พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ.2542
พระราชบัญญัติสหกรณ์
หมวด 3 สหกรณ์
::: ส่วนที่ 1 :::การจัดตั้งและการจดทะเบียนสหกรณ์
มาตรา 33 สหกรณ์จะตั้งขึ้นได้โดยการจดทะเบียนตามพระราชบัญญัตินี้ และต้องมีวัตถุประสงค์เพื่อ ส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกโดยวิธีช่วยตนเองและช่วงเหลือซึ่งกัน และกันตามหลักการสหกรณ์ และต้อง
มาตรา 35 การขอจดทะเบียนสหกรณ์ ให้คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ลงลายมือชื่อในคำขอจด ทะเบียนตามแบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด ยื่นต่อนายทะเบียนสหกรณ์พร้อมเอกสาร ดังต่อไปนี้
มาตรา 36 นายทะเบียนสหกรณ์ รองนายทะเบียน สหกรณ์ หรือ พนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งนายทะเบียน สหกรณ์ มอบหมาย มีอำนาจออกคำสั่ง เป็น หนังสือให้บุคคลใด ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริง หรือ ให้ส่งเอกสาร มาเพื่อประกอบ การพิจารณาเกี่ยวกับการรับจดทะเบียนสหกรณ์ได้ ในการพิจารณารายการที่เกี่ยวกับ คำขอ หรือรายการในข้อบังคับของสหกรณ์ที่จะจัดตั้งขึ้น ถ้านายทะเบียน สหกรณ์ เห็นว่า รายการดังกล่าวไม่ถูกต้อง หรือยังมิได้ดำเนินการตามมาตรา 34 นายทะเบียนสหกรณ์ มีอำนาจสั่ง ให้คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์แก้ไขหรือ ดำเนินการให้ถูกต้องได้
มาตรา 37 เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า สหกรณ์ตามที่ขอจดทะเบียนมี วัตถุประสงค์ตามมาตรา 33 คำขอจดทะเบียนมีเอกสารครบถ้วนถูกต้องตามมาตรา 35 และการจัดตั้งสหกรณ์ ตามที่ขอจด ทะเบียนจะไม่เสียหายแก่ระบบสหกรณ์ให้นายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียน และออกใบสำคัญรับจด ทะเบียนให้แก่สหกรณ์นั้นให้สหกรณ์ที่ได้จดทะเบียนแล้วมีฐานะ เป็นนิติบุคคล
มาตรา 38 ในกรณีที่นายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน ให้แจ้งคำสั่งพร้อมด้วย เหตุผลเป็นหนัง สือไปยังคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์โดยไม่ชักช้าคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์มีสิทธิยื่นคำ อุทธรณ์คำสั่งไม่รับจดทะเบียน ต่อคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติโดยยื่นคำอุทธรณ์ ต่อนาย ทะเบียนสหกรณ์ภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ พัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติให้เป็นที่สุด
มาตรา 39 เมื่อนายทะเบียนสหกรณ์รับจดทะเบียนสหกรณ์แล้ว ให้คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์ มีอำนาจหน้าที่และ สิทธิเช่นเดียวกับคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์นั้นจนกว่าจะมีการ เลือกตั้งคณะกรรมการดำเนินการ สหกรณ์ตามมาตรา 40 ให้ผู้ซึ่งมีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้จะ เป็นสมาชิกตามมาตรา 34 (3) เป็นสมาชิกสหกรณ์ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนสหกรณ์รับจด ทะเบียนสหกรณ์และได้ชำระค่าหุ้นตามจำนวน ที่จะถือครบ ถ้วนแล้ว ในกรณี ที่มีผู้ขอ เข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ภายหลังวันที่นายทะเบียนสหกรณ์รับ จดทะเบียนสหกรณ์ ให้ถือว่า เป็นสมาชิกเมื่อได้ชำระค่าหุ้นตามจำนวนที่จะถือครบถ้วนแล้ว
มาตรา 40 ให้คณะผู้จัดตั้งสหกรณ์นัดสมาชิกมาประชุมกันเป็นการประชุมใหญ่สามัญครั้งแรก ภายในเก้าสิบ วันนับ แต่วันที่จดทะเบียนสหกรณ์ เพื่อตั้งคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์และ มอบหมายการทั้งปวงให้แก่ คณะกรรมการ ดำเนินการสหกรณ์
มาตรา 41 ให้นายทะเบียนสหกรณ์ประกาศกำหนดประเภทของสหกรณ์ที่สามารถรับสมาชิก สมทบได้ คุณสมบัติ วิธีรับสมัคร และการขาดจากสมาชิกภาพ ตลอดจนสิทธิและหน้าที่ของ สมาชิกสมทบให้เป็น ไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับห้ามมิให้สหกรณ์ให้สิทธิแก่สมาชิกสมทบ ในการนับชื่อของสมาชิกสมทบ เข้าเป็น องค์ประชุมในการประชุมใหญ่ การออกเสียง ในเรื่อง ใด ๆ หรือเป็นกรรมการดำเนินการ
