว่าความจริงก็จะต้องวิจารณ์บ้างเหมือนกัน แล้วก็ไม่กลัว ถ้าใครจะมาวิจารณ์ว่าทำไม่ดีตรงนั้นๆ จะได้รู้เพราะว่า ถ้าบอกว่าพระเจ้าอยู่หัวไปวิจารณ์ท่านไม่ได้ ก็หมายความว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่เป็นคน ไม่วิจารณ์ เราก็กลัวถ้าบอกว่าไม่วิจารณ์แปลว่าพระเจ้าอยู่หัวไม่ดี รู้ได้อย่างไรที่เขาบอกว่าไม่วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว เพราะพระเจ้าอยู่หัวดีมาก ไม่ใช่อย่างนั้น บางคนอยู่ในสมองคิดว่าพระเจ้าอยู่หัวพูดชอบกล พูดประหลาดๆ ถ้าขอเปิดเผยว่าวิจารณ์ตัวเองได้ ว่าบางทีก็อาจจะผิดแต่ให้รู้ว่าผิด ถ้าเขาบอกว่าวิจารณ์พระเจ้าอยู่หัวว่าผิดแล้วขอทราบว่าผิดตรงไหน ถ้าไม่ทราบเดือดร้อน ฉะนั้นที่บอกว่าการวิจารณ์เรียกว่าละเมิดพระมหากษัตริย์ ให้ละเมิดได้ แต่ถ้าเขาละเมิดผิดเขาก็ถูกประชาชนบอมบ์ เป็นเรื่องของการขอให้รู้ว่าเขาวิจารณ์ยังไง ถ้าวิจารณ์ถูกแต่ถ้าวิจารณ์ผิดไม่ดี

"เมื่อบอกว่าไม่ให้วิจารณ์ละเมิดไม่ได้เพราะรัฐธรรมนูญว่าอย่างนั้น ก็ลงท้ายด้วยการที่พระมหากษัตริย์อยู่ในฐานะลำบาก เห็นว่าถ้าไม่ให้วิจารณ์ก็หมายความว่าไม่ให้ละเมิดพระเจ้าอยู่หัว พระเจ้าอยู่หัวเสียเป็นคนไม่ดี ซึ่งถ้าคนไทยด้วยกันจะไม่กล้า เอ็นดูพระเจ้าอยู่หัว ไม่อยากละเมิด แต่ฝ่ายชาวต่างประเทศ มีบ่อยๆ ละเมิดพระเจ้าอยู่หัว แล้วเขาก็หัวเราะเยาะว่า พระมหากษัตริย์ของไทยเป็นคนแย่ ละเมิดไม่ได้ ในที่สุดถ้าละเมิดไม่ได้ก็เป็นคนที่เสีย ฉะนั้นบางโอกาสก็ให้ละเมิดจะได้รู้กันว่า ใครดีใครไม่ดี นี่พูดเลยเถิดพูดมากไป แต่ว่าคนที่อยู่ข้างหน้านี่ไม่ต้องห่วง เพราะว่าไม่ได้มีความผิด คนที่นึกว่ามีความผิดพยักหน้าว่ามีความผิดจริงๆ แต่ความจริงเขาไม่มีความผิดคนที่มาก่อนมีความผิด แล้วคนที่พยักหน้าไม่ได้แก้ไข ผิดตรงที่ไม่ได้แก้ไข หลบความรับผิดชอบ เป็นเสียอย่างนั้น

