ขอน้อมเกล้าฯถวายอาลัยส่งดวงพระวิญญาณพระองค์ เสด็จฯสู่สวรรคาลัย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ และลูกจ้าง กรมสุขภาพจิต

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
วิสัยทัศน์: เป็นองค์กรหลักด้านสุขภาพจิต เพื่อประชาชนมีสุขภาพจิตดี มีความสุข
พันธกิจ 1: สร้างการมีส่วนร่วมเพื่อให้ประชาชนในทุกกลุ่มวัย สามารถดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง
พันธกิจ 2: สนับสนุนการพัฒนาระบบบริการสุขภาพจิตครอบคลุมทุกมิติในทุกระดับ
พันธกิจ 3: พัฒนากลไกการดำเนินงานสุขภาพจิตเพื่อกำหนดทิศทางงานสุขภาพจิตของประเทศ

บทความด้านสุขภาพจิต

โรคกังวล

โรคกังวล

โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สมภพ เรืองตระกูล /คู่มือจิตเวชศาสตร์ สำหรับประชาชน หน้า 15-17

โรคกังวล

GENERALIZED ANXIETY DISORDER

ชื่ออื่น Anxiety Neurosis

คำจำกัดความ

ลักษณะสำคัญของโรค คือ ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ หรือกิจกรรมต่างๆ มากผิดปกติ และมีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 3 อย่าง ได้แก่ กระวนกระวาย เหนื่อยง่าย ขาดสมาธิ หงุดหงิดง่าย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และนอนไม่หลับ โดยผู้ป่วยมีอาการดังกล่าวติดต่อกันเป็นเวลาอย่างน้อย 6 เดือน

อุบัติการณ์

พบประมาณร้อยละ 3-5 ของประชากรทั่วไป และพบโรคนี้ประมาณร้อยละ 12 ของผู้ป่วยที่เป็น ANXIETY DISORDER ทั้งหมด พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายในอัตราส่วน 2:1

สาเหตุ

1. พันธุกรรม

พันธุกรรมเป็นสาเหตุสำคัญประการหนึ่งของโรคนี้ Kendler และคณะ ได้ศึกษาคู่แฝดหญิงจำนวน 1,033 คู่ พบว่าคู่แฝดที่เป็นโรคกังวลมีปัจจัยทางพันธุกรรมเป็นสาเหตุร้อยละ 30 ในขณะที่คู่แฝดที่เป็นโรคซึมเศร้ามีปัจจัยทางพันธุกรรมเป็นสาเหตุร้อยละ 70 และพบว่าปัจจัยทางพันธุกรรมซึ่งทำให้เป็นโรคนี้ และโรคซึมเศร้าเป็นชนิดเดียวกัน

2. ทฤษฎีเกี่ยวกับพฤติกรรมการเรียนรู้

พบว่าผู้ป่วยมักให้ความสนใจ เรื่องราวที่เป็นอันตรายและรับเอาเรื่องราวดังกล่าวเข้าไว้ในพฤติกรรมการเรียนรู้ของตน ทำให้ผู้ป่วยเกิดความวิตกกังวลง่าย มีผู้ตั้งข้อสมมติฐานว่าผู้ป่วยมักขาดการควบคุมอารมณ์ โยเฉพาะความวิตกกังวล ทำให้มีโอกาสเป็นโรคนี้ง่าย

3. ปัจจัยทางชีวภาพ

จากผลการศึกษาในปัจจุบันพบว่า สารสื่อประสาท โดยเฉพาะ catecholamine, serotonin และ GABA อาจมีส่วนทำให้เป็นโรคนี้

ลักษณะทางคลินิก

ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลมากผิดปกติ และมีอาการต่อไปนี้ร่วมด้วย ได้แก่ กระวนกระวาย เหนื่อยง่าย หงุดหงิดง่าย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และนอนไม่หลับ ผู้ป่วยมักมีความกังวลเกี่ยวกับกิจวัตรปะจำวัน เช่น ความรับผิดชอบในหน้าที่การงาน สถานภาพทางการเงินของตน และครอบครัว สุขภาพของบุคคลในครอบครัว การเลี้ยงดูบุตร หรือเรื่องเล็กน้อยอย่างอื่น เช่น งานประจำภายในบ้าน รถเสีย หรือมีนัดแล้วไปช้ากว่ากำหนด เป็นต้น ผู้ป่วยที่เป็นเด็ก และวัยรุ่น จะมีความกังวลเกี่ยวกับสมรรถภาพในการเรียน การกีฬา หรือกิจกรรมอย่างอื่น และอาจมีความกังวลมากเกี่ยวกับการตรงต่อเวลา ผู้ป่วยเด็กอาจมีลักษณะเจ้าระเบียบ ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด มักทำงานซ้ำๆ เพื่อให้งานออกมาดี รวมทั้งต้องการให้เป็นที่ยอมรับของคนอื่น และต้องการกำลังใจอย่างมากด้วย