มาตรา 42 ในการชำระค่าหุ้น สมาชิกจะนำค่าหุ้นหักกลบลบหนี้กับสหกรณ์ไม่ได้และสมาชิก มีความรับ ผิดเพียงไม่เกินจำนวนเงินค่าหุ้นที่ยังส่งใช้ไม่ครบมูลค่าหุ้นที่ตนถือ ในระหว่างที่ สมาชิก ภาพของสมาชิกยัง ไม่สิ้นสุดลง ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของสมาชิกใช้สิทธิเรียกร้องใน ค่าหุ้นของสมาชิกผู้นั้น
::: ส่วนที่ 2 :::
ข้อบังคับและการแก้ไขเพิ่มเติม
มาตรา 43 ข้อบังคับของสหกรณ์อย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
มาตรา 44 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ จะกระทำได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่ และต้องนำ ข้อบังคับที่ได้ แก้ไขเพิ่มเติมไปจดทะเบียนต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ ที่ประชุม ใหญ่ลงมติ เมื่อนาย ทะเบียนสหกรณ์ได้จดทะเบียนแล้วให้มีผลใช้บังคับได้ ในกรณีที่มี การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยการเปลี่ยนชื่อ สหกรณ์ ให้สหกรณ์คืนใบสำคัญรับจดทะเบียน และให้นายทะเบียน สหกรณ์ออกใบสำคัญรับจดทะเบียนการ เปลี่ยนชื่อให้แก่สหกรณ์ด้วยการ แก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับและการเปลี่ยนชื่อของสหกรณ์นั้น ย่อมไม่กระทบกระ เทือนถึงสิทธิหรือ ความรับผิดใด ๆ ของ สหกรณ์ ให้นำความในมาตรา 36 มาตรา 37 และมาตรา 38 มาใช้ บังคับแก่การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับโดยอนุโลม
มาตรา 45 ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับการตีความในข้อบังคับ ให้สหกรณ์ขอคำวินิจฉัยจากนาย ทะเบียน สหกรณ์ และให้สหกรณ์ถือปฏิบัติตามคำวินิจฉัยนั้น
::: ส่วนที่ 3 :::
การดำเนินงานของสหกรณ์
มาตรา 46 เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้สหกรณ์มีอำนาจกระทำการ ดังต่อไปนี้
มาตรา 47 การกู้ยืมเงินหรือการค้ำประกันของสหกรณ์ จะต้องจำกัดอยู่ภายในวงเงินที่นาย ทะเบียนสหกรณ์เห็นชอบ
มาตรา 48 ให้สหกรณ์ดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวง
มาตรา 49 การรับเงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินจากทางราชการ หน่วยงานของต่างประเทศ หรือบุคคลอื่นใด ถ้าการให้เงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินนั้นกำหนดไว้เพื่อการใดให้ใช้เพื่อ การนั้น แต่ถ้ามิได้กำหนดไว้ให้จัดสรร เงินอุดหนุนหรือทรัพย์สินนั้นเป็นทุนสำรองของ สหกรณ์
มาตรา 50 ให้สหกรณ์มีคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ หนึ่งคนและกรรม การอื่นอีกไม่เกินสิบสี่คนซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกคณะกรรมการ ดำเนินการสหกรณ์ มีวาระอยู่ใน ตำแหน่งคราวละสองปีนับแต่วันเลือกตั้ง ในวาระเริ่มแรกเมื่อครบ หนึ่งปีนับแต่วันเลือกตั้ง ให้กรรมการดำเนิน การสหกรณ์ออกจากตำแหน่งเป็นจำนวนหนึ่งในสอง ของกรรมการดำเนินการสหกรณ์ทั้งหมดโดยวิธีจับฉลาก และให้ถือว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่งตาม วาระกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับเลือก ตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกิน สองวาระ ติดต่อกันในกรณีที่มีการเลือกตั้งกรรมการดำเนินการสหกรณ์แทนตำแหน่ง ที่ว่าง ให้กรรมการ ดำเนินการสหกรณ์ที่ได้รับเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน
มาตรา 51 ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เป็นผู้ดำเนินกิจการและเป็นผู้แทนสหกรณ์ใน กิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์จะมอบหมายให้ กรรมการคนหนึ่งหรือหลายคน หรือผู้จัดการทำการแทนก็ได้
มาตรา 52 ห้ามมิให้บุคคลซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นหรือทำหน้าที่กรรมการหรือผู้จัดการ