"ในเมืองไทยนี่คนไหนที่ทำอะไรไม่ได้เข้าร่องเข้ารอยก็ลาออก แล้วไม่มีอะไรผิดเลย แม้จะทำอะไรผิดอย่างมากๆ ถ้าเป็นข้าราชการก็เรียกเข้ากระทรวง เข้ากรุงเทพฯ ก็หมดเรื่อง นานๆ ทีมีการเข้าคุก นี่พูดอย่างนี้ชักจะหนักใจที่เรียกเข้ากรุงเทพฯ เข้าคุก แต่มีเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไรก็ตามเข้าคุกแล้ว ถ้าเป็นการละเมิดพระมหากษัตริย์ พระมหากษัตริย์เองเดือดร้อนหลายทาง ทางหนึ่งต่างประเทศก็บอกว่าเมืองไทยนี่วิจารณ์พระมหากษัตริย์ไม่ได้ วิจารณ์ไม่ได้ก็เข้าคุก ต้องบอกว่าเข้าคุกแล้วต้องให้อภัย บางทีเขาด่าเราหนักๆ ฝรั่งเขาบอกว่าในเมืองไทยพระมหากษัตริย์ถูกด่าเข้าคุก

"ที่จริงควรจะเข้าคุก แต่ว่าเพราะฝรั่งบอกอย่างนั้นก็ไม่ให้เข้า ไม่มีใครกล้าเอาคนที่ด่าพระมหากษัตริย์เข้าคุก เพราะพระมหากษัตริย์เดือดร้อน เขาหาว่าพระมหากษัตริย์เป็นคนที่ไม่ดี อย่างน้อยที่สุดเป็นคนที่จั๊กจี้ที่ใครมาว่าอะไรสักนิดก็บอกให้เข้าคุก ที่จริงพระมหากษัตริย์ไม่เคยบอกให้เข้าคุก ตั้งแต่สมัยรัชกาลก่อนๆ เป็นกบฏก็ยังไม่จับใส่คุก ไม่ลงโทษ รัชกาลที่6 ท่านไม่ลงโทษคนที่เป็นกบฏ มาจนกระทั่งถึงรัชกาลที่9 ใครเป็นกบฏซึ่งไม่เคยมีแท้ๆ ที่จริงก็ทำแบบเดียวกันก็ไม่ให้เข้าคุก ปล่อย หรือถ้าเข้าคุกก็ให้ปล่อย หรือถ้าไม่เข้าคุกก็ไม่ฟ้องเพราะว่าเดือดร้อน

"ผู้ที่ถูกด่าเป็นคนที่เดือดร้อนอย่างคนที่ละเมิดพระมหากษัตริย์แล้วถูกทำโทษไม่ใช่คนนั้นนี่เดือดร้อน พระมหากษัตริย์เดือดร้อน และนี่ก็แปลกคราวนี้นักกฎหมายก็ชอบก็ฟ้องให้จับเข้าคุก อันนี้นักกฎหมายก็สอนนายกฯ ว่าต้องฟ้องต้องลงโทษ นี่ขอสอนนายกฯ ว่า ใครสั่งบอกว่าให้ลงโทษ อย่าลงโทษเขา การลงโทษไม่ดี ลงท้ายไม่ใช่นายกฯ เดือดร้อน แต่พระมหากษัตริย์เดือดร้อน อาจจะอยากให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อนหรือไม่ ไม่รู้นะ เขาทำผิดเข้าด่าพระมหากษัตริย์เพื่อที่จะให้พระมหากษัตริย์เดือดร้อน ก็เดือดร้อนจริงๆ ใครมาด่าเราชอบไหม ไม่ชอบ