อาการอื่น และโรคที่พบร่วมด้วย

ผู้ป่วยอาจมีกล้ามเนื้อกระตุก มือสั่น ตัวสั่น และปวดกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการทางกาย เช่น ตัวเย็น มือเย็นขึ้น ปากแห้ง เหงื่อออก คลื่นไส้ หรืออาเจียน ปัสสาวะบ่อย กลืนอาหารลำบาก หรือรู้สึกมีก้อนติดอยู่ในลำคอ และตื่นเต้นตกใจง่าย อาการซึมเศร้าพบได้บ่อยเช่นกัน

ผู้ป่วยมักเป็นโรคอารมณ์แปรปรวน เช่น โรคซึมเศร้า หรือ Dysthymic disorder และเป็นโรค Anxiety disorder ชนิดอื่น เช่น โรคแพนิค โรคกลัว รวมทั้งใช้สารเสพติด

โรคทางกายที่อาจพบร่วมด้วย ได้แก่ ปวดศีรษะ Irritable bowel syndrome เป็นต้น

การวินิจฉัยโรค

หลักการวินิจฉัยโรคมีดังนี้

1. ผู้ป่วยมีความวิตกกังวลมากผิดปกติ ติดต่อกันเป็นเวลานานอย่างน้อย 6 เดือน

2. มีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 3 อย่าง (ถ้าผู้ป่วยเป็นเด็กมีอาการอย่างเดียว)

2.1. กระวนกระวาย

2.2. เหนื่อยง่าย

2.3. ขาดสมาธิ

2.4. หงุดหงิดง่าย

2.5. ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

2.6. นอนไม่หลับ

การดำเนินโรค

ผู้ป่วยจำนวนมากมักมีความวิตกกังวลอยู่เป็นประจำ และประมาณครึ่งหนึ่งมีอาการตั้งแต่เด็ก หรือวัยรุ่น การดำเนินโรคมักเป็นเรื้อรัง เป็นๆ หายๆ และอาการจะกำเริบเวลามีเรื่องไม่สบายใจ

การรักษา

ก. จิตบำบัด

1. อธิบายสาเหตุของโรคให้ผู้ป่วยเข้าใจว่า ผู้ป่วยมีอาการเนื่องจากอารมณ์เครียด และวิตกกังวล ซึ่งต้องหาสาเหตุว่าเกิดอะไร

2. ให้ความมั่นใจว่ามีทางรักษาให้หายได้ และไม่มีอันตรายแต่อย่างใด

3. เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ระบายความไม่สบายใจ และความทุกข์ใจ รวมทั้งปัญหาต่างๆ พร้อมทั้งให้กำลังใจ ปลอบใจ และแนะนำวิธีแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ถูกต้องเหมาะสม

4. แก้ไขภาวะแวดล้อมที่เป็นสาเหตุ โดยอาศัยความร่วมมือจากญาติผู้ป่วยด้วย

5. ทำจิตบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่มีความขัดแย้งใจ และให้ผู้ป่วยมีการปรับตัวดีขึ้น เพื่อต่อไปภายหน้าเมื่อมีเรื่องไม่สบายใจจะได้ควบคุมความวิตกกังวลได้อย่างเหมาะสม

ข. พฤติกรรมบำบัด ใช้วิธี progressive muscle relaxation

ค. การรักษาด้วยยา ยาคลายกังวลในกลุ่ม Benzodiazepines ใช้รักษาโรคนี้ได้ดีที่สุด

*******************************************

ที่มาของข้อมูล: จาก คู่มือจิตเวชศาสตร์ สำหรับประชาชน หน้า 15-17

10 January 2549

By โดย ศาสตราจารย์เกียรติคุณ นายแพทย์สมภพ เรืองตระกูล /คู่มือจิตเวชศาสตร์ สำหรับประชาชน หน้า 15-17

Views, 16395