มาตรา 53 ให้สหกรณ์มีผู้ตรวจสอบกิจการ ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกหรือบุคคลภายนอก เพื่อดำเนินการตรวจสอบกิจการของสหกรณ์แล้วทำรายงานเสนอต่อที่ประชุมใหญ่จำนวนผู้ตรวจ สอบกิจการตามวรรค หนึ่ง ให้เป็นไปตามที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดมาตรา 54 ให้คณะกรรมการ ดำเนินการสหกรณ์เรียกประชุม ใหญ่สามัญปีละหนึ่งครั้งภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปี ทางบัญชีของสหกรณ์นั้น
มาตรา 55 เมื่อมีเหตุอันสมควร คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์จะเรียกประชุมใหญ่วิสามัญ เมื่อใดก็ได้ แต่ถ้านายทะเบียน สหกรณ์มีหนังสือแจ้งให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ หรือในกรณีที่ สหกรณ์ขาดทุนเกินกึ่งของจำนวน ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว ต้องเรียกประชุมใหญ่วิสามัญโดยมิชักช้า แต่ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่สหกรณ์ทราบสมาชิกซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของ จำนวนสมาชิก ทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคน หรือผู้ แทนสมาชิกในกรณีที่มีผู้แทน สมาชิกตามมาตรา 56 ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนผู้แทน สมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่าห้าสิบคนลงลายมือชื่อทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ ให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญก็ได้ในกรณีที่สมาชิก หรือผู้แทนสมาชิกของสหกรณ์เป็นผู้ร้องขอ ให้เรียกประชุม ใหญ่วิสามัญ ให้คณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์เรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่รับ คำร้องขอ ถ้าคณะกรรมการดำเนินการสหกรณ์ไม่เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ ภาย ในกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้นายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจเรียกประชุมใหญ่วิสามัญภายใน ระยะเวลาตามที่เห็นสมควรก็ได้
มาตรา 56 สหกรณ์ใดมีสมาชิกเกินกว่าห้าร้อยคน จะกำหนดในข้อบังคับให้มีการประชุมใหญ่ โดยผู้แทน สมาชิกก็ได้ จำนวนผู้แทนสมาชิกจะมีน้อยกว่าหนึ่งร้อยคนไม่ได้วิธีการเลือกตั้งผู้แทน สมาชิก จำนวนผู้แทน สมาชิก และการดำรงตำแหน่งให้เป็นไปตามที่กำหนดในข้อบังคับ
มาตรา 57 การประชุมใหญ่ของสหกรณ์ต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวน สมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยคนในกรณีเป็นการประชุมใหญ่โดยผู้แทนสมาชิก ต้องมีผู้แทน สมาชิกมาประชุมไม่น้อย กว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนผู้แทนสมาชิกทั้งหมดหรือไม่น้อย กว่าหนึ่งร้อยคน จึงจะ เป็นองค์ประชุมในการประชุม ใหญ่สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกจะมอบ อำนาจให้ผู้อื่นมาประชุมแทนตนไม่ได้
มาตรา 58 ในการประชุมใหญ่ของสหกรณ์ ถ้าสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิก แล้วแต่กรณี มา ประชุมไม่ครบองค์ ประชุม ให้นัดประชุมใหญ่อีกครั้งหนึ่งภายในสิบสี่วันนับแต่วันที่นัด ประชุมใหญ่ครั้งแรกในการประชุมครั้ง หลังนี้ ถ้ามิใช่การประชุมใหญ่วิสามัญที่สมาชิก หรือผู้แทนสมาชิกร้องขอให้เรียกประชุมแล้ว เมื่อมีสมาชิกหรือ ผู้แทนสมาชิก แล้วแต่กรณี มาประชุมไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกทั้งหมด หรือ ไม่น้อยกว่า สามสิบคนก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม
มาตรา 59 สมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนน เสียงเท่ากัน ให้ประธาน ในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียง ชี้ขาด การวินิจฉัย ชี้ขาดของที่ประชุมใหญ่ให้ถือเสียงข้างมาก เว้นแต่ในกรณีดังต่อไปนี้ ให้ถือเสียงไม่น้อยกว่าสอง ในสามของจำนวนสมาชิกหรือผู้แทนสมาชิกซึ่งมาประชุม
::: ส่วนที่ 3 :::