"แต่ว่าถ้านายกฯ เกิดให้ลงโทษแย่เลย แล้วนักกฎหมายต่างๆ จะให้ลงโทษคนที่ด่าพระมหากษัตริย์ ทำไปทำมาต้องเอาว่าเขาด่านายกฯ ถ้าด่านายกฯ นายกฯ เดือดร้อนไหม ไม่ควรจะเดือดร้อนไหม แต่ถ้าด่านายกฯ พระมหากษัตริย์ก็ไม่เดือดร้อน เป็นเรื่องของนายกฯ แต่ถ้าเขาด่าพระมหากษัตริย์ นายกฯ เดือดร้อน เพราะว่าต้องเป็นคนจัดการ มันยุ่งอย่างนี้กฎหมายก็สอนนายกฯ ว่าอย่างนั้น สอนนายกฯ ว่า ใครมาด่าเราเราต้องด่ากลับมันไม่ดี นี่พูดชักจะไม่ดี ชักจะเป็นส่วนตัว แต่ว่าเราเองก็ไม่ขอบอกว่าควรจะทำอะไร ควรจะรู้นักกฎหมายก็ต้องรู้ว่าทำอะไรถูกอะไรผิด ไม่ต้องพูดทุกวันๆ ที่จริงเขาไม่พูดทุกวัน แต่เขาทำเทปไว้เป็นดีวีดี แล้วก็แจกทั่วให้คน ลงท้ายคนก็ฟัง ก็ดู

"เขาเอือมกันนะที่ไปแก้ตัวแทนนายกฯ วันนี้เราขึ้นมานี่เราแทนนายกฯ บอกว่านายกฯ ไม่ผิด นายกฯ ทำได้ทุกอย่าง ก็เลยไม่ต้องไปออกทีวีแล้ว ออกทีวีทุกวันมีคนเขาบอกว่า เขาเอือมที่ออก แต่ว่ามีหน้าที่ที่ออกก็ออก มีคนที่เขาเดือดร้อนที่อยู่ในรายการ เพราะเขาต้องเป็นคนที่ต้องพูด แล้วก็คนที่พูดนั่นก็เลยถูกลูกหลงไปด้วย อย่างไรก็ตาม การแก้ตัวครั้งเดียวได้ แต่นี่แก้ตัวมาตั้งหลายสิบครั้งแล้วนะที่ออกทีวี เลยชักจะเอือมคนเขาอยากดูละครไม่อยากมาดูอย่างนี้ พอแล้วเสียไฟฟ้า ไม่ใช่เสียไฟฟ้าที่ดูแต่เสียไฟฟ้าคนที่ส่ง เพราะว่าทีวีออกทีก็เสียไฟฟ้าแรง เสียน้ำมันไอ้นี่ก็เลยนึกว่าควรจะพูดพอแล้ว ที่พูดนี่ก็เสียไฟฟ้ามาก เขาควรจะบอกว่าเลิกเสียทีไม่ต้องพูดมาก แต่เราก็พูดต่อเพราะว่าเป็นรายการที่อัดเสียงใส่เทปเอาไว้ ไม่ได้ออกโทรทัศน์ ไม่ต้องเสียไฟฟ้าสำหรับโทรทัศน์

"นี่มาพูดถึงไฟฟ้าและพลังงานนี้ การไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน การปั่นไฟฟ้าต้องใช้พลังงานเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า อันนี้ก็ทำมานานแล้ว เวลาขาดแคลนเชื้อเพลิงก็บอกว่าให้ปิดโทรทัศน์ให้ปิดไฟ แล้วบอกว่าได้ผลดี ความจริงเปิดโทรทัศน์ไม่เป็นไร ถ้าน้ำมันเชื้อเพลิงหมดแล้วก็ยังใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่น มีแต่ต้องขยันต้องหาวิธีทำให้เชื้อเพลิงเกิดขึ้นมาใหม่ เชื้อเพลิงที่เรียกว่า น้ำมันเชื้อเพลิงมันจะหมดภายในไม่กี่ปี หรือไม่กี่สิบปีก็หมด ถ้าว่าไปอีก 40 ปีหมด เราก็จะอายุ 118 ปี อายุ 118 ปีนี่เรายังมีชีวิตอยู่อีก 2 ปี

