02 149 5555 ถึง 60

 

กรมสุขภาพจิตยังคงห่วงใย ให้การดูแลเยียวยาจิตใจแรงงานไทยและผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล

วันนี้ (7 พฤศจิกายน 2566) กรมสุขภาพจิตเผยผลการคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตแรงงานไทยที่กลับจากประเทศอิสราเอลสูงกว่า 8,500 ราย พร้อมจัดเตรียมแผนงานเชิงรุกสร้างวัคซีนใจในชุมชนเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพจิตระยะยาว

นายแพทย์พงศ์เกษม ไข่มุกด์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า

กรมสุขภาพจิตยังคงให้ความสำคัญในการดูแลเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในประเทศอิสราเอล โดยยังคงมีหน่วยคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตให้แก่แรงงานไทยที่เดินทางกลับในสนามบินทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ ท่าอาศยานนานาชาติสุวรรณภูมิ ท่าอาศยานนานาชาติดอนเมือง และท่าอาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งแรงงานไทยที่เดินทางกลับภูมิลำเนาทางกรมสุขภาพจิตยังมีหน่วยงานในภูมิภาค ได้แก่ โรงพยาบาลจิตเวช ศูนย์สุขภาพจิตพร้อมด้วยเครือข่ายสุขภาพจิตในพื้นที่ ดำเนินการเฝ้าระวังปัญหาสุขภาพจิตให้กับทุกคน ทั้งเชิงรุกคือการลงไปพบในภูมิลำเนาที่แรงงานอาศัยอยู่และ เชิงรับคือการรณรงค์ให้ใช้งานระบบ Mental Health Check In เพื่อสำรวจสุขภาพจิตให้กับผู้ที่คิดว่าตนเองมีปัญหา ได้ตรวจประเมินจิตใจตนเองและสามารถนำไปสู่การร้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ได้ภายในระบบได้ โดยตั้งแต่เกิดเหตุการณ์จนถึงปัจจุบันกรมสุขภาพจิตได้ดำเนินการคัดกรองปัญหาสุขภาพจิตแรงงานไทยที่กลับจากประเทศอิสราเอลไปแล้วรวมทั้งสิ้นคน จำนวน 8,537 คน อีกทั้งยังได้ดำเนินการเยียวยาจิตใจผู้ได้รับผลกระทบทุกกลุ่มโดยจำนวนถึง 22,759 รายอีกด้วย

นายแพทย์จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในระยะต่อไปกรมสุขภาพจิตได้มีแผนที่จะนำหลักการวัคซีนใจในชุมชนมาใช้ เพื่อป้องกันปัญหาทางสุขภาพจิต เนื่องจากแรงงานไทยบางคนอาจจะยังมีอาการทางจิตใจที่ต่อเนื่องและซ่อนอยู่

อีกทั้งในบางรายที่ความช่วยเหลือยังไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ก็อาจจะเกิดความเครียดและมีปัญหาในครอบครัวได้ ซึ่งวัคซีนใจ

ในชุมชนจะเป็นการออกแบบมาตรการและกิจกรรม เพื่อช่วยในการแก้ไขปัญหาและดูแลด้านจิตสังคมให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ทั้งจากในกลุ่มผู้ประสบเหตุจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิสราเอล และครอบครัว เพื่อให้มีพลังใจและพร้อมที่จะต่อสู้และก้าวผ่านวิกฤตไปได้ ซึ่งหลักการวัคซีนใจในชุมชนประกอบด้วยหลัก 4 สร้าง 2 ใช้ โดย 4 สร้าง ประกอบด้วย 1. สร้างความรู้สึกปลอดภัย 2. สร้างความรู้สึกสงบ 3. สร้างความหวัง 4. สร้างความเข้าใจและดูแล และหลัก 2 ใช้ คือ 1. ใช้ศักยภาพในชุมชนและ 2. ใช้สายสัมพันธ์ในชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่จะต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของเครือข่ายแรงงานและเครือข่ายต่าง ๆ ให้ช่วยกันดูแลซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่จะปกป้องและป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาวได้อีกด้วย

สร้างความปลอดภัย ใจสงบ พบความหวั งเติมพลังความห่วงใย

7 November 2566

ที่มา กลุ่มสื่อสารและประชาสัมพันธ์ สำนักวิชาการสุขภาพจิต

Posted By ITDMH

Views, 214

 

Preset Colors