ข้อบังคับและการแก้ไขเพิ่มเติม ( ต่อ )
มาตรา 60 ในการจัดสรรกำไรสุทธิประจำปีของสหกรณ์ ให้จัดสรรเป็นทุนสำรองไม่น้อย กว่าร้อยละสิบของกำไร สุทธิ และเป็นค่าบำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย ไม่เกินร้อยละ ห้าของกำไรสุทธิ แต่ต้องไม่เกินอัตราที่ คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติกำหนด กำไร สุทธิประจำปีที่เหลือจากการจัดสรรเป็นทุนสำรองและค่า บำรุงสันนิบาตสหกรณ์แห่ง ประเทศไทย ที่ประชุมใหญ่อาจจัดสรรได้ภายใต้ข้อบังคับ ดังต่อไปนี้
มาตรา 61 ทุนสำรองตามมาตรา 60 วรรคหนึ่ง จะถอนจากบัญชีทุนสำรองได้เพื่อชดเชยการ ขาดทุนหรือเพื่อ จัดสรรเข้าบัญชีทุนสำรองให้แก่สหกรณ์ใหม่ที่ได้จดทะเบียนแบ่งแยกจาก สหกรณ์ เดิมตามมาตรา 100
มาตรา 62 เงินของสหกรณ์นั้น สหกรณ์อาจฝากหรือลงทุนได้ ดังต่อไปนี้
มาตรา 63 ให้สหกรณ์ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการขายหรือแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรที่ สมาชิกผลิตขึ้น พิจารณา ซื้อหรือรวบรวมผลิตผลจากสมาชิกก่อนผู้อื่น
มาตรา 64 ให้สหกรณ์จัดทำทะเบียน ดังต่อไปนี้
มาตรา 65 ให้สหกรณ์จัดให้มีการทำบัญชีตามแบบและรายการที่นายทะเบียนสหกรณ์ กำหนดให้ถูกต้องตาม ความเป็นจริง และเก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการลงบัญชีไว้ ที่สำนักงานสหกรณ์ภายในระยะเวลาที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดเมื่อมีเหตุต้องบันทึกราย การในบัญชีเกี่ยวกับ กระแสเงินสดของสหกรณ์ให้บันทึก รายการในวันที่เกิดเหตุนั้น สำหรับ เหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวกับกระแสเงินสด ให้บันทึกรายการในสมุดบัญชีภายในสามวันนับแต่วันที่มี เหตุอันจะต้องบันทึกรายการนั้นการลงรายการบัญชีต้องมีเอกสารประกอบการลงบัญชีที่ สมบูรณ์โดยครบถ้วน
มาตรา 66 ให้สหกรณ์จัดทำงบดุลอย่างน้อยครั้งหนึ่งทุกรอบสิบสองเดือนอันจัดว่าเป็นรอบ ปีทางบัญชีของ สหกรณ์ งบดุลนั้นต้องมีรายการแสดงสินทรัพย์ หนี้สิน และทุนของสหกรณ์ กับทั้งบัญชีกำไรขาดทุน ตาม แบบที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนดงบดุลนั้นต้องทำให้เสร็จและ ให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบแล้วนำเสนอเพื่ออนุมัติในที่ประชุมใหญ่ของสหกรณ์ภายในหนึ่งร้อย ห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีทางบัญชี
มาตรา 67 ให้สหกรณ์จัดทำรายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์เสนอต่อ ที่ประชุมใหญ่ใน คราวที่เสนองบดุล และให้ส่งสำเนารายงานประจำปีกับงบดุลไปยังนาย ทะเบียน สหกรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุม
มาตรา 68 ให้สหกรณ์เก็บรักษารายงานประจำปีแสดงผลการดำเนินงานของสหกรณ์และ งบดุล พร้อมทั้งข้อ บังคับและกฎหมายว่าด้วยสหกรณ์ไว้ที่สำนักงานของสหกรณ์ เพื่อให้ สมาชิกขอตรวจดูได้
::: ส่วนที่ 4 :::
การสอบบัญชี
มาตรา 69 ให้นายทะเบียนสหกรณ์แต่งตั้งผู้สอบบัญชี เพื่อตรวจสอบบัญชีของสหกรณ์ การตรวจบัญชีนั้น ให้ปฏิบัติตามมาตรฐานการสอบบัญชีที่รับรองทั่วไปและตามระเบียบ ที่นายทะเบียนสหกรณ์กำหนด
::: ส่วนที่ 5 :::
การเลิกสหกรณ์
มาตรา 70 สหกรณ์ย่อมเลิกด้วยเหตุหนึ่งเหตุใด ดังต่อไปนี้
มาตรา 71 นายทะเบียนสหกรณ์มีอำนาจสั่งเลิกสหกรณ์ได้เมื่อปรากฏว่า
มาตรา 72 สหกรณ์ที่ถูกสั่งเลิกตามมาตรา 71 มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพัฒนาการ สหกรณ์แห่งชาติโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อนายทะเบียนสหกรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วัน ที่ได้รับคำสั่งและให้นายทะเบียน สหกรณ์ส่งคำอุทธรณ์ต่อไปยังคณะกรรมการพัฒนาการ สหกรณ์แห่งชาติโดยไม่ชักช้าคำวินิจฉัยของคณะกรรม การพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ให้เป็นที่สุด
มาตรา 73 เมื่อสหกรณ์ใดเลิกไปด้วยเหตุหนึ่งเหตุใดตามที่ระบุไว้ในมาตรา 70 ให้จัดการ