"2 ปีนั่นน่ะเราก็จะใช้ก๊าซโซฮอล์หรือไม่ใช่ก๊าซโซฮอล์ ก๊าซโซฮอล์ก็ไม่มี เพราะว่าก๊าซโซฮอล์นี้ใส่แอลกอฮอล์เพียง 10 เปอร์เซ็นต์อย่างมาก ต้องใช้น้ำมันปาล์ม น้ำมันปาล์มเขาก็ใส่เพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ในระหว่างที่จะถึงอายุ 118 ปี หาวิธีได้แล้วที่จะทำ ที่จริงเมื่อ 2 ปีก็ทำไบโอดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เพียงน้ำมันปาล์ม 10 เปอร์เซ็นต์ นายกฯ ก็ได้เห็นรถแล่นมาน้ำมันปาล์ม 100 เปอร์เซ็นต์ เรายืนอยู่ที่เราคันหนึ่งแล้วก็มีรถอีกคันหนึ่งถอยหลังมา นั่นละได้ยินเสียง บึ้มๆๆ มา นั่นเป็นรถใช้น้ำมันดีเซล 100 เปอร์เซ็นต์ 100 เปอร์เซ็นต์ น้ำมันปาล์ม นายกฯ ก็บอกว่าหอมดี ไม่เดือดร้อน เพราะว่านายกฯ ไม่ต้องกลัวเป็นมะเร็ง เพราะว่าไอ้นี่ไม่ต้องกลัวเป็นมะเร็ง

"เราทำแล้วก็หมายความว่าเราไม่เดือดร้อน ถึงเวลาเราอายุ 118 ปี ถ้าอย่างไรเราก็ใช้น้ำมันปาล์มของเราเอง คนอื่นอาจจะไม่ได้ อาจจะไม่มี แต่ว่าเรามีเพราะเราขวนขวายหาวิธีที่จะทำเชื้อเพลิงทดแทนได้ ถ้าไม่ได้ทำเชื้อเพลิงทดแทนเราก็เดือดร้อน เราก็เป็นห่วง แต่เราก็ไม่ต้องเป็นห่วง ถ้าคนอื่นเขาไม่ทำเขาอาจจะไม่มีน้ำมันไบโอดีเซลใช้ แต่ว่าเรามี เราคือข้าพเจ้าทำเอง คนอื่นอาจจะไม่มีก็ไม่เป็นไร ต้องเห็นแก่ตัว แต่ละคนถ้าเห็นแก่ตัว ก็รู้ว่าไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนต้องพยายามที่จะหาพลังงานทดแทนทั้งนั้น เราเชื่อว่า เวลาเราอายุ 118 ปี นายกฯก็บอกว่าแก่แล้ว แต่เราไม่แก่ เพราะเราคิดทำพลังงานทดแทนอยู่เรื่อย แต่นายกฯ บอกแก่ นายกฯ ก็จะอายุ 94 ปี ก็ไม่รู้ว่า 94 อาจจะแข็งแรงก็ได้ คงแข็งแรงอาจจะมีความคิดที่จะสร้างโรงงานก๊าซโซฮอล์และไบโอดีเซลสำเร็จแล้ว นายกฯก็ไม่เดือดร้อนเอาไบโอดีเซลใส่เครื่องบินได้

"เครื่องบินเขาใช้ไบโอดีเซลได้แล้วสมัยนี้ แต่ไม่ใช่ลำโตๆ เวลานั้นอาจจะใส่ลำโตๆ สำหรับนายกฯได้ อาจจะสามารถที่จะมีแต่ว่าเฉพาะนายกฯ คนอื่นไม่สามารถที่จะมี ก็ 2 คนล่ะพระเจ้าอยู่หัวกับนายกฯ มีเครื่องบินใช้ แล้วใช้ไบโอดีเซล ท่านองคมนตรีสั่นหัวว่าไม่มี เวลานั้นท่านอายุเท่าไหร่ 130 ปี ก็คงไม่อยู่แล้ว เราก็อยู่ 2 คนมีไบโอดีเซลใช้แล้วจะไปไหน ไปเชียงใหม่เหรอ ขึ้นเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้วไปเชียงใหม่ไปดูสวนสัตว์ ก็สวนสัตว์ก็อยู่สบายเพราะเขาไม่ต้องใช้ไบโอดีเซล ก็เป็นอันว่าไม่ต้องกลัว เราไม่เดือดร้อน เพราะว่าอีก 40 ปีมีไบโอดีเซลพอสำหรับเราใช้สองคน นี่ชักเฟื่องพูดว่า อีก 40 ปี จะมีเราสองคนที่มีน้ำมันใช้ได้ แล้วดูทีวีได้ ดูทีวีก็อาจจะโฆษณาอะไร ในทีวีประกาศชี้แจงได้ เพราะเปิดทีวีให้ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมาปั่นไฟฟ้า ป่านนั้นทีวีก็อาจจะมีอะไรใหม่มีข่าวต่างๆ ไม่ต้องเป็นห่วง ทีนี้ก็ต้องดูเป็นบุคคลๆ

"การที่จะบอกว่าเป็นห่วง เป็นห่วงทั้งบ้านเมืองก็เป็นห่วง แต่ว่าถ้าเราคิดจริงๆ ไม่ต้องเป็นห่วงก็แต่ละก็ต้องมีการขวนขวายเหมือนกันว่า ถ้าแต่ละคนขวนขวายของตัว อีก 40 ปีไม่มีความเดือดร้อน โดยเฉพาะสำหรับประเทศไทยมีคนที่มีความคิดดี ก็ข้าพเจ้าคนหนึ่งมีความคิดดีๆ นายกฯอีกคนมีความคิดดีๆ ไม่จนมุม ฉะนั้นสองคน ไม่เดือดร้อน คนอื่นเขาก็ต้องไม่เดือดร้อน เขาก็ต้องหาทางออกได้ เพราะว่าถ้าเดือดร้อนก็ต้องไปดูโครงการพระราชดำริ โครงการพระราชดำริเปิดเผยให้ทุกคนทั้งนั้นแล้วก็ถ้าปฏิบัติตามโครงการพระราชดำริ ทำอย่างเศรษฐกิจพอเพียง ตอนนี้นายกฯ ก็เศรษฐกิจพอเพียงไม่จ่ายเงินแล้ว ใช้แต่เศรษฐกิจพอเพียง เพราะว่ามีการโฆษณา คู่สมรสของคณะรัฐมนตรีก็ชำนิชำนาญเศรษฐกิจพอเพียงเก่งมาก นี่ก็อีกคนหนึ่งที่ทำได้ก็เลยไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ทราบว่าคู่สมรสขององคมนตรีจะทำเศรษฐกิจพอเพียงหรือเปล่า สงสัยว่าไม่ทำ

"แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็เปิดให้ความกว้างขวางของเศรษฐกิจจะดีขึ้น ท่านรองนายกฯ ทั้งหลายก็อาจจะไม่ทำ เพราะว่าเคยชินกับเศรษฐกิจที่ต้องใช้เงินมาก ไม่ใช่เศรษฐกิจพอเพียง ไม่พอเพียง เพราะฉะนั้นนายกฯ และคุณหญิงอาจจะให้เพื่อนนายกฯ รองนายกฯต่างๆ เขาทำเศรษฐกิจพอเพียงสักนิดหน่อยก็จะทำให้อีก 40 ปี ประเทศชาติไปได้ และนี่ก็มีแต่นายกฯ รองนายกฯ จัดการ รวมทั้งคู่สมรสทำเศรษฐกิจพอเพียงก็เชื่อว่าประเทศจะมีความประหยัดไปเยอะ ถ้าไม่ประหยัดประเทศไปไม่ได้ คนอื่นไม่ประหยัดเท่ากับคณะรัฐมนตรีประหยัด ไม่ใช่คณะรองนายกฯ จะทำให้ไปได้ดีขึ้นเยอะ

"มามองทางนี้ก็บอกว่าสภาฯ เป็นอย่างไร ก็สภาฯ ด้วยเหมือนกันอยากทำ ก็สภาฯ เป็นอาจารย์ของนายกฯ นายกฯสอนครู สอนอาจารย์หน่อยว่าเศรษฐกิจพอเพียงทำอย่างไร สอนครูคนเดียวก็พอแล้ว เพราะครูก็ไปสอนคนอื่น ต่อไปก็เหลือแต่ฝ่ายค้าน ฝ่ายค้านก็ไม่ต้องสอนพอเพียงอยู่แล้ว ฝ่ายค้านเนี่ย หัวหน้าฝ่ายค้านไม่ทราบว่าเขาพอเพียงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยอดีตหัวหน้าเขาพอเพียง พอเพียงอย่างมากๆ เขาทำอะไรที่ทำให้ประเทศชาติใช้เงินนิดเดียว ไม่พอเขาถึงต้องออก เลยไม่รู้ว่าฝ่ายค้านจะพอเพียงหรือไม่ แต่อย่างน้อยอดีตหัวหน้าพรรคพอเพียงมากจนกระทั่งต้องออกจากหัวหน้าพรรค นอกจากนั้นถ้าทุกคนเลื่อมใสว่าต้องพอเพียงก็ปฏิบัติเถิด ถ้าปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียงมันใช้ได้จริงๆ ไปได้จริงๆ แต่ว่าอาจจะไม่สบาย ทุกอย่างที่นายกฯ พูดเมื่อกี้ก็มาพูดไม่ได้แต่งเอา นายกฯ พูดว่าพระเจ้าอยู่หัวพูดอะไร ทำอะไรถูกต้อง ก็ชื่นชมว่าพระเจ้าอยู่หัวนี้ทำให้ให้ประเทศชาติอยู่ได้ เช่นเดียวกับแก้มลิง

"แก้มลิงนี่ เมื่อครั้งก่อนพูดถึงคนก็หัวร่อ เดี่ยวนี้ไม่หัวร่อแล้วเพราะว่าลิงต้องมีแก้ม ถ้าลิงไม่มีแก้มเขาอยู่ไม่ได้ คนเราก็ต้องมีแก้มเป็นแก้มคน แต่แก้มคนก็เป็นแก้มลิงได้ หมายความว่าต้องระวังรักษาอะไรที่กล้วยที่ลิงกินเข้าไปก็เก็บไว้ได้ จะพูดอะไรก็เก็บไว้ในแก้มก็ได้ ก็ประหยัด คือแก้มลิงเป็นการประหยัด แล้วโครงการอื่นๆ อย่างฝายแม้ว ก็ฝายนายกฯ นายกฯไปดูฝายแม้ว คราวนี้ฝายเราเราทำ ฝายแม้วเดี๋ยวนี้ซาบซึ้งหรือเปล่าว่ามีประโยชน์อะไร มีประโยชน์ทำให้ไม่มีน้ำท่วม ไม่มีน้ำแล้ง

"ตอนที่น้ำท่วมเชียงใหม่ นายกฯ เดือดร้อนมาก โกรธมาก ทำไมมีฝายแม้วแล้วน้ำยังท่วม ก็เพราะว่าฝายแม้วทำไม่ถูกต้องทำไม่ดี แล้วก็ปล่อยน้ำลงมาผิดทาง ที่จริงที่ไปดูที่กุยบุรี นั่นละไปขยายเขื่อนที่กุยบุรี ที่ยางชุม เคราะห์ดีไปทำ โครงการพระราชดำริอันนี้ถ้าไม่ได้ทำ ถ้าทำตามที่ชลประทานเขาจะทำป่านนี้ก็ยังไม่เสร็จ ถ้ายังไม่เสร็จป่านนี้น้ำท่วมแล้ว ปีนี้ที่น้ำไม่ท่วมกุยบุรีและประจวบคีรีขันธ์ ที่ประจวบฯ ท่วมบ้างแต่ว่าไม่ขึ้นมาถึงหัวหิน เพราะว่าเขื่อนกุยบุรี

