02 149 5555 ถึง 60

 

เสริมภูมิคุ้มกันธรรมชาติ ป้องกันเชื้อด้วยตำรับอาหารไทยสี่ภาค

เสริมภูมิคุ้มกันธรรมชาติ ป้องกันเชื้อด้วยตำรับอาหารไทยสี่ภาค

เรื่องโดย สิทธิโชค ศรีโช เภสัชกรรมไทยและเวชกรรมไทย

สถานการณ์โรคระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลกขณะนี้ สิ่งสำคัญประการหนึ่งที่วงการแพทย์และสาธารณสุขต่างออกมาแนะนำให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญคือ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายของตนเองให้แข็งแรง หลักการของคำแนะนำดังกล่าวก็คือ เมื่อร่างกายเรามีภูมิคุ้มกันที่ดี จะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง สามารถต้านทานและกำจัดเชื้อไวรัสหรือเชื้อโรคแปลกปลอมที่เข้ามาภายในร่างกายได้

ว่าแต่การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองนั้น ทำได้ด้วยวิธีใดบ้างหนอ และอาหารไทยเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างไรต่อการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของคนไทย ต้องขอขยายความกันสักหน่อย

ภูมิคุ้มกันคืออะไร

ร่างกายมนุษย์มีระบบป้องกันตนเองจากภัยอันตรายภายนอก เรียกว่า “ระบบภูมิคุ้มกัน” (Organs of the Immune System) ซึ่งเจ้าระบบนี้ก็ทำงานตรงไปตรงมาตามชื่อของมัน ก็คือการปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆรอบตัวเรา

โดยระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายแบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญหลักๆคือ ระบบภูมิคุ้มกันโดยกำเนิด (Innate Immunity) เช่น ผิวหนัง น้ำตา น้ำลาย น้ำมูก เยื่อบุหลอดอาหาร การไอเพื่อขับสิ่งแปลกปลอมออกจากหลอมลม ความเป็นกรดของสารคัดหลั่งในช่องคลอดเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตจากเชื้อโรค

อีกส่วนคือระบบภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ (Acquired Immunity) ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันภายหลัง โดยจะเกิดขึ้นหลังจากเชื้อโรคได้ผ่านปราการแรกเข้าสู่ใต้เยื่อบุผิวหนังแล้ว ซึ่งก็คือเซลล์เม็ดเลือดขาวนั่นเอง ม้าม ต่อมน้ำเหลือง และต่อมไทมัส โดยมีหน้าที่ตรวจจับ ทำให้เสื่อมฤทธิ์ และทำลายเชื้อโรคแปลกปลอม รวมถึงเรียนรู้และสามารถสร้างรูปแบบการป้องกันให้เซลล์ในร่างกายจากเชื้อโรคที่เคยผ่านเข้ามาแล้วได้

นอกจากนี้ภูมิคุ้มกันยังอาจถูกกระตุ้นให้สร้างขึ้นจากปัจจัยภายนอกได้อีกด้วย อาทิ ภูมิคุ้มกันจากมารดาในขณะที่ทารกอยู่ในครรภ์ น้ำนมมารดาที่เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก การฉีดวัคซีนเพื่อหลอกให้ร่างกายรับรู้ว่ามีสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายและเกิดการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา หรือภูมิคุ้มกันที่ถูกสร้างขึ้นมาจากภายนอก แล้วฉีดเข้าร่างกายทันทีในกรณีที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ทัน

ทำไมภูมิคุ้มกันในร่างกายจึงผิดปกติไป

สาเหตุที่ภูมิคุ้มกันในร่างกายผิดปกติไปนั้นมีหลายสาเหตุ ยกตัวอย่างเช่นการเสียสภาพการทำงานของเม็ดเลือดขาวในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว สภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องในผู้ป่วยโรคเอดส์ สภาวะภูมิคุ้มกันจำตนเองไม่ได้ในโรค SLE หรือโรคภูมิไวเกิน เช่น โรคภูมิแพ้ต่างๆ การรับยากดภูมิ เช่น ยาต้านมะเร็งหรือผู้ป่วยที่รับการฉายรังสีกดการทำงานของไขกระดูก เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีสาเหตุที่ทำให้เกิดสภาวะภูมิคุ้มกันต่ำในเด็ก ในผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยตับแข็ง ผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง โลหิตจาง ขาดสารอาหาร หรือผู้ป่วยที่รับยากดภูมิในกลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน

ส่วนในบุคคลปกตินั้น หากร่างกายมีความสมดุลแข็งแรง ภูมิคุ้มกันก็จะถูกสร้างขึ้นในปริมาณที่พอเหมาะและทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทว่าพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่ไม่เหมาะสมก็อาจเป็นการบ่อนทำลายภูมิคุ้มกันภายในได้ อาทิ พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ยอมออกกำลังกาย หรือออกกำลังกายมากเกินไป การมีไขมันในร่างกายมากเกินไป ภาวะโรคอ้วน การรับประทานอาหารที่ไม่ถูกหลักอนามัย รับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ เหล่านี้ล้วนส่งผลเสียต่อประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทั้งสิ้น

ถึงตรงนี้หลายท่านอาจจะเริ่มถึงบางอ้อว่าทำไมการรับวัคซีนต้านโควิดนั้น จึงต้องมีการมอบสิทธิ์ให้ผู้ที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงก่อน เช่น กลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยโรคอ้วนที่มีน้ำหนัก 100 กิโลกรัมขึ้นไป เป็นต้น

อาหารกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย

ผู้เขียนได้พูดคุยกับน้องที่รู้จักกัน ซึ่งเป็นนักกำหนดอาหาร ถึงประเด็นเรื่องอาหารกับการส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ได้คำตอบว่า ในทางการแพทย์แผนปัจจุบัน อาหารที่ส่งผลดีต่อระบบภูมิคุ้มกันคือ อาหารที่มีวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอีสูง อาหารที่มีธาตุเหล็กและสังกะสี รวมไปถึงอาหารที่มีกรดไขมันโอเมก้า

ซึ่งเหตุผลทั้งสิ้นทั้งปวง สรุปง่ายๆคือวิตามินและแร่ธาตุเหล่านี้มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเข้าไปช่วยปรับสมดุลการทำงานร่างกาย และยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันดีขึ้น

เมื่อระบบการทำงานของร่างกายดีและมีประสิทธิภาพ ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็จะแข็งแรงและมีประสิทธิภาพไปด้วยเช่นกัน

ประเทศสมุฏฐาน สมดุลธาตุทั้งสี่ อาหารประจำถิ่นกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันแบบแพทย์แผนไทย

ในแง่มุมเรื่องการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกายตามแบบแพทย์แผนไทย ฉันได้ขอคำแนะนำจาก

อาจารย์วันทนีธัญญา เจตนธรรมจักร ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนไทย ซึ่งท่านได้ให้ทัศนะตามแนวคิดของศาสตร์การแพทย์แผนไทยว่า “เมื่อธาตุทั้งสี่ในร่างกายสมดุล ภูมิคุ้มกันในร่างกายก็จะมีประสิทธิภาพดีตามไปด้วย”

และปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยปรับสมดุลธาตุในร่างกายได้ก็คือ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ซึ่งในประเด็นเรื่องของอาหารปรับสมดุลธาตุนี้ ยังเชื่อมโยงกับหลักการของ “ประเทศสมุฏฐาน” ซึ่งส่งผลต่อความสมดุลของธาตุเจ้าเรื่องทั้ง 4 ธาตุ คือ ดิน น้ำ ลม และไฟ

เล่าถึงตรงนี้เริ่มมีศัพท์ยากๆ ผุดขึ้นมา ซึ่งอาจจะทำให้คุณผู้อ่านงง จึงจะขออธิบายให้ง่ายขึ้นว่า สิ่งหนึ่งที่แพทย์แผนไทยตระหนักคือ สภาพภูมิศาสตร์และสภาพภูมิอากาศที่อยู่รอบๆตัวเรานั้นมีผลต่อสมดุลธาตุทั้งสี่ภายในร่างกาย เมื่อสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ต่างกัน สภาพอากาศที่อยู่รายรอบก็จะแตกต่างกันไปตามถิ่นที่นั้นๆ ผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมต่างกันจึงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศต่างกันไป และส่งผลต่อการทำงานของธาตุภายในที่อาจส่งผลต่อสมดุลธาตุต่างกันไป ดังนี้

ผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่สูง ซึ่งแพทย์แผนไทยเรียกพื้นที่ดังกล่าวว่า “ประเทศร้อน” อย่างพื้นที่ภูเขาสูงทางภาคเหนือ มักจะมีเรื่องของสมดุลธาตุไฟเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก เนื่องจากพื้นที่เป็นภูเขาสูง มีทั้งอากาศที่หนาวเย็น และในขณะเดียวกันพื้นที่สูงย่อมอยู่ใกล้กับแสงอาทิตย์มากกว่าผู้ที่อยู่ในพื้นที่ต่ำกว่านั่นเอง

บุคคลที่อาศัยในถิ่นที่มีน้ำกรวดทราย เรียกว่า “ประเทศอุ่น” เช่นเขตภาคอีสาน ซึ่งเป็นพื้นที่แห้งแล้ง ดินเป็นดินทราย เก็บน้ำไม่ได้ มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับธาตุน้ำ เชื่อมโยงไปถึงเรื่องของน้ำดีและเลือด (โลหิต)

บุคคลที่อาศัยในถิ่นที่มีน้ำฝนเปือกตม เรียกว่า “ประเทศเย็น” เช่น เขตภาคกลางและภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้น้ำ มีลมมรสุมพัดผ่านตลอด มักจะมีปัญหาเกี่ยวข้องกับสมดุลของธาตุลมเป็นสำคัญ

ส่วนผู้ที่อาศัยในเขตที่เป็นน้ำเค็มและมีเปือกตม เรียกว่า “ประเทศหนาว” เช่น พื้นที่ติดทะเล ติดป่าชายเลน มักจะมีความเชื่อมโยงกับสมดุลของธาตุดิน

ความแตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ดังที่กล่าวมานี้ มีสิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ พืชพรรณอาหารที่งอกเงยในถิ่นที่นั้นๆ มักจะสัมพันธ์กับการนำมาใช้ปรับสมดุลของธาตุในร่างกายนั่นเอง

ดังนั้นการรับประทานอาหารพื้นถิ่นที่ประกอบด้วยวัตถุดิบพื้นบ้าน จึงเป็นวิธีเสริมสร้างสมดุลภายในร่างกายง่ายๆ ที่คุณก็สามารถทำได้โดยไม่ยากเย็น และเมื่อธาตุทั้งสี่ในร่างกายสมดุลแล้ว ก็จะส่งผลดีต่อประสิทธิภาพของภูมิคุ้มกันในร่างกายด้วยเช่นกัน

นิตยสารชีวจิต ฉบับที่ 546 ปีที่ 23 วันที่ 1 กรกฏาคม 2564

25 March 2565

ที่มา นิตยสารชีวจิต

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 385

 

Preset Colors