"ถามว่าทำไมเขื่อนกุยบุรีขยายเก็บน้ำได้ 9 ล้านลูกบาศก์เมตร เพราะว่าเดี๋ยวเรามีโครงการพระราชดำริ เราบอกว่าทำเลย อธิบดีต้องของบประมาณเพราะงบประมาณไม่มี ก็เป็นโครงการพระราชดำริก็เลยทำทันที แทนที่จะใช้เวลา 3 ปีมันน่าใช้เวลา 2 ปีทำงานได้ ที่เราไปดูนั่นทำงานได้จริงๆ เพราะว่าถ้าไม่มีไอ้น้ำ 9 ล้านลูกบาศก์เมตรมันเต็มแล้ว ถ้าน้ำมันล้นปกติตามจำนวนที่ปกติเลยทำให้น้ำไม่ท่วม ถ้า 9 ล้านลูกบาศก์เมตรฝนมันลงซู่ๆ มีหวังน้ำท่วมทั้งด้านบน ด้านหลัง ท่วมแล้วน้ำก็ทำลาย ถ้าเราทำโครงการที่ใช้งานได้เร็วๆ ประหยัดการท่วมของพื้นดิน ถ้าว่าไปประหยัดทรัพย์ ความจริงตอนนั้นใช้เงินร้อยล้านกว่าๆ ตอนนี้ก็กลับคืนมาแล้ว ถ้าไม่ได้ทำน้ำที่มาท่วมก็ทำลายร้อยล้าน

"สำหรับคนที่พยักหน้าร้อยล้านไม่ใช่อะไร ต้องพันล้าน หมื่นล้าน แสนล้าน แต่ร้อยล้านชาวบ้านเขารู้สึก หมายความว่าร้อยล้านที่เอาจากโครงการพระราชดำริกลับคืนมาแล้ว กลับคืนมาที่ไหนก็ที่ประชาชนเขาได้ ถ้าไม่ได้ใช้เงินนี้ปีหน้าจะต้องใช้สองร้อยล้าน เพราะถ้าไม่ใช้เงินทันที เงินมีอยู่ คนก็บอกว่าบางทีไม่มีเงิน แต่เงินอันนี้มีอยู่ เพราะว่างบประมาณมีถ้าไม่มีก็หมายความว่างบประมาณทำไม่ถูก แต่อันนี้ก็หมายความว่างบประมาณใช้ไป ใช้ดีแล้ว ใช้ถูกต้องไม่เสียหาย ทำให้ประชาชนได้กำไร ถ้าไม่ได้ใช้ไปก็ไม่รู้ว่าใครใส่กระเป๋าไปไหน แต่ว่าประชาชนไม่ได้

"ฉะนั้นที่ได้ทำโครงการประหยัดไป 1 ปี ที่ไปดูนั่นเห็นประจักษ์ว่าน้ำมันไหลออกมาจากเขื่อน ไม่ใช่พูดหลอก น้ำจริงๆ มันลงมาเต็มเขื่อน แทนที่จะเป็น 38 ล้านลูกบาศก์เมตรมันเป็น 40 กว่าล้านที่ลงมาทำให้น้ำลงมาเก็บและล้นมาได้ แล้วน้ำก็ได้ใช้เวลาแล่นรถไปข้างล่างก็เห็นทำนาได้ นานี่ได้ใช้ประโยชน์เพราะว่าข้าวก็ไม่เสีย ข้าวได้ใช้ ถ้าจะเอาข้าวไปส่งนอกเราก็ได้เงิน หรือได้ของไปแลกเปลี่ยนได้ ฉะนั้นโครงการร้อยล้านนี้ทำดีแล้วก็ช่างชลประทานก็มีความรู้พอที่จะทำ ไม่ต้องอาศัยช่างจากต่างประเทศช่างในเมืองไทยนี่เอง แล้วก็ใช้เครื่องมือในเมืองไทยนี่ได้ ก็เลยรู้สึกว่าปีนี้ที่ได้เห็นการขยายโครงการกุยบุรีนี้ได้ผลจริงๆ ได้ไปดูก็ดีใจพอใจ

"ฉะนั้นนี่ต้องเล่าให้ฟังว่า ที่ได้ไปดูโครงการชลประทานที่กุยบุรี ที่หมู่บ้านยางชุมเป็นโครงการที่ใช้งานได้ ไม่ใช่ที่ยางชุม ข้างๆ ก็มีการสร้าง น้ำของเขื่อนที่จะกักน้ำได้ผลยังต้องทำอีกมาก แต่เวลามาพูดกับสมาคมนี้ก็พูดถึงชลประทานก็ได้ผลดี แต่ค่อยๆ ทำไม่ใช่ว่าไม่มีเงินเท่านั้นเอง เงินมีไม่พอ แต่ว่าที่จะทำมันไม่มีแล้วก็ทำต้องศึกษาให้ดี ถ้าโอ้พระเจ้าอยู่หัวบอกให้ทำ ถ้าไม่มีหลักวิชาที่ดีอาจจะเสียก็ได้ แต่ว่าการที่จะทำต้องพยายามหาที่ที่จะทำ ใช้ความรู้ที่ถูกต้อง โครงการอย่างอื่นก็มีที่จะต้องทำ ไม่ใช่ว่าชลประทานโดยที่เราเป็นผู้ที่เขาเรียกว่าผู้เชี่ยวชาญ ชลประทานก็กล้าที่จะบอกว่าควรจะทำ

"รู้สึกว่าใครๆ ก็คงง่วงแล้ว เดี๋ยวนี้มืดเร็ว ถ้าง่วงเดี๋ยวไปนอนได้ รู้สึกว่าสมควรแก่เวลา ขอขอบใจที่ท่านให้พร เพราะถ้าไม่ให้พรก็ไม่รู้ว่าเราทำอะไร ถ้ามาให้พรแล้วเราก็มีกำลังใจที่จะทำงานต่างๆ แล้วก็ต้องให้พรกับทุกฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน ให้กำลังใจ ทำอะไรก็ทำ ทำได้ดี แต่วันนี้ไม่พูดว่าให้ทำอะไรให้ทะเลาะกัน ไม่เอาไม่ให้ทะเลาะให้ทำอะไรที่ดูจะดี แล้วคิดให้อย่าเกิน อย่าเลยเถิด แต่ว่าถ้าแต่ละคนทำงานให้เหมาะสมบ้านเมืองจะไปได้ ถึงจะต้องให้พรให้บ้านเมืองไปได้ ให้แต่ละคนไปได้ ไม่ใช่ไปหัวชนฝา จะทำอะไรก็ขอให้แต่ละคนมีความสำเร็จพอสมควร เศรษฐกิจพอเพียง คือ ทำให้พอเพียง ถ้าไม่พอเพียงไปไม่ได้ แต่ถ้าทำให้พอเพียงสามารถนำพาประเทศให้ไปได้ดี ก็ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จ ในความสำเร็จพอเพียงและเพื่อให้บ้านเมืองบรรลุความสำเร็จที่แท้จริง ก็ไม่รู้คนที่รับพรก็รับไป คนที่ไม่รับพรก็คิดในใจ ขอบใจที่ท่านทั้งหลายให้พร เรารับพรของท่าน"

*******************************************

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ข้าราชการกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

ที่มาของข้อมูล: จากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ประจำวันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2548 หน้า 1 และ 14

5 ธันวาคม 2548

By กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข

Views